โครงการนำร่องเพื่อพัฒนามาตรฐานเรือนจำและโปรแกรมบำบัดแก้ไขฟื้นฟูผู้กระผิดทางเพศ เพื่อลดการกระทำผิดซ้ำ
ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย | โครงการนำร่องเพื่อพัฒนามาตรฐานเรือนจำและโปรแกรมบำบัดแก้ไขฟื้นฟูผู้กระผิดทางเพศ เพื่อลดการกระทำผิดซ้ำ |
หน่วยงาน/ผู้วิจัย | ศ.ดร. อรัญญา ตุ้ยคําภีร์ และคณะ |
ปีที่เผยแพร่ | 2564 |
แหล่งสืบค้น | |
หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย | ด้านกระบวนการยุติธรรม ทัณฑปฏิบัติ และการบริหารโทษ |
ประเภท | งานวิจัย |
บทคัดย่อ | |
วัตถุประสงค์ (1.) เพื่อศึกษาสถานการณ์ปัจจุบันด้านการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศของผู้ต้องขังในเรือนจำ และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง (2.) เพื่อศึกษาแนวทางในการพัฒนามาตรฐานเรือนจำที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและลดการกระทำผิดซ้ำทางเพศได้ (3.) เพื่อศึกษามาตรฐานด้านแนวปฏิบัติและโปรแกรมบำบัดแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดเกี่ยวกับ เพศ ที่ลดความเสี่ยงต่อการกระทำผิดซ้ำ วิธีการดำเนินวิจัย การวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย 3 ตอนที่ใช้ทั้งการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยตอนที่ 1 การศึกษาสถานการณ์การกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ ซึ่งประกอบไปด้วย สถิติ แผนที่อาชญากรรม ประวัติการกระทำผิด ลักษณะคดี ประวัติส่วนตัวของผู้ต้องขังทั้งหมดในประเทศไทย และการศกษา ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดทางเพศรายกรณีที่คลอบคลุมผู้ต้องขังเกี่ยวกับเพศ 4 ประเภท คือ ผู้ต้องขังกระทำต่อเหยื่อที่เป็นเด็ก เหยื่อทุกกลุ่มอายุ เหยื่อเฉพาะผู้หญิงและกรณีอื่น ๆ เช่น ผู้ต้องเฝ้าระวังในการก่ออาชญากรรม (watch list) ตอนที่ 2 เป็นการศึกษามาตรฐานเรือนจำที่เอื้อต่อ การปฏิบัติและการบำบัดแก้ไขฟื้นฟูที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและลดการกระทำผิดซ้ำ ซึ่งประกอบด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพกับกลุ่มตัวอย่างที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้บริหาร ผู้จัดทำนโยบาย นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ และกลุ่มผู้ปฏิบัติ จำนวน 104 คน และการสำรวจเชิงปริมาณกับเรอนจำ 128 แห่ง ที่เป็นเรือนจำเฉพาะผู้ต้องขังชายและไม่ใช่สถานที่กักกัน ตอนที่ 3 การสัมมนาเพื่อรับฟัง ข้อคิดเห็นและข้อค้นพบจากงานวิจัย ผลการวิจัยพบว่า สถานการณ์การกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศของผู้ต้องขัง สถานการณ์การกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศของผู้ต้องขัง ประกอบด้วย สถิติ แผนที่ อาชญากรรม ประวัติการกระทำผิด ลักษณะคดี ประวัติส่วนตัว และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการกระทำ ผิดเกี่ยวกับเพศ เป็นต้น (1.) ข้อมูลสถิติผู้ต้องขังกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ ข้อมูลสถิติผู้ต้องขังกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศในเรือนจำทั่วประเทศ ณ วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2563 สรุปได้ว่าผู้ต้องขังกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศปัจจุบัน มีจำนวน 12,073 คน (ผู้ต้องขังชาย 11,552 คน ผู้ต้องขังหญิง 521 คน) มีอายุเฉลี่ยเท่ากับ 39.0 ปี ช่วงอายุ 21 ถึง 81 ปี ส่วนใหญ่ต้องโทษเป็น ครั้งที่ 1 (ร้อยละ 81.74) ส่วนผู้เสียหายที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี มีจำนวนร้อยละ 15.2 ผู้เสียหายที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี มีจำนวนร้อยละ 39.2 โดยผู้เสียหายอายุต่ำสุด คือ 4 ปีด้านแผนที่อาชญากรรม พบว่าพื้นที่เรือนจำที่มีจำนวนผู้ต้องขังกระทำผิดเกี่ยวกับเพศ ถูกคุมขังอยู่มากที่สุดได้แก่ เรือนจำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดนครราชสีมา (มากกว่า 500 คน) รองลงมาได้แก่ เรือนจำในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี จังหวัดชลบุรี จังหวัดนครศรีธรรมราชและ จังหวัดสงขลา (จำนวน 400- 500 คน) และเรือนจำในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น (จำนวน 300- 400 คน) ด้านประวัติการกระทำผิด ลักษณะคดี ประวัติส่วนตัวที่สำคัญ พบว่าผู้ต้องขังกระทำผิดเกี่ยวกับเพศมักกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศร่วมกับคดีอื่น เช่น ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย ส่วนใหญ่ ถูกจับกุมในฐานความผิดกระทำชำเราเด็กมากถึงร้อยละ 52.47 และ 40.36 ตามลำดับ ในส่วน การกระทำผิดซ้ำ ผู้ต้องขังที่กระทำผิดทุกคดีแล้วมากระทำผิดซ้ำเกี่ยวกับเพศอีกภายในระยะเวลา ติดตามพฤติกรรม 1 ปี ของผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัวในปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 ถึง 2563 มีอัตรากระทำผิดซ้ำ ร้อยละ 5.73 ถึง 8.85 ในขณะที่ผู้ต้องขังที่กระทำผิดทางเพศแล้วมากระทำผิดซ้ำในคดีเพศ ประมาณร้อยละ1 (ร้อยละ 0.55 ถึง 0.95) (2.) ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดในผู้ต้องขังคดีเพศ สำหรับปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดในผู้ต้องขังคดีเพศนั้น ผลการศึกษาแบบราย กรณี ในผู้ต้องขังกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ จำนวน 362 ราย พบว่ามีปัจจัยด้านจิตวิทยาและ ด้านเพศที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดทางเพศได้แก่ ระดับสติปัญญา ประสบการณ์ความยากลำบาก วัยเด็ก (โดยเฉพาะการถูกละเลยทอดทิ้ง ไม่ได้รับการเอาใจใส่ และความรักจากพ่อแม่) ความยืดหยุ่น ของจิตใจ บุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคม ความคิดที่บิดเบือนเกี่ยวกับเพศ (เช่น ความคิดความเชื่อที่ว่า การข่มขืนเป็นเรื่องที่ทำแล้วยอมรับได้) แนวโน้มโรคใคร่เด็ก และปัญหาด้านสุขภาพจิตและจิตเวช โดยเฉพาะกลุ่มอาการวิตกกังวลเมื่อแบ่งผู้ต้องขังกระทำผิดเกี่ยวกับเพศในเรือนจำ ตามลักษณะเหยื่อในผู้ต้องขังกระทำ ความผิดเกี่ยวกับเพศที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเหยื่อครบถ้วน จำนวน 225 คน แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม 1 ผู้กระทำผิดทางเพศต่อเหยื่อที่เป็นเด็ก (จำนวน 129 คน) กลุ่ม 2 ผู้กระทำผิดทางเพศต่อเหยื่อทุกวัย (จำนวน 7 คน) กลุ่ม 3 ผู้กระทำผิดทางเพศต่อเหยื่อผู้หญิง (จำนวน 53 คน) กลุ่ม 4 ผู้กระทำผิดทางเพศอื่นๆ เช่น ผู้ที่ต้องเฝ้าระวังในการก่ออาชญากรรม (Watch list) จำนวน 36 คน พบว่า ผู้กระทำผิดทางเพศต่อเหยื่อทั้ง 4 กลุ่ม มีคะแนนปัจจัยที่ไม่แตกต่างกันในด้านสติปัญญา ความคิดที่บิดเบือนเกี่ยวกับเพศ ความยืดหยุ่นของจิตใจ ประสบการณ์ความยากลำบากในวัยเด็ก ปัญหาด้าน สุขภาพจิตและจิตเวชโดยรวมสำหรับปัจจยที่แต่ละกลมแตกต่างกัน คือ ผู้กระทำผิดกลุ่มที่ 1 (กระทำผิดต่อเหยื่อที่เป็นเด็ก) มีคะแนนสูงสุดด้านแนวโน้มโรคใคร่เด็ก ปัญหาด้านสุขภาพจิตและจิตเวชกลุ่ม อาการวิตกกังวล ผู้กระทำผิดกลุ่มที่ 2 (กระทำผิดต่อเหยื่อที่เป็นคนทุกวัย) ผู้กระทำผิดกลุ่มที่ 3 (กระทำผิดทางเพศต่อเหยื่อผู้หญิง) มีคะแนนต่ำสุดด้านแนวโน้มโรคใคร่เด็ก นอกจากนี้ผู้ต้องขังที่กระทำผิดเกี่ยวกับเพศซ้ำตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป มีปัจจัยด้านแนวโน้มโรคใคร่เด็ก และมีประสบการณ์ความยากลำบากวัยเด็กสูงกว่าผู้ต้องขังกระทำผิดครั้งแรก ซึ่งการออกแบบ โปรแกรมเฉพาะคดีเพศ ควรมีการคำนึงถึงปัจจัยสำคัญต่างๆ ของแต่ละกลุ่มร่วมด้วย ผู้กระทำผิดกลุ่มที่ 4 (กระทำผิด ต่อเหยื่อที่ต้องเฝ้าระวังในการก่ออาชญากรรม หรือ watch list) มีคะแนนสูงสุดด้าน บุคลิกภาพ ต่อต้านสังคม มาตรฐานเรือนจำที่เอื้อต่อการปฏิบัติและบำบัดแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดทางเพศ ด้านเกณฑ์ประเมิน ซึ่งประกอบด้วยเกณฑ์ประเมินและตัวบ่งชี้มาตรฐานเรือนจำที่เอื้อต่อ การปฏิบัติและบำบัดแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผดทางเพศ คณะผู้วิจัยศึกษามาตรฐานเรือนจำทั้งในประเทศ ไทยและสากล ครอบคลุมหลักการแนวคิดและเอกสารทางวิชาการต่างๆ ได้แก่ (1) หลักการสมาคม ระหว่างประเทศเพื่อการปฏิบัติต่อผู้กระทำความผิดทางเพศ (2) แนวคิดของกรมราชทัณฑ์ในเรื่องการ “ควบคุมดูแล บำบัด ฟื้นฟูผู้ต้องขังอย่างจริงจังและมุ่งสู่มาตรฐานสากล” เช่น มาตรฐานเรือนจำ ต้นแบบตามข้อกำหนดกรุงเทพ มาตรฐานขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติตอผู้ต้องขัง หรือข้อกำหนดแมนเดลา ในการบริหารจัดการเรือนจำที่ดี (3) มาตรฐานและแนวทางในการวัด การประเมิน การบำบัดรักษา และการติดตามพฤติกรรมของผู้กระทำความผิดทางเพศผู้ใหญ่ โดยสำนักงานการบริหารจัดการการใช้ความรุนแรงภายในครอบครัวและผู้กระทำความผิดทางเพศรัฐ โคโรราโดประเทศสหรัฐอเมรกา ฉบับปรับปรุง พฤษภาคม ค.ศ.2020 จากนั้นจึงได้ศึกษาเชิงคุณภาพ ด้วยการสัมภาษณ์และสนทนากลุ่มในผู้ให้ข้อมูล 3 กลุ่ม จำนวนรวม 104 ราย (ผู้บริหาร ผู้กำหนด ผู้จัดทำนโยบาย จำนวน 10 ราย กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ ผู้ปฏิบัติงานที่มีความเชี่ยวชาญ จำนวน 20 ราย และ ผู้ปฏิบัติงานในเรือนจำ ผลการสำรวจมาตรฐานเรือนจำที่เอื้อต่อการปฏิบัติและบำบัด แก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดทางเพศ จำนวน 74 ราย) ในขั้นตอนสุดท้ายเป็นการพัฒนาเกณฑ์ประเมนที่ ประกอบด้วย มาตรฐานเรือนจำ 4 ด้าน มีตัวชี้วัดหลัก 38 ตัวชี้วัด ได้แก่ มาตรฐานด้านการบริหาร จัดการเรือนจำ มี 10 ตัวชี้วัด มาตรฐานด้านการจำแนก มี 5 ตัวชี้วัด มาตรฐานด้านการบำบัดแก้ไข ฟื้นฟู มี 14 ตัวชี้วัด มาตรฐานด้านการคืนผู้ต้องขังสู่สังคม มี 9 ตัวชี้วัด โดยกำหนดเกณฑ์ผ่านคือ เรือนจำต้องมีการดำเนินการตามมาตรฐาน ใน 4 ด้านครบทุกข้อ และมีคะแนนรวมเกินร้อยละ 70 ขึ้น ไปด้านผลการประเมินมาตรฐานเรือนจำ เมื่อนำเกณฑ์ประเมินและตัวบ่งชี้มาตรฐานเรือนจำ ข้างต้นไปสำรวจเรือนจำที่มีผู้ต้องชายขังคดีเพศในทุกภาคทั่วประเทศ พบว่า มีเรือนจำ 78 แห่ง (จากเรือนจำทั้งหมด 128 แห่ง) ที่ตอบแบบสำรวจ โดยเป็นเรือนจำที่มีผู้ต้องชายขังคดีเพศและมี โปรแกรมเฉพาะสำหรับผู้ต้องขังคดีเพศ 52 แห่ง ในจำนวน 52 เรือนจำนี้ มีเรือนจำที่ดำเนินการตาม มาตรฐานใน 4 ด้านครบทุกข้อ และคะแนนรวมเกินร้อยละ 70 ขึ้นไป (เกณฑ์ผ่าน) จำนวน 21 แห่ง โดยมีเรือนจำที่มีคะแนนมาตรฐานระดับดีมาก (คะแนนรวมร้อยละ 90ขึ้นไป) จำนวน 5 แห่ง ส่วน เรือนจำที่มีคะแนนมาตรฐานระดับต้องปรับปรุงอย่างมาก (ต่ำกว่าร้อยละ 50) จำนวน 15 แห่ง ตัวชี้วัดที่ควรได้รับการปรับปรุง ได้แก่ (1) เรือนจำมีการทดสอบและประเมินผลสภาวะทางจิตของ ผู้ต้องขังคดีทางเพศ (2) เรือนจำมีหลักสูตรและโปรแกรมการบำบัดแก้ไขฟื้นฟูสำหรับผู้ต้องขังคดีทาง เพศแบบกลุ่มขนาดเล็ก (ไม่เกิน 6 คน ต่อกลุ่ม) หรือรายบุคคล และ (3) เรือนจำมีเจ้าหน้าที่หรือ บุคลากรด้านการบำบัดแก้ไขฟื้นฟูที่มีความชำนาญ มีประสบการณ์ (4) เรือนจำมีตัวชี้วัดความสำเร็จ ในการบำบัดแก้ไขฟื้นฟู และการประเมินผลสัมฤทธิ์ของโปรแกรม โดยใช้คณะกรรมการภายนอกที่ไม่ มีความเกี่ยวข้องกับบุคคลกรที่จัดโปรแกรมเป็นผู้ประเมิน เป็นต้น ข้อเสนอแนะ ในการพัฒนามาตรฐานเรือนจำ กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ควรการจัดให้มีเครื่องมือและการประเมินสภาวะทางจิตของผู้ต้องขังคดีทางเพศ การจัดทำหลักสูตรและฝึกอบรมเตรียมความพร้อมแก่ผู้ที่ปฏิบัติงานในการบำบัดแก้ไขฟื้นฟูสำหรับผู้ต้องขังคดีทางเพศ แบบกลุ่มขนาดเล็ก (6-12 คน ต่อกลุ่ม) หรือรายบุคคล การจัดให้มีตัวชี้วัดความสำเร็จในการบำบัด แก้ไขฟื้นฟู และการประเมินผลสัมฤทธิ์ของโปรแกรม นอกจากนี้ กรมราชทัณฑ์อาจมีปรับโครงสร้างเรือนจำเพื่อให้สะดวกต่อการบริหารจัดการและทำให้สามารถบูรณาการร่วมกันกับเครือข่ายระบบสาธารณสุข กรณีที่ต้องการบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ โดยอาจกำหนดมีเรือนจำใน แต่ละภาคหรือเรือนจำเฉพาะทางที่รวมผู้ต้องขังกระทำผิดเกี่ยวกับเพศโดยเฉพาะผู้ต้องขังที่กระทำผิด ต่อเหยื่อที่เป็นเด็กซึ่งเป็นส่วนใหญ่ของผู้ต้องขังคดีเกี่ยวกับเพศ (ในลักษณะเรือนจำตัวแทนเขตแต่ละ เขต เช่น ใน 1 เขตก็กำหนดให้มีเรือนจำหนึ่งแห่งที่รับผู้ต้องขังคดีทางเพศ) อันจะการทำให้สามารถ จัดหาจำนวนบุคลากรที่มีสมรรถนะและความเชี่ยวชาญในการบำบัดแก้ไขฟื้นฟูผู้ต้องขังกลุ่มนี้ได้อย่าง เพียงพอ | |
