2569-110

การบูรณาการหลักไตรสิกขาเพื่อการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังในเรือนจําจังหวัดน่าน

497355 0

ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย

การบูรณาการหลักไตรสิกขาเพื่อการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังในเรือนจําจังหวัดน่าน

หน่วยงาน/ผู้วิจัย

นางธารารัตน์ วงค์เทพ

ปีที่เผยแพร่

2566

แหล่งสืบค้น

หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย

ด้านการพัฒนาผู้ต้องขัง

ประเภท

สารนิพนธ์

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์

(1.) เพื่อศึกษาระดับการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังของเรือนจำจังหวัดน่าน

(2.) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักไตรสิกขากับการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังของเรือนจำจังหวัดน่าน

(3.) เพื่อศึกษาปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะแนวทางการบูรณาการหลักไตรสิกขา เพื่อการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังของเรือนจำจังหวัดน่าน

วิธีการวิจัย

เป็นการวิจัยแบบผสานวิธีระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยใช้แบบสอบถามเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 300 ชุด วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสังคมศาสตร์ การวิจัยเชิงคุณภาพใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 9 รูป วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา

ผลการวิจัยพบว่า

ระดับการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังของเรือนจำจังหวัดน่านโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (=3.77) เมื่อจำแนกเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการจัดการศึกษา (=3.85) รองลงมา คือด้านการพัฒนาจิตใจ (=3.77) ด้านการฝึกอาชีพ (=3.73) และด้านการจัดสวัสดิการและนันทนาการ (=3.71) เรียงตามลำดับความสัมพันธ์ระหว่างหลักไตรสิกขากับการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดน่านโดยภาพรวมมีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับค่อนข้างสูง(r=.798**) จากการทดสอบสมมติฐานพบว่า มีความสัมพันธ์ในเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 จึงยอมรับสมมติฐาน แนวทางการบูรณาการหลักไตรสิกขาเพื่อการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังของเรือนจำจังหวัดน่าน โดยปัญหาอุปสรรคพบว่า

(1.) จำนวนเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในเรือนจำไม่เพียงพอและไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้ต้องขังที่มีจำนวนมาก ส่งผลให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(2.) ปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ มีทักษะ และมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

(3.) ปัญหาด้านอาคารสถานที่ปฏิบัติงาน มีพื้นที่คับแคบและจำกัดไม่เพียงพอกับจำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดน่าน

ข้อเสนอแนะ

(1.) เรือนจำควรพัฒนาระบบสาธารณูปโภคสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตของผู้ต้องขังให้เพียงพอและเหมาะสมกับจำนวนผู้ต้องขัง

(2.) กรมราชทัณฑ์ควรจัดสรรอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังและฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะและความรู้ความสามารถให้กับบุคลากรเจ้าหน้าที่

(3.) กรมราชทัณฑ์ควรจัดสรรงบประมาณเพื่อใช้ในการบริหารจัดการด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังในเรือนจำให้เพียงพอ และการบริหารจัดการพื้นที่ในเรือนจำให้เกิดประโยชน์สูงสุด

(4.) ควรพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมวิชาชีพตามความต้องการของผู้ต้องขังและตามความต้องการของสังคมภายนอก

(5.) เรือนจำควรส่งเสริมและประสานงานสร้างเครือข่ายความร่วมมือหน่วยงานหรือองค์กรภาครัฐภาคเอกชนเข้ามาทำงานเชิงบูรณาการร่วมกันในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังในเรือนจำ ส่วนแนวทางการบูรณาการหลักไตรสิกขาเพื่อการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังของเรือนจำจังหวัดน่านควรส่งเสริมการให้ความรู้ด้านพุทธศาสนา ศีลธรรม การฝึกวิปัสสนา ฝึกสมาธิ เพื่อขัดเกลาจิตใจให้เกิดปัญญา เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำอย่างปกติสุข ลดความเครียด และความวิตกกังวล อันจะส่งผลให้คุณภาพชีวิตผู้ต้องขังดีขึ้น

Scroll to Top