
กองวิชาการและพัฒนานวัตกรรมราชทัณฑ์เข้าร่วมงานเสวนา “ทิศทางใหม่ การบริหารโทษ” ว่าด้วยผู้ต้องขังคดีร้ายแรง ผู้ต้องขังโทษจำคุกตลอดชีวิต และผู้ต้องขังโทษประหารชีวิต
ในวันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2569 กรมราชทัณฑ์ จัดกิจกรรมเสวนาวิชาการและระดมสมองเพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียต่อร่างกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดและเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ณ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) โดย พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวเปิดและให้นโยบาย นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวต้อนรับ และ ดร.ชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวรายงาน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญยิ่งกับการบังคับโทษให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาล การบริหารโทษผู้ต้องขังคดีร้ายแรงจึงต้องหาจุดสมดุล ทั้งโทษที่ได้สัดส่วนกับความร้ายแรงของการกระทำผิด ความปลอดภัยของสังคม ความหวังของผู้ต้องขังที่จะกลับตัวเป็นคนดี และความมั่นคงปลอดภัยภายในเรือนจำ เพื่อยกระดับการบริหารโทษให้มีมาตรฐาน ได้สัดส่วน ปลอดภัย และตรวจสอบได้
ด้านปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการราชทัณฑ์ กล่าวว่า คำถามของสังคมที่มีต่อหลักเกณฑ์การเลื่อนชั้น การลดวันต้องโทษ และการพักการลงโทษ นั้น เป็นคำถามที่ชอบธรรม และต้องตอบด้วยข้อเท็จจริงและมีระบบที่ตรวจสอบได้ ร่างกฎกระทรวงฉบับนี้ จึงยังเปิดรับการปรับปรุง โดยความคิดเห็นจากเวทีนี้จะได้รับการสรุปเสนอต่อคณะกรรมการราชทัณฑ์ต่อไป
การเสวนาหัวข้อ “ทิศทางใหม่ การบริหารโทษ” ว่าด้วยผู้ต้องขังคดีร้ายแรง ผู้ต้องขังโทษจำคุกตลอดชีวิต และผู้ต้องขังโทษประหารชีวิต ได้รับเกียรติจากวิทยากร ได้แก่ ดร.นัทธี จิตสว่าง ที่ปรึกษาสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย รองศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อาจารย์ ดร.ศุภกิจ แย้มประชา ผู้อำนวยการหลักสูตรนิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการพิเศษฝ่ายกิจการต่างประเทศ 2 สำนักงานอัยการสูงสุด ดำเนินการเสวนาโดย อาจารย์วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ ผู้ก่อตั้งสำนักกฎหมาย VLA ส่วนช่วงบ่ายเป็นการระดมสมองจาก ผู้มีส่วนได้เสีย 4 กลุ่ม ได้แก่ หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ภาคประชาสังคม หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชน และหน่วยงานในกรมราชทัณฑ์ ก่อนสรุปข้อเสนอแนะร่วมกัน
การรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้มุ่งให้ได้หลักเกณฑ์ที่ เป็นธรรม ได้สัดส่วนกับความร้ายแรงของคดี ปลอดภัย ด้วยการประเมินผู้ต้องขังเป็นรายบุคคล โปร่งใส ด้วยกลไกที่ให้บุคคลภายนอกร่วมตรวจสอบ และคืนคนดีสู่สังคมอย่างมีคุณภาพเพื่อลดการกระทำผิดซ้ำ ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์จะเผยแพร่ผลการรับฟังความคิดเห็นต่อสาธารณะต่อไป





















































