การศึกษามาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดทางอาญาแทนการควบคุมตัว(Non-Custodial) : แนวทางที่มีประสิทธิภาพของ Electronic Monitoring : EMในการหันเหผู้กระทำผิดจากการควบคุมตัวก่อน ระหว่างและหลังเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย | การศึกษามาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดทางอาญาแทนการควบคุมตัว (Non-Custodial) : แนวทางที่มีประสิทธิภาพของ Electronic Monitoring : EM ในการหันเหผู้กระทำผิดจากการควบคุมตัวก่อน ระหว่างและหลังเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม |
หน่วยงาน/ผู้วิจัย | สํานักงานกิจการยุติธรรม |
ปีที่เผยแพร่ | 2565 |
แหล่งสืบค้น | |
หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย | ด้านกระบวนการยุติธรรม ทัณฑปฏิบัติ และการบริหารโทษ |
ประเภท | งานวิจัย |
บทคัดย่อ | |
วัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาทบทวนมาตรการการปฏิบัติต่อผู้กระทําผิดทางอาญาแทนการควบคุมตัว(Non-Custodial)แนวทางที่มีประสิทธิภาพของเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์(Electronic Monitoring :EM)ในการหันเหผู้กระทํา ผิดจากการควบคุมตัวก่อน ระหว่าง และหลังเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย (2) เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบหลักเกณฑ์การควบคุมผู้กระทําความผิด โดยใช้ EM ตามกฎหมายต่างประเทศกับ กฎหมายไทย (3) เพื่อประเมินประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของการนํา EM มาใช้ในการหันเหผู้กระทําผิด (4) เพื่อให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาแนวทางการนําเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ EM มาใช้ในการหันเหผู้กระทําผิด ที่เหมาะสมกับประเทศไทย วิธีการศึกษา คณะผู้วิจัยได้ศึกษา ค้นคว้า และรวบรวมข้อมูลกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ตามหัวข้อเรื่อง หรือประเด็นที่คณะผู้วิจัยกําหนด โดยอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลตามหลักการทางวชิาการและตามคุณภาพของงาน นอกจากนี้ยังได้ทำการเก็บข้อมูลภาคสนามทั้งเชิงสถิติและเชิงปริมาณประกอบด้วยการทำแบบสอบถาม การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่ม โดยมีแหล่งข้อมูลเป็นผู้แทนกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว ๔ กลุ่ม คือ ผู้กระทำความผิดที่ใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวเพื่อหันเหออกจากการควบคุมตัวผู้บริหารของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาผู้ปฏิบัติงานหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา และผู้ทรงคุณวุฒิในทางกฎหมายอาญาและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ผลการศึกษา กระบวนการยุติธรรมของไทยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จําแนก ออกได้เป็นขั้นตอนก่อน ระหว่าง และหลังการพิจารณาคดีของศาล ในขั้นตอนแต่ละขั้นก็จะมีหน่วยงาน ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาเป็นผู้รับผิดชอบ ในบางขั้นตอนก็อาจจะเป็นการปฏิบัติร่วมกัน สําหรับการหันเหผู้กระทําความผิดออกจากการควบคุมตัว ก็จะมีหน่วยงานที่มีอํานาจในการปล่อยตัวแตกต่างกันไป ตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา โดยเฉพาะในกระบวนการปล่อยชั่วคราวนั้น ถึงกับมีบทบัญญัติ ระบุอํานาจไว้โดยชัดแจ้งว่าเมื่อเรื่องหรือคดีอยู่ที่ขั้นตอนใด การยื่นขอปล่อยชั่วคราวก็จะต้องยื่นต่อหน่วยงานที่มีอํานาจในขั้นตอนนั้น ๆ อย่างไรก็ดี ควรจะกล่าวไว้ด้วยว่า ในการปล่อยชั่วคราวในขั้นก่อนที่จะนําตัว ผู้ต้องหาไปขออํานาจศาลฝากขังในขั้นก่อนการพิจารณาคดีของศาลซึ่งอยู่ภายใต้การดําเนินการและใช้อํานาจ ของพนักงานสอบสวนนั้น ในปัจจุบันไม่ได้มีการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว โดยที่ผู้ปฏิบัติได้ให้ข้อมูล ว่ายังไม่มีแนวปฏิบัติ ไม่มีอุปกรณ์และมีความเห็นว่าเนื่องจากระยะเวลาปล่อยชั่วคราวได้ในความรับผิดชอบ มีเพียง 48 ชั่วโมง การใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวจึงอาจจะยังไม่จําเป็น ทั้งที่จากการรวบรวมข้อมูลความเห็นส่วนใหญ่แม้จะไม่ใช่ความเห็นทั้งหมด กลับมีความเห็นว่าการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว เพื่อหันเหผู้กระทําความผิดออกจากการควบคุมตัวควรเป็นสิ่งที่สามารถใช้ได้ทุกขั้นของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาดังที่ได้กล่าวแล้วปัญหาหนึ่งซึ่งถูกหยิบยกนํามากล่าวถึงเสมอ คือ ปัญหาเรื่องความทับซ้อนกันของอํานาจในการใช้ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว ซึ่งหากจะพิเคราะห์ลงไปในรายละเอียดแล้วก็จะเป็นอํานาจในการบังคับใช้ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวแก่บุคคลเสียมากกว่า และเมื่อลึกลงไปอีก การใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ติดตามตัวก็เป็นเพียงการใช้เครื่องมือเพื่อช่วยตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขของผู้ใช้เครื่องมือ ไม่ใช่มาตรการ บังคับโดยตรงด้วย เมื่อถามว่าในปัจจุบันปัญหาอํานาจทับซ้อนกันระหว่างหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว ข้อมูลที่ได้จากการตอบแบบสอบถาม การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่มได้ข้อมูลจากผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ตลอดจน ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านกฎหมายอาญาและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าเนื่องจาก บทบัญญัติกฎหมายที่แยกอํานาจในการสั่งให้หันเหผู้กระทําความผิดออกจากการควบคุมตัวตามขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาอย่างชัดเจน ปัญหาอํานาจทับซ้อนกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวจึงไม่เกิดขึ้นในทางกลับกัน จากการรวบรวมข้อมูล ทําให้ได้ข้อเสนอแนะที่น่าสนใจว่า เพื่อให้การใช้เครื่องมือ อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ควรที่จะมีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวเพื่อหันเหผู้กระทําความผิดออกจากการควบคุมตัว ตลอดทั้ง กระบวนการยุติธรรมทางอาญาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีความเชื่อมโยงกันในการปฏิบัติงาน มีมาตรฐานทั้ง ในด้านตัวบทกฎหมาย หลักเกณฑ์ อุปกรณ์เครื่องมือ ตลอดจนความรู้ความเข้าใจของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ อันจะทําให้การใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวเกิดประสิทธิภาพสามารถอํานวยความยุติธรรมและให้โอกาส ประชาชนได้เสมอภาพกันอย่างแท้จริง นอกจากปัญหาด้านการบริหารจัดการเชิงองค์กรที่ทําหน้าที่บริหารจัดการการใช้เครื่องมือ อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวแล้ว อีกปัญหาหนึ่ง คือปัญหาเกี่ยวกับงบประมาณค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ การใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวในระบบกระบวนการยุติธรรมทางอาญา การรับภาระค่าใช้จ่ายในการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว นับเป็นปัญหาสําคัญที่มีแนวการปฏิบัติแตกต่างกันในแต่ละประเทศ หรือ แม้แต่ในประเทศหนึ่งแต่ต่างขั้นของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ก็มีการกําหนดภาระค่าใช้จ่ายในการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวที่แตกต่างกัน ข้อเสนอแแนะ ผลการศึกษามีข้อค้นพบอื่น ๆ ที่มีความสำคัญในมิติต่าง ๆ ทั้งประเด็นการบริหารจัดการเชิงองค์กร และการบริหารจัดการในด้านงบประมาณในการรับภาระค่าใช้จ่ายในการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวสำนักงานกิจการยุติธรรมจึงได้จัดทำเป็นข้อเสนอเพื่อนำไปสู่การแก้ไขพัฒนา ดังนี้ (1.) การบริหารจัดการด้านงบประมาณที่ให้รัฐเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่าย มีจุดเด่นคือการมีหลักประกันในความเท่าเทียมในการเข้าถึงสิทธิได้รับการหันเหออกจากการควบคุมตัวโดยใช้เครื่องมืvอิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว ส่วนการให้ผู้ใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว เป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการใช้เครื่องมือ อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวนั้น มีข้อดีคือการที่เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์จะสามารถจัดหาได้เพียงพอแก่ความต้องการหรือใกล้เคียงกับความต้องการ จึงควรมีการพัฒนากำหนดรูปแบบกลไกที่ทำให้การรับภาระค่าใช้จ่ายในการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวเพื่อหันเหผู้กระทำความผิดออกจากการควบคุมตัวเป็นไปโดยสามารถรักษาข้อดีจากทั้งสองฝ่ายไว้ได้ (2.) จากการพิเคราะห์และหาหนทางที่จะรักษาจุดเด่นของทั้งสองฝ่ายไว้ได้คือการสร้างระบบให้ผู้ใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวเพื่อหันเหออกจากการควบคุมตัวเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการใช้เครื่องมืออย่างเหมาะสม เป็นราคาถูกที่สุดเพียงเพื่อเท่าที่จำเป็นในการจัดหา และบริหารจัดการการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวแต่มีกองทุนที่จัดตั้งและสนับสนุนโดยรัฐทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ประสงค์จะได้รับการหันเหออกจากการควบคุมตัวโดยใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวแต่ขัดสนด้วยทุนทรัพย์อย่างแท้จริงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดกู้ยืม เช่นเดียวกับกองทุนยุติธรรมที่ช่วยเหลือเงินที่จำเป็นต้องใช้ในการวางหลักทรัพย์เป็นประกันในการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวตา,ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน โดยอาจกำหนดกลไกประกอบไว้ด้วยว่าสำหรับการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวในขั้นก่อนหรือระหว่างการพิจารณาคดีของศาลหากมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่าจำเลยมิได้กระทำความผิด หรือพนักงานสอบสวน หรือพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องโจทก์หรือผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ แล้วแต่กรณีที่เป็นต้นเหตุแห่งการณ์ที่ผู้ต้องหา หรือจำเลยต้องใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อหันเหออกจากการควบคุมตัวนั้น จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบภาระค่าใช้จ่ายในการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว แต่มีกองทุนที่จัดตั้งและสนับสนุนโดยรัฐทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ประสงค์จะได้รับการหันเหออกจากการควบคุมตัวโดยใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว แต่ขัดสนด้วยทุนทรัพย์อย่างแท้จริงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดกู้ยืม เช่นเดียวกับกองทุนยุติธรรมที่ช่วยเหลือเงินที่จำเป็นต้องใช้ในการวางหลักทรัพย์เป็นประกันในการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน โดยอาจกำหนดกลไกประกอบไว้ด้วยว่า สำหรับการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวในขั้นก่อนหรือระหว่างการพิจารณาคดีของศาล หากมี คำพิพากษาอันถึงที่สุดว่าจำเลยมิได้กระทำความผิด หรือพนักงานสอบสวน หรือพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องโจทก์หรือผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ แล้วแต่กรณีที่เป็นต้นเหตุแห่งการณ์ที่ผู้ต้องหา หรือจำเลยต้องใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อหันเหออกจากการควบคุมตัวนั้น จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบภาระค่าใช้จ่ายในการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวของผู้ต้องหา หรือจำเลยนั้น ๆ คล้ายกับที่อาจต้องรับผิดชอบค่าฤชาธรรมเนียมหรือค่าทนายความแทนผู้ชนะคดี แต่หากเป็นการดำเนินคดีอาญาโดยรัฐ รัฐจะต้องเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายไปกลับกันหากมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่าจำเลยในคดีกระทำความผิดจริง ผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นจะต้องเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการใช้เครื่องมือไป เว้นแต่เป็นกรณีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยขัดสนด้วยทุนทรัพย์อย่างแท้จริงทั้งนี้ ตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้สำหรับในขั้นหลังการพิจารณาคตีของศาล ก็ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน เพียงแต่การใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวในชั้นนี้เป็นการใช้กับผู้ที่มีคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิดจริงแล้ว ฉะนั้น ในกรณีที่ผู้จะขอใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวเพื่อหันเหออกจากการควบคุมตัวเป็นผู้ขัดสนด้วยทุนทรัพย์อย่างแท้จริงและได้รับการช่วยเหลือจากกองทุน อาจต้องพิจารณาถึงการทยอยใช้คืนเงินแก่กองทุนซึ่งการที่จะต้องใช้เงินคืนแก่กองทุนนี้อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนเชิงบังคับทางอ้อมให้ผู้ที่ได้รับโอกาสมุมานะประกอบสัมมาอาชีพเพื่อหาทางใช้คืนกองทุนให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว อาจจะเป็นการฟื้นฟูผู้กระทำความผิดโดยทางอ้อมไปในตัวก็เป็นได้ อย่างไรก็ดี การดำเนินการเรื่องกองทุนนี้ควรจะต้องมีระเบียบการที่ชัดเจน และมีหน่วยงานธุรการที่รับผิดชอบโดยตลอดและเป็นการเฉพาะ | |