2569-97

โครงการพัฒนารูปแบบการปฏิรูปเรือนจำและกระบวนการคืนผู้ต้องขังสู่ชุมชนสันติสุข

ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย

โครงการพัฒนารูปแบบการปฏิรูปเรือนจำและกระบวนการคืนผู้ต้องขังสู่ชุมชนสันติสุข

หน่วยงาน/ผู้วิจัย

นิติพล ธาระรูป

ปีที่เผยแพร่

2561

แหล่งสืบค้น

หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย

ด้านกระบวนการยุติธรรม ทัณฑปฏิบัติ และการบริหารโทษ

ประเภท

งานวิจัย

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์

เพื่อศึกษาการพัฒนารูปแบบ รูปแบบการดำเนินงานของเรือนจำอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์และเสนอแนะแนวทางการส่งคืนผู้ต้องขังกลับสู่สังคมด้วยแผนชีวิตหมู่บ้านของเรือนจำอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์

วิธีการศึกษา

ใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้การสัมภาษณ์กับผู้ให้ข้อมูลหลัก ได้แก่ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอนางรอง กลุ่มเจ้าหน้าที่เรือนจำอำเภอนางรอง ผู้ต้องขังที่ผ่านกระบวนพัฒนาพฤตินิสัยของเรือนจำอำเภอนางรอง ช่วงปี พ.ศ. 2558 - 2560 ผู้พ้นโทษที่ผ่านกระบวนพัฒนาพฤตินิสัยของเรือนจำอำเภอนางรอง ช่วงปี พ.ศ. 2558 - 2560 ซึ่งกลับเข้าไปดำเนินชีวิตในหมู่บ้านจังหวัดบุรีรัมย์ และผู้แทนชุมชนในจังหวัดบุรีรัมย์

ผลการวิจัยพบว่า

รูปแบบการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ การรับตัวผู้ต้องขัง การดำเนินการพัฒนาพฤตินิสัย เตรียมการปล่อยตัว และการดูแลหลังการปล่อยตัว โดยมุ่งเน้น การพัฒนาพฤตินิสัยให้กับผู้ต้องขังให้มีความรู้ มีทักษะการประกอบอาชีพ มีสุขภาพดี สร้างสังคมอบอุ่น พัฒนาสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม โดยนำระบบคณะกรรมการหมู่บ้านในเรือนจำดูแลผู้ต้องขัง ซึ่งเป็นเรือนจำแห่งเดียวของประเทศไทย ใช้รูปแบบดังกล่าวทำให้ผู้ต้องขังมีอัตราการกระทำผิดซ้ำต่ำเพียงร้อยละ 11 และไม่พบสารเสพติดและสิ่งของต้องห้ามในเรือนจำร้อยละ 100% สำหรับแนวทางการส่งคืนผู้ต้องขังกลับสู่สังคม พบว่า เรือนจำได้วางแผนการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังรายบุคคลตามนโยบายของกรมราชทัณฑ์ซึ่งเป็นแผนพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขังขณะอยู่ในเรือนจำและเมื่อผู้ต้องขังพ้นโทษกลับสู่สังคมแต่ละหมู่บ้านจะมีแผนชีวิตหมู่บ้าน (Village Plan) ซึ่งเป็นแผนตามนโยบายของจังหวัดบุรีรัมย์ คอยรองรับอยู่ทำให้การดำเนินงานมีทิศทางที่ชัดเจนและสอดรับกัน เมื่อผู้ต้องขังพ้นโทษออกไป หมู่บ้านก็มีแผนรองรับผู้พ้นโทษให้สังคมยอมรับและเป็นคนดีของสังคมต่อไป

ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอเชิงนโยบาย

(1.) กระทรวงยุติธรรม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงแรงงานควรร่วมกันกำหนดแนวทางในการพัฒนาพฤตินิสัยของผู้พ้นโทษอย่างจริงจัง โดยการบูรณาการแผนหรือนโยบายในการดูแลผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ อย่างเช่น เรือนจำอำเภอนางรองที่บูรณาการนโยบายของกรมราชทัณฑ์ และนโยบายของจังหวัดได้อย่างกลมกลืน ทำให้สามารถส่งต่อผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษได้รับการดูแลหลังปล่อยตัวและสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้ปกติสุข อีกทั้งการประสานความร่วมมือภาคส่วนต่างๆ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานของเรือนจำ โดยเฉพาะชุมชนหรือหมู่บ้านที่ผู้พ้นโทษต้องกลับไปใช้ชีวิต

(2.) กระทรวงยุติธรรมและกระทรวงศึกษาธิการ ควรดำเนินการจัดหลักสูตรโดยใช้ความเชื่อหลักศาสนาเข้ามาสอดแทรกอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขัดเกลาจิตใจผู้ต้องขัง การสร้างจิตสำนึกเกรงกลัวต่อบาป การสาบานตน และการจัดหลักสูตรการฟื้นฟูพฤตินิสัยที่เหมาะสม แก่ผู้ต้องขังในเรือนจำที่มีข้อจำกัดด้านระยะเวลาการเรียน และสถานที่ รวมถึงการเข้าถึงรูปแบบการสอนที่ทันสมัย

(3.) กรมราชทัณฑ์ควรปรับระบบการบริหารงานภายในเรือนจำให้มีความคล่องตัวไม่ซ้ำซ้อน การปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานภายใน ให้สามารถปฏิบัติภารกิจร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้อย่างคล่องตัว การปรับปรุงกฎหมายข้อบังคับและระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติตามการพัฒนาการเปลี่ยนสภาพการทำงานแบบมีแนวร่วม โดยการประสานความร่วมมือภาคส่วนต่างๆ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานการสร้างเรือนจำสันติสุขเรือนจำแห่งความช่วยเหลือเกื้อกูลในทุกขั้นตอนการปฏิบัติงาน เชื่อมโยงการทำงานเชิงรุกกับชุมชน และหมู่บ้าน

ข้อเสนอแนะในการดำเนินการ

(1.) ผู้ต้องขังมักถูกมองว่าเป็นผู้ร้ายโดยสันดาน เนื่องจากผู้กระทำผิดบางกลุ่ม มีการสะสมพฤติกรรม ความคิดและจิตสำนึกในทางที่ไม่ถูกต้อง หรือเป็นบุคคลที่มีสภาพจิตผิดปกติ ดื้อด้าน ฯลฯ ดังนั้น งานด้านการแก้ไขอบรมพัฒนาพฤตินินิสัยเพื่อเปลี่ยนแปลงความคิด และพฤติกรรมผู้ต้องขังเหล่านี้ให้เป็นปกติเหมือนบุคคลทั่วไป จึงเป็นงานที่ถือได้ว่ามีความยากลำบากเป็นพิเศษ ดังนั้นการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังคดีควรดำเนินงานให้ครอบคลุมทั้ง 4 ขั้นตอน ได้แก่ การรับตัว การดำเนินการ การเตรียมปล่อยและการดูแลหลังปล่อย ควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านจิตใจ ทำดี ละชั่ว กลัวบาป เพื่อกล่อมเกลาจิตใจ ให้เป็นคนดีของสังคม

(2.) เจ้าหน้าที่ควรมีคุณธรรมจริยธรรมมีความยุติธรรมกับผู้ต้องขังทุกคนปราศจากอคติมีความจริงใจไม่ละเมิดสิทธิผู้ต้องขัง การสร้างสัมพันธ์ภาพที่ดีระหว่างเจ้าหน้าที่ และผู้ต้องขัง การสร้างความเชื่อมั่นลดความหวาดระแวง ซึ่งรูปแบบการดำเนินงานของเรือนจำอำเภอนางรอง มีการดำเนินงานผ่านคณะกรรมการหมู่บ้าน ซึ่งทำหน้าที่รับฟัง และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละหมู่บ้าน (แดน) ทำให้ลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ และเป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังแบบญาติพี่น้อง ไม่ใช่แบบผู้คุมและผู้ต้องขังแบบเดิม และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ต้องทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ต้องขังกับชุมชน เช่น การให้คำแนะ การวางระบบการคัดผู้ต้องขังเพื่อฝึกวิชาชีพ การจัดหางาน เป็นต้น ซึ่งทำให้บทบาทของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ต้องเปลี่ยนจากผู้คุมเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือผู้ต้องขัง เพื่อพัฒนาพฤตินิสัยและเตรียมความพร้อมผู้ต้องขังให้กลับเข้าสู่สังคมร่วมกับชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(3.) การเชื่อมโยงการทำงานระหว่างเรือนจำและชุมชน/หมู่บ้านที่ต้องดูแลผู้พ้นโทษ มีการใช้แผนชีวิตหมู่บ้านเป็นเครื่องมือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้พ้นโทษและชุมชน โดยมีคณะกรรมการค่อยดูแล เช่น การจัดหาที่พักอาศัย และให้การดูแลสำหรับผู้พ้นโทษที่ไม่มีครอบครัว การสนับสนุนในการสร้างอาชีพให้กับผู้พ้นโทษ หรือการจัดตั้งหน่วยงานในการติดตาม ให้คำปรึกษาในด้านการดำเนินชีวิตของผู้พันโทษ ซึ่งการดำเนินงานของเรือนจำอำเภอนางรองมีการเชื่อมโยงกับแผนชีวิตหมู่บ้าน ซึ่งเป็นการดูแลผู้พ้นโทษอย่างรอบด้าน และเป็นการสร้างแนวร่วมเครือข่ายในการร่วมมือแก้ไขปัญหาการกระทำผิดซ้ำ คำนึงถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ละเมิดสิทธิรวมทั้งให้มีคุณธรรมมนุษยธรรม

Scroll to Top