ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย | คุณภาพชีวิตการทำงานของข้าราชการกรมราชทัณฑ์ : ศึกษากรณีเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครและทัณฑสถานหญิงกลาง |
หน่วยงาน/ผู้วิจัย | นางสาวกนกวรรณ ทองคำ และคณะ |
ปีที่เผยแพร่ | 2559 |
แหล่งสืบค้น | |
หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย | ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการของบุคลากรกรมราชทัณฑ์ |
ประเภท | วิทยานิพนธ์ |
บทคัดย่อ | |
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาระดับคุณภาพชีวิตการทำงานของข้าราชการราชทัณฑ์สังกัดเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครและทัณฑสถานหญิงกลาง และศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตการทำงานของข้าราชการราชทัณฑ์สังกัดเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครและทัณฑสถานหญิงกลาง ตลอดจนการนำผลการศึกษามาใช้เป็นแนวทางและข้อเสนอแนะในการปรับปรุงคุณภาพชีวิตการทำงานของข้าราชการราชทัณฑ์ วิธีการศึกษา การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาแบบผสมผสานระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ โดยใช้กลุ่มตัวอย่างในการศึกษา คือ ข้าราชการราชทัณฑ์ จำนวนทั้งสิ้น 235 คน ได้แก่ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จำนวน 152 คน และทัณฑสถานหญิงกลาง จำนวน 83 คน โดยใช้เครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม โดยสัมภาษณ์ ผู้บริหารของเรือนจำ 5 คน ข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมนำมาวิเคราะห์ โดยใช้การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวน และการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุคูณ ผลจากการศึกษาพบว่า (1.) ข้าราชการราชทัณฑ์สังกัดเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และทัณฑสถานหญิงกลาง มีการรับรู้ปัจจัยด้านคุณภาพชีวิตการทำงานโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (2.) ปัจจัยสภาพแวดล้อมภายในองค์การและปัจจัยคุณลักษณะงานมีอิทธิพลต่อระดับคุณภาพชีวิตการทำงานของข้าราชการราชทัณฑ์สังกัดเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และทัณฑสถานหญิงกลาง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ยกเว้น ปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอกองค์การที่ไม่มีอิทธิพลต่อระดับคุณภาพชีวิตการทำงานของข้าราชการราชทัณฑ์สังกัดเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครและทัณฑสถานหญิงกลาง ข้อเสนอแนะ กรมราชทัณฑ์ควรจัดให้มีโครงการสนับสนุนข้าราชการในการบริหารเงินแบบพอดี ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง มีการอบรมหลักสูตรการทำบัญชีครัวเรือน สนับสนุนส่งเสริมการออม การลงทุน ผ่านกลไก สหกรณ์ของ กรมฯ โดยนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแนวทางในการดำรงชีวิต เพื่อทำให้ข้าราชการสามารถดำรงชีวิตทั้งในชีวิตส่วนตัว และชีวิตการทำงานให้มีระดับที่ดีขึ้น ซึ่งความพอเพียงในที่นี้ หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล ใช้สติปัญญา ความรู้ความสามารถ และมีความรอบคอบในการดำเนินชีวิต ก็จะเป็นการเพิ่มระดับคุณภาพชีวิตแก่ข้าราชการได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนเพื่อลดภาระงานที่ตรากตรำรัฐบาลเห็นควรพิจารณาในเรื่องของPrivate Prison ที่มีอย่างแพร่หลายในต่างประเทศโดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และอังกฤษ (นัทธี จิตสว่าง, 2554) ปรับโครงสร้างเรือนจำไม่เพียงแต่ควบคุมเท่านั้น จะต้องรองรับการแก้ไขคนด้วย โดยการให้เอกชนเข้ามาบริหารงานเรือนจำแทนรัฐ ซึ่งเอกชนจะบริหารงานได้คล่องตัวกว่า ประหยัดกว่า โดยรัฐจะเป็นฝ่ายกำหนดมาตรฐานในการทำงานให้เอกชนดำเนินการ มีการตกลงทำสัญญาให้มีการดำเนินการตามที่ได้กำหนด เช่น ในเรื่องการควบคุมผู้ต้องขังมิให้หลบหนี การจำแนกลักษณะผู้ต้องขัง การจัดสวัสดิการ และการให้การศึกษาผู้ต้องขัง เป็นต้น นอกจากนี้กรมราชทัณฑ์ควรพัฒนาการบริหารจัดการเรือนจำ/ทัณฑสถานให้เป็นแบบ “SMART Prison or SMART Correction Institute” นั่นคือ การนำเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการปฏิบัติงาน เห็นควรให้ความสำคัญในการนำมาตรการไม่ควบคุมตัวผู้กระทำผิดตามมาตรฐานขั้นต่ าขององค์การสหประชาชาติ (United Nations Standard Minimum Rules for Non-custodial Measures) มาใช้ควบคุมผู้กระทำผิดบางรายโดยไม่ใช้เรือนจำมากขึ้น ซึ่งผู้กระทำผิดสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุขภายในบริเวณที่ถูกจำกัด เช่น ผู้ที่ได้รับการพักการลงโทษจำคุก ผู้ที่ได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ผู้ที่ได้รับความทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วยโดยที่ระบบรักษาพยาบาลในเรือนจำไม่สามารถรักษาบุคคลนั้นได้ เป็นต้น (ปิยะพร ตันณีกุล, 2559) โดยมีอุปกรณ์กำไรอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Monitoring : EM) เป็นเครื่องมือควบคุมและตรวจสอบ ซึ่งดำเนินการอยู่บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน ดังนั้น ผู้กระทำผิดจะต้องปฏิบัติตนตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด ซึ่งการเพิ่มทางเลือกในการจำคุกนั้น จะสามารถช่วยลดความแออัดของเรือนจำรวมถึงลดภาระงานควบคุมดูแลของข้าราชการที่มีจำกัด อันจะส่งผลให้ข้าราชการราชทัณฑ์มีคุณภาพชีวิตการทำงานที่ดีขึ้น กรมราชทัณฑ์ควรส่งเสริมให้ผู้บังคับบัญชามีทัศนคติหรือค่านิยมที่จริงจังในการสร้างคุณภาพชีวิตการทำงานที่ดีแก่ข้าราชการ สร้างเป้าหมายของการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐให้คนทำงานมีชีวิตที่มีคุณภาพ คือ การมีความสุขกับการทำงานและการใช้ชีวิต นำหลักพัฒนาคนรูปแบบใหม่ที่สอดคล้องกับหลัก“คนคือศูนย์กลางของการพัฒนา” ที่ไม่เน้นเพียงเรื่องของงานเท่านั้นแต่เน้นเรื่องสมดุลของชีวิตด้วย ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้เทคนิคภาวะผู้นำโดยอาศัยกรอบแนวคิดตาข่ายการบริหารหรือตารางการจัดการ (MANAGERIAL GRID) มาใช้ในการพัฒนา นั่นคือ ผู้นำแบบ (9,9)หรือแบบทีมงาน (team) ซึ่งเป็นผู้นำที่เน้นทั้งคนและผลงาน (Blake Robert R., 1991) กรมราชทัณฑ์อาจจัดให้มีโครงการอบรมผู้บัญชาการเรือนจำ/ผู้อำนวยการทัณฑสถานในเรื่องการดูแลคุณภาพชีวิตการทำงานของข้าราชการ และเพิ่มเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดในการทำงานของผู้บัญชาการเรือนจำ/ผู้อำนวยการทัณฑสถาน ในลักษณะที่ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาเสมือนคนในครอบครัว ให้ความใกล้ชิด ให้ความใส่ใจทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว เมื่อมีปัญหาสามารถเข้ามาปรึกษา พูดคุย และพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างได้เสมอ อาจจัดในรูปแบบของกิจกรรมสัมมนาประจำปีเพื่อรับฟังความคิดเห็นข้าราชการ เพื่อร่วมกันเสนอแนวทางจัดทำแผนพัฒนาองค์การให้เป็นองค์การแห่งความสุข (Happy workplace strategic planning)เป็นต้น | |
