โครงการจัดทำหลักสูตรครอบครัวบำบัดสำหรับนักสังคมสงเคราะห์ผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรม
ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย | โครงการจัดทำหลักสูตรครอบครัวบำบัดสำหรับนักสังคมสงเคราะห์ผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรม |
หน่วยงาน/ผู้วิจัย | สถาบันวิจัยและพัฒนากรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน |
ปีที่เผยแพร่ | 2567 |
แหล่งสืบค้น | |
หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย | ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ในเรือนจำ |
ประเภท | งานวิจัย |
บทคัดย่อ | |
วัตถุประสงค์ โครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำหลักสูตรครอบครัวบำบัดสำหรับนักสังคมสงเคราะห์ผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรม และเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของนักสังคมสงเคราะห์ในการเตรียมความพร้อมครอบครัวของเด็กและเยาวชน ตลอดจนการติดตามและช่วยเหลือเด็กและเยาวชนภายหลังพ้นจากกระบวนการยุติธรรม วิธีดำเนินการศึกษา การดำเนินโครงการประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ (1.) การจัดทำหลักสูตรครอบครัวบำบัดและคู่มือการปฏิบัติงานตามแนวคิดแซทเทียร์ (2.) การอบรมหลักสูตรครอบครัวบำบัดแก่ นักสังคมสงเคราะห์นำร่อง จำนวน 20 คน โดยใช้หลักสูตร 24 หัวข้อ รวม 60 ชั่วโมง แบ่งการอบรมเป็น 3 ระยะ ได้แก่ การอบรมออนไลน์ การฝึกปฏิบัติและอบรมแบบพบกัน และการสรุปผลการเรียนรู้ (3.) การประเมินผลหลักสูตรและการอบรม โดยใช้แบบทดสอบก่อน – หลังอบรม (Pre-test / Post-test) การประเมินผลการฝึกปฏิบัติ การประเมินความคิดเห็นของผู้เข้าอบรม และการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อปรับปรุงหลักสูตรและคู่มือ ผลการศึกษาพบว่า โครงการสามารถพัฒนาหลักสูตรครอบครัวบำบัดได้จำนวน 1 หลักสูตร พร้อมคู่มือการปฏิบัติงาน 1 ฉบับ และมีนักสังคมสงเคราะห์ผ่านการอบรมจำนวน 20 คน ผลการประเมินพบว่า ผู้เข้าอบรมมีคะแนนหลังอบรมสูงกว่าก่อนอบรม และผู้เข้าอบรมทุกคน (ร้อยละ 100) ผ่านเกณฑ์การประเมิน โดยมีคะแนนด้านความรู้และการปฏิบัติสูงกว่าร้อยละ 80 ผู้เข้าอบรมมีความคิดเห็นเชิงบวกและมีความพึงพอใจต่อหลักสูตรในระดับมาก แสดงให้เห็นว่าหลักสูตรสามารถพัฒนาความรู้และทักษะด้านการทำครอบครัวบำบัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อเสนอแนะ (1.) ควรขยายการอบรมหลักสูตรครอบครัวบำบัดให้ครอบคลุมนักสังคมสงเคราะห์ทุกคน เนื่องจากเป็นทักษะสำคัญในการปฏิบัติงานกับเด็ก เยาวชน และครอบครัว (2.) ควรจัดการอบรมในรูปแบบพบกัน (On-site) ทุกระยะ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการฝึกปฏิบัติอย่างเต็มที่ (3.) ควรมีระบบติดตามและประเมินผลการนำความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อพัฒนามาตรฐานและประสิทธิภาพของการให้บริการด้านครอบครัวบำบัดอย่างต่อเนื่อง | |
