การบูรณาการหลักไตรสิกขาเพื่อการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังในเรือนจําจังหวัดน่าน
ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย | การบูรณาการหลักไตรสิกขาเพื่อการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังในเรือนจําจังหวัดน่าน |
หน่วยงาน/ผู้วิจัย | นางธารารัตน์ วงค์เทพ |
ปีที่เผยแพร่ | 2566 |
แหล่งสืบค้น | |
หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย | ด้านการพัฒนาผู้ต้องขัง |
ประเภท | สารนิพนธ์ |
บทคัดย่อ | |
วัตถุประสงค์ (1.) เพื่อศึกษาระดับการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังของเรือนจำจังหวัดน่าน (2.) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักไตรสิกขากับการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังของเรือนจำจังหวัดน่าน (3.) เพื่อศึกษาปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะแนวทางการบูรณาการหลักไตรสิกขา เพื่อการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังของเรือนจำจังหวัดน่าน วิธีการวิจัย เป็นการวิจัยแบบผสานวิธีระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยใช้แบบสอบถามเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 300 ชุด วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสังคมศาสตร์ การวิจัยเชิงคุณภาพใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 9 รูป วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า ระดับการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังของเรือนจำจังหวัดน่านโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (=3.77) เมื่อจำแนกเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการจัดการศึกษา (=3.85) รองลงมา คือด้านการพัฒนาจิตใจ (=3.77) ด้านการฝึกอาชีพ (=3.73) และด้านการจัดสวัสดิการและนันทนาการ (=3.71) เรียงตามลำดับความสัมพันธ์ระหว่างหลักไตรสิกขากับการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดน่านโดยภาพรวมมีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับค่อนข้างสูง(r=.798**) จากการทดสอบสมมติฐานพบว่า มีความสัมพันธ์ในเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 จึงยอมรับสมมติฐาน แนวทางการบูรณาการหลักไตรสิกขาเพื่อการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังของเรือนจำจังหวัดน่าน โดยปัญหาอุปสรรคพบว่า (1.) จำนวนเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในเรือนจำไม่เพียงพอและไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้ต้องขังที่มีจำนวนมาก ส่งผลให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (2.) ปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ มีทักษะ และมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (3.) ปัญหาด้านอาคารสถานที่ปฏิบัติงาน มีพื้นที่คับแคบและจำกัดไม่เพียงพอกับจำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดน่าน ข้อเสนอแนะ (1.) เรือนจำควรพัฒนาระบบสาธารณูปโภคสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตของผู้ต้องขังให้เพียงพอและเหมาะสมกับจำนวนผู้ต้องขัง (2.) กรมราชทัณฑ์ควรจัดสรรอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังและฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะและความรู้ความสามารถให้กับบุคลากรเจ้าหน้าที่ (3.) กรมราชทัณฑ์ควรจัดสรรงบประมาณเพื่อใช้ในการบริหารจัดการด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังในเรือนจำให้เพียงพอ และการบริหารจัดการพื้นที่ในเรือนจำให้เกิดประโยชน์สูงสุด (4.) ควรพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมวิชาชีพตามความต้องการของผู้ต้องขังและตามความต้องการของสังคมภายนอก (5.) เรือนจำควรส่งเสริมและประสานงานสร้างเครือข่ายความร่วมมือหน่วยงานหรือองค์กรภาครัฐภาคเอกชนเข้ามาทำงานเชิงบูรณาการร่วมกันในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังในเรือนจำ ส่วนแนวทางการบูรณาการหลักไตรสิกขาเพื่อการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังของเรือนจำจังหวัดน่านควรส่งเสริมการให้ความรู้ด้านพุทธศาสนา ศีลธรรม การฝึกวิปัสสนา ฝึกสมาธิ เพื่อขัดเกลาจิตใจให้เกิดปัญญา เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำอย่างปกติสุข ลดความเครียด และความวิตกกังวล อันจะส่งผลให้คุณภาพชีวิตผู้ต้องขังดีขึ้น | |
