2569-131

โครงการจัดทำหลักสูตรครอบครัวบำบัดสำหรับนักสังคมสงเคราะห์ผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรม

156 20260303 142410 0005

ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย

โครงการจัดทำหลักสูตรครอบครัวบำบัดสำหรับนักสังคมสงเคราะห์ผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรม

หน่วยงาน/ผู้วิจัย

สถาบันวิจัยและพัฒนากรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน

ปีที่เผยแพร่

2567

แหล่งสืบค้น

หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย

ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ในเรือนจำ

ประเภท

งานวิจัย

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์

โครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำหลักสูตรครอบครัวบำบัดสำหรับนักสังคมสงเคราะห์ผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรม และเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของนักสังคมสงเคราะห์ในการเตรียมความพร้อมครอบครัวของเด็กและเยาวชน ตลอดจนการติดตามและช่วยเหลือเด็กและเยาวชนภายหลังพ้นจากกระบวนการยุติธรรม

วิธีดำเนินการศึกษา

การดำเนินโครงการประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่

(1.) การจัดทำหลักสูตรครอบครัวบำบัดและคู่มือการปฏิบัติงานตามแนวคิดแซทเทียร์

(2.) การอบรมหลักสูตรครอบครัวบำบัดแก่ นักสังคมสงเคราะห์นำร่อง จำนวน 20 คน โดยใช้หลักสูตร 24 หัวข้อ รวม 60 ชั่วโมง แบ่งการอบรมเป็น 3 ระยะ ได้แก่ การอบรมออนไลน์ การฝึกปฏิบัติและอบรมแบบพบกัน และการสรุปผลการเรียนรู้

(3.) การประเมินผลหลักสูตรและการอบรม โดยใช้แบบทดสอบก่อน – หลังอบรม (Pre-test / Post-test) การประเมินผลการฝึกปฏิบัติ การประเมินความคิดเห็นของผู้เข้าอบรม และการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อปรับปรุงหลักสูตรและคู่มือ

ผลการศึกษาพบว่า

โครงการสามารถพัฒนาหลักสูตรครอบครัวบำบัดได้จำนวน 1 หลักสูตร พร้อมคู่มือการปฏิบัติงาน 1 ฉบับ และมีนักสังคมสงเคราะห์ผ่านการอบรมจำนวน 20 คน ผลการประเมินพบว่า ผู้เข้าอบรมมีคะแนนหลังอบรมสูงกว่าก่อนอบรม และผู้เข้าอบรมทุกคน (ร้อยละ 100) ผ่านเกณฑ์การประเมิน โดยมีคะแนนด้านความรู้และการปฏิบัติสูงกว่าร้อยละ 80 ผู้เข้าอบรมมีความคิดเห็นเชิงบวกและมีความพึงพอใจต่อหลักสูตรในระดับมาก แสดงให้เห็นว่าหลักสูตรสามารถพัฒนาความรู้และทักษะด้านการทำครอบครัวบำบัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อเสนอแนะ

(1.) ควรขยายการอบรมหลักสูตรครอบครัวบำบัดให้ครอบคลุมนักสังคมสงเคราะห์ทุกคน เนื่องจากเป็นทักษะสำคัญในการปฏิบัติงานกับเด็ก เยาวชน และครอบครัว

(2.) ควรจัดการอบรมในรูปแบบพบกัน (On-site) ทุกระยะ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการฝึกปฏิบัติอย่างเต็มที่

(3.) ควรมีระบบติดตามและประเมินผลการนำความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อพัฒนามาตรฐานและประสิทธิภาพของการให้บริการด้านครอบครัวบำบัดอย่างต่อเนื่อง

Scroll to Top