2569-64

โครงการพัฒนาองค์ความรู้กฎหมายเพื่อป้องกันอันตรายจากผู้พ้นโทษที่มีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสังคม

64 20260210 225405 0015

ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย

โครงการพัฒนาองค์ความรู้กฎหมายเพื่อป้องกันอันตรายจากผู้พ้นโทษที่มีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสังคม

หน่วยงาน/ผู้วิจัย

รองศาสตราจารย์ ดร.ปกป้อง ศรีสนิท และคณะ

ปีที่เผยแพร่

2566

แหล่งสืบค้น

หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย

ด้านกระบวนการยุติธรรม ทัณฑปฏิบัติ และการบริหารโทษ

ประเภท

งานวิจัย

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์

เพื่อศึกษา รวบรวม วิเคราะห์ และสังเคราะห์องค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการบังคับใช้พระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. 2565 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม (Core Curriculum) สำหรับเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม พร้อมทดลองใช้ ปรับปรุงหลักสูตร และจัดทำแผนการนำหลักสูตรไปใช้จริงเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น

วิธีการวิจัย

เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยศึกษาเอกสารและกฎหมายของประเทศไทยและต่างประเทศศึกษาแนวปฏิบัติของประเทศออสเตรเลีย ฝรั่งเศส อังกฤษ และสิงคโปร์ สัมภาษณ์เชิงลึกผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ อัยการ ผู้พิพากษา จิตแพทย์ นักวิชาการ และภาคประชาสังคม แล้วนำข้อมูลที่ได้มาพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม ทดลองใช้กับกลุ่มเป้าหมาย (Pilot Group) และประเมินผลก่อนนำไปใช้จริง

ผลการวิจัย

(1.) ได้องค์ความรู้ด้านกฎหมายและแนวปฏิบัติจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบังคับใช้กฎหมายป้องกันการกระทำผิดซ้ำ

(2.) ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการมีกฎหมายดังกล่าว แต่เสนอให้พัฒนาระบบประเมินความเสี่ยง โดยมีจิตแพทย์และเครื่องมือประเมินที่ได้มาตรฐาน รวมทั้งพัฒนาแนวทางฟื้นฟูผู้พ้นโทษและอบรมเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง

(3.) ได้พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม 3 หลักสูตร ได้แก่ สำหรับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ พนักงานคุมประพฤติ และพนักงานอัยการ/ผู้พิพากษา

(4.) ผลการทดลองใช้หลักสูตรพบว่า ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้และความเข้าใจเพิ่มขึ้นในระดับน่าพึงพอใจ และมีแผนขยายผลการอบรมไปยังเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ 9 ภูมิภาค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายและลดการกระทำผิดซ้ำ

ข้อเสนอแนะ

(1.) ควรใช้มาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจริง

(2.) ควรมีระบบประเมินความเสี่ยงที่แม่นยำ โดยใช้ทีมสหวิชาชีพ เช่น จิตแพทย์และนักจิตวิทยา

(3.) การใช้มาตรการทางการแพทย์ควรได้รับความยินยอมจากผู้พ้นโทษ และใช้เฉพาะกรณีที่เหมาะสม

(4.) ศาลควรใช้มาตรการเฝ้าระวังเฉพาะกรณีที่ผู้พ้นโทษมีความเสี่ยงต่อสังคมในระดับที่ยอมรับไม่ได้

(5.) ควรพัฒนาหลักสูตรและอบรมเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่องเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีมาตรฐานและคุ้มครองความปลอดภัยของสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Scroll to Top