2569-49

โครงการวิจัยเรื่อง “การพัฒนากระบวนการจำแนกผู้กระทำผิด”

55 20260210 225405 0006

ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย

โครงการวิจัยเรื่อง “การพัฒนากระบวนการจำแนกผู้กระทำผิด”

หน่วยงาน/ผู้วิจัย

รองศาสตราจารย์ ดร.ธีระ สินเดชารักษ์และคณะ

ปีที่เผยแพร่

2563

แหล่งสืบค้น

หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย

ด้านกระบวนการยุติธรรม ทัณฑปฏิบัติและการบริหารโทษ

ประเภท

งานวิจัย

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์

เพื่อพัฒนาระบบจำแนกผู้กระทำผิดที่มีประสิทธิภาพ

วิธีการศึกษาวิจัย

โดยเป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ(Qualitative Research) ซึ่งใช้วิธีการศึกษาการค้นคว้าข้อมูลจากเอกสารวิชาการ การประชุมกลุ่มย่อย การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสัมมนาระดมความคิดเห็นกับกลุ่มเป้าหมายที่ได้กำหนดเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมาย เช่น ตำรวจ อัยการ ราชทัณฑ์ หรือกรมคุมประพฤติ เป็นต้น และกลุ่มนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาเกี่ยวกับระบบการจำแนกและประเมิน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญาวิทยา จิตวิทยา สังคมสงเคราะห์ หรือแพทย์ เพื่อค้นหาแนวทางการดำเนินงานที่นำไปสู่การพัฒนากระบวนการจำแนกผู้กระทำผิด

ผลการศึกษาพบว่า

การสะท้อนให้เห็นถึงสภาพปัญหาที่ทําให้กระบวนการจําแนกผู้กระทําผิดในปัจจุบันมีข้อจํากัดบางประการในการป้องกันการกระทําผิดซ้ําได้ หรือสภาพปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบการจําแนกผู้กระทําผิด การนําเครื่องมือการจําแนกมาใช้ และการพัฒนากระบวนการจําแนกและการส่งต่อผู้ต้องขังโดยคํานึงถึงความเป็นปัจเจกของผู้กระทําผิดแต่ละคนอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งยังใช้กระบวนวิธีวิจัยที่มีการแยกแยะประเด็นเชื่อมโยง และหาความสัมพันธ์ของข้อมูล เพื่อป้องกันการกระทําผิดของผู้กระทําผิดซ้ําได้อย่างแท้จริง ซึ่งส่งผลให้ระบบการจําแนกข้อมูลผู้กระทําผิดมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันอาจก่อให้เกิดการวางแผนการบําบัดฟื้นฟูตามลักษณะเฉพาะของผู้กระทําผิดอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะความสามารถในการนําระบบการจําแนกผู้กระทําผิดในคดียาเสพติดไปปรับใช้ในหน่วยงานพัฒนาพฤตินิสัย กระทรวงยุติธรรม เพื่อจําแนกประเภทผู้กระทําผิดในการบําบัดฟื้นฟูได้อย่างเหมาะสม

ข้อเสนอแนะ

คณะผู้วิจัยได้ค้นพบข้อเสนอในเรื่องของแนวทางการพัฒนากระบวนการจำแนกผู้กระทำผิดที่จะนำไปทดลองใช้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน 8 ประเด็น ได้แก่

(1.) การให้ผู้ต้องขังตอบข้อคำถามด้วยตนเอง (self-report) ในกระบวนการสอบถามประวัติของผู้ต้องขังเพื่อแก้ปัญหาจำนวนเจ้าหน้าที่จำแนกที่มีสัดส่วนไม่เพียงพอกับจำนวนผู้ต้องขัง (2.) การใช้ผู้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในเรือนจำเพื่อลดการซ้ำซ้อนในการบันทึกข้อมูลที่เจ้าหน้าที่จำแนกจะใช้การบันทึกลงในกระดาษก่อน เมื่อสัมภาษณ์ผู้ต้องขังแรกเข้า

(3.) การใช้เครื่องมือจำแนกผู้กระทำความผิด ที่เป็นแบบสอบถามโดยใช้การจำแนกแบบปรวิสัย(Objective Classification) เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้วิจารณญาณของเจ้าหน้าที่จำแนก โดยเน้นการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ของแบบสอบถาม

(4.) การจำแนกลักษณะผู้ต้องขังซ้ำ (Re-classification of Prisoners)

(5.) การลดระยะเวลาในการจำแนกผู้ต้องขังอย่างเหมาะสม

(6.) การปรับเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินความเสี่ยงผู้ต้องขัง ให้มีความละเอียดมากขึ้น

(7.) การใช้กระบวนการจำแนกที่แตกต่างกัน สำหรับผู้ต้องขังที่มีความแตกต่างกันและ

(8.) การมีคนนอกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการจำแนก เพื่อสะท้อนภาพสังคมภายนอกที่สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดแผนงาน การแก้ไขปัญหาและการให้คำปรึกษาตลอดจนการวิจัยในเรื่องของระบบการจำแนกผู้กระทำผิดร่วมกันอีกด้วยนอกจากนี้คณะผู้วิจัยยังได้มีข้อเสนอแนะที่ทำให้เกิดการพัฒนาอีกด้วยซึ่งก็คือการเพิ่มปริมาณเครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่สามารถส่งเสริมหรือมีส่วนช่วยให้การจำแนกผู้กระทำความผิดมีการดำเนินงานอย่างรวดเร็วมากขึ้น และเจ้าหน้าที่ที่มีบทบาทในการจำแนกผู้กระทำผิดก็ควรที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง โดยตรงเนื่องจากขั้นตอนดังกล่าว จำเป็นต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้ และประสบการณ์หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญที่จบในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องอย่างเจาะจง

Scroll to Top