โครงการพัฒนาองค์ความรู้กฎหมายเพื่อป้องกันอันตรายจากผู้พ้นโทษที่มีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสังคม
ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย | โครงการพัฒนาองค์ความรู้กฎหมายเพื่อป้องกันอันตรายจากผู้พ้นโทษที่มีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสังคม |
หน่วยงาน/ผู้วิจัย | รองศาสตราจารย์ ดร.ปกป้อง ศรีสนิท และคณะ |
ปีที่เผยแพร่ | 2566 |
แหล่งสืบค้น | |
หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย | ด้านกระบวนการยุติธรรม ทัณฑปฏิบัติ และการบริหารโทษ |
ประเภท | งานวิจัย |
บทคัดย่อ | |
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษา รวบรวม วิเคราะห์ และสังเคราะห์องค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการบังคับใช้พระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. 2565 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม (Core Curriculum) สำหรับเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม พร้อมทดลองใช้ ปรับปรุงหลักสูตร และจัดทำแผนการนำหลักสูตรไปใช้จริงเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น วิธีการวิจัย เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยศึกษาเอกสารและกฎหมายของประเทศไทยและต่างประเทศศึกษาแนวปฏิบัติของประเทศออสเตรเลีย ฝรั่งเศส อังกฤษ และสิงคโปร์ สัมภาษณ์เชิงลึกผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ อัยการ ผู้พิพากษา จิตแพทย์ นักวิชาการ และภาคประชาสังคม แล้วนำข้อมูลที่ได้มาพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม ทดลองใช้กับกลุ่มเป้าหมาย (Pilot Group) และประเมินผลก่อนนำไปใช้จริง ผลการวิจัย (1.) ได้องค์ความรู้ด้านกฎหมายและแนวปฏิบัติจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบังคับใช้กฎหมายป้องกันการกระทำผิดซ้ำ (2.) ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการมีกฎหมายดังกล่าว แต่เสนอให้พัฒนาระบบประเมินความเสี่ยง โดยมีจิตแพทย์และเครื่องมือประเมินที่ได้มาตรฐาน รวมทั้งพัฒนาแนวทางฟื้นฟูผู้พ้นโทษและอบรมเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง (3.) ได้พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม 3 หลักสูตร ได้แก่ สำหรับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ พนักงานคุมประพฤติ และพนักงานอัยการ/ผู้พิพากษา (4.) ผลการทดลองใช้หลักสูตรพบว่า ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้และความเข้าใจเพิ่มขึ้นในระดับน่าพึงพอใจ และมีแผนขยายผลการอบรมไปยังเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ 9 ภูมิภาค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและลดการกระทำผิดซ้ำ ข้อเสนอแนะ (1.) ควรใช้มาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจริง (2.) ควรมีระบบประเมินความเสี่ยงที่แม่นยำ โดยใช้ทีมสหวิชาชีพ เช่น จิตแพทย์และนักจิตวิทยา (3.) การใช้มาตรการทางการแพทย์ควรได้รับความยินยอมจากผู้พ้นโทษ และใช้เฉพาะกรณีที่เหมาะสม (4.) ศาลควรใช้มาตรการเฝ้าระวังเฉพาะกรณีที่ผู้พ้นโทษมีความเสี่ยงต่อสังคมในระดับที่ยอมรับไม่ได้ (5.) ควรพัฒนาหลักสูตรและอบรมเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่องเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีมาตรฐานและคุ้มครองความปลอดภัยของสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ | |
