thai flag
ไทย
EN

ค่านิยมที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานของบุคลากรกรมราชทัณฑ์

ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย

ค่านิยมที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานของบุคลากรกรมราชทัณฑ์

หน่วยงาน/ผู้วิจัย

กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมราชทัณฑ์

ปีที่เผยแพร่

2561

แหล่งสืบค้น

หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย

ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ในเรือนจำ

ประเภท

งานวิจัย

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์

(1) เพื่อศึกษาลักษณะทางประชากรของบุคลากรกรมราชทัณฑ์และวิเคราะห์ปัจจัยค่านิยมที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานของบุคลากร

(2) เพื่อศึกษาแนวทางและหลักการบริหารงานบุคคลแต่ละเจนเนอเรชั่น

(3) เพื่อเสนอแนวทางการนำค่านิยมที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานของบุคลากรไปใช้ในการบริหารทรัพยากรบุคคล

วิธีการศึกษา

โดยเก็บข้อมูลจากข้าราชการกรมราชทัณฑ์จำนวน 1,870 คน และการสัมภาษณ์ผู้บัญชาการเรือนจำและผู้อำนวยการทัณฑสถานจำนวน 4 แห่ง ได้แก่ เรือนจำกลางนครสวรรค์ เรือนจำจังหวัดพิษณุโลก ทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก และเรือนจำอำเภอสวรรคโลก

สรุปผลการศึกษา

ข้อมูลส่วนบุคคล พบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพศชายอายุตั้งแต่ 32 - 38 ปี จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีเป็นข้าราชการประเภทวิชาการอยู่ในระดับชำนาญการได้รับเงินเดือนอยู่ในอัตรา15,000 - 20,000 บาท บทบาทหน้าที่เป็นผู้ปฏิบัติงานมีอายุราชการน้อยกว่า 5 ปี มีหน้าที่ความรับผิดชอบปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายบริหารทั่วไปและต้องการปฏิบัติงานในองค์ กรที่มีกฎและระเบียบในการทำงานที่ชัดเจนความคิดเห็นต่อลักษณะงานและองค์การ เนื่องจากความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างในแต่ละเจนเนอเรชั่น(Generation) มีความต่างกัน ซึ่งมีผลต่อความคิดเห็นเกี่ยวกับลักษณะงานและองค์การ จึงแบ่งการวิเคราะห์ข้อมูลออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

ประเด็นความคิดเห็นต่อลักษณะงานและองค์การ

กลุ่มที่ 1 กลุ่มเจนเนอเรชั่นวาย(Generation Y)ที่มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก พบว่า มีความภาคภูมิใจกับหน้าที่การงานที่รับผิดชอบอยู่(X = 4.00) รองลงมามีความกระตือรือร้นกับการทำงานที่กำลังทำอยู่ (X = 3.87) รู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความกระฉับกระเฉงเมื่ออยู่หน้างาน (X = 3.85)โดยรวมชอบทำงานกับองค์การนี้ (X = 4.00) และพอใจกับหน้าที่การงานที่ทำอยู่ในปัจจุบัน (X = 3.76)

กลุ่มที่ 2 กลุ่มเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์ (Generation X) ที่มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก พบว่า มีความภาคภูมิใจกับหน้าที่การงานที่รับผิดชอบอยู่( X = 4.04)รองลงมามีควากระตือรือร้นกับการทำงานที่กำลังทำอยู่ (X = 3.90) รู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความกระฉับกระเฉงเมื่ออยู่หน้างาน(X = 3.87)โดยรวมชอบทำงานกับองค์การนี้(X = 3.97)และพอ ใจกับหน้าที่การงานที่ทำอยู่ในปัจจุบัน (X = 3.84)

กลุ่มที่ 3 กลุ่มเจนเนอเรชั่นบี (Baby Boomer Generation) ที่มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก พบว่า มีความภาคภูมิใจกับหน้าที่การงานที่รับผิดชอบอยู่ (X = 4.19) รองลงมามีความกระตือรือร้นกับการทำงานที่กำลังทำอยู่ (X = 4.09) รู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความกระฉับกระเฉงเมื่ออยู่หน้างาน (X = 4.03)โดยรวมชอบทำงานกับองค์การนี้ (X = 4.18) และพอใจกับหน้าที่การงานที่ทำอยู่ในปัจจุบัน (X = 4.11) ลักษณะของบุคคลในการปฏิบัติงาน เนื่องจากความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างในแต่ละเจนเนอเรชั่น (Generation) มีความต่างกัน ซึ่งมีผลต่อลักษณะของบุคคลในการปฏิบัติงาน จึงแบ่งการวิเคราะห์ข้อมูลออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

ประเด็นลักษณะของบุคคลในการปฏิบัติงาน

กลุ่มที่ 1 กลุ่มเจนเนอเรชั่นวาย(Generation Y)ที่มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุดพบว่าไม่แบ่งชนชั้นให้ความเท่าเทียมกับทุกคน (X = 4.38)รองลงมาซื่อสัตย์ มีจรรยาบรรณ (X = 4.37) และจริงใจ ตรงไปตรงมา (X = 4.32) ประเด็นที่มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก พบว่า ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น (X = 4.20) รองลงมามามีความห่วงใย คิดถึงความรู้สึกของผู้อื่น มีความร่วมมือร่วมใจ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี ( X = 4.16) และมีความระมัดระวัง ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น พร้อมให้อภัยผู้อื่น พร้อมไขว่คว้าโอกาสใหม่ๆ (X = 4.08)

กลุ่มที่ 2 กลุ่มเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์ (Generation X)ที่มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด พบว่า ซื่อสัตย์ มีจรรยาบรรณ (X = 4.43) รองลงมาเป็นธรรม รักในความถูกต้อง ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และจริงใจ ตรงไปตรงมา (X = 4.41) และไม่แบ่งชนชั้นให้ความเท่าเทียมกับทุกคน (X = 4.40) ประเด็นที่มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก พบว่า มีความห่วงใย คิดถึงความรู้สึกของผู้อื่น พร้อมให้อภัยผู้อื่น (X = 4.20) รองลงมายอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น (X = 4.17)และความมุ่งมั่นเต็มที่เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย (X = 4.15)

กลุ่มที่ 3 กลุ่มเจนเนอเรชั่นบี(Baby Boomer Generation) ที่มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุดพบว่า ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ จริงใจ ตรงไปตรงมา(X =4.51) รองลงมาเป็นธรรม รักในความถูกต้อง ซื่อสัตย์ มีจรรยาบรรณ (X = 4.50) และไม่แบ่งชนชั้นให้ความเท่าเทียมกับทุกคน (X = 4.48) ประเด็นที่มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก พบว่า จัดการ เรื่องต่างๆอย่างเป็นระบบ (X = 4.19) รองลงมายอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น (X = 4.18) และมีความมุมานะมุ่งงานหนัก (X = 4.10)

ค่านิยมร่วมกรมราชทัณฑ์ ที่ข้าราชการกรมราชทัณฑ์พึงประสงค์ มากที่สุดอันดับที่ 1 คือ มีความซื่อสัตย์ (ต่อประชาชน/ต่อองค์การ/ต่อตนเอง) รองลงมาอับดับที่ 2 คือ รักองค์การ (สร้างชื่อเสียงให้กับองค์การ/มีความสามัคคี/ยอมรับกติกาการอยู่ร่วมกัน/สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน) อันดับที่ 3 คือมีคุณธรรม (มีความรักและเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์)

การสัมภาษณ์ผู้บัญชาการเรือนจำและผู้อำนวยการทัณฑสถาน จำนวน 4 ท่าน ได้แก่ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครสวรรค์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงพิษณุโลกและผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอสวรรคโลก สามารถสรุปผลการสัมภาษณ์ ได้ดังนี้

แนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลในแต่ละเจนเนอเรชั่น (Generation)

กลุ่มเจนเนอเรชั่นวาย (Generation Y)

(1) เน้นการทำงานเป็นระบบ ตามขั้นตอน มีการสั่งงานที่ชัดเจน เน้นการทำงานตามลำดับขั้นการบังคับบัญชา ทำตามกฎ ระเบียบที่กำหนด

(2) ผู้บังคับบัญชาต้องใช้ความคิดวิเคราะห์และแยกแยะข้าราชการแต่ละคน เพื่อสามารถมอบหมายงานได้ถูกต้องตามรู้ ความสามารถ ความถนัดของแต่ละคน เช่น ข้าราชการบรรจุใหม่ควรให้ทำงานในเชิงพัฒนา ใช้ความคิดที่สร้างสวรรค์ หรืองานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เพราะเป็นกลุ่มนี้เพิ่มจบหรือเพิ่งบรรจุเข้ารับราชการมีไฟในการทำงาน มีมุมมองในการมองโลกในแง่ดี ไม่ควรมอบหมายให้หน้าที่ให้ควบคุมผู้ต้องขังโดยลำพัง ควรให้เรียนรู้งานด้านการควบ คุมจากพี่เลี้ยงสอนงาน ซึ่งอาจเป็นข้าราชการกลุ่มเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์ (Gen X)หรือข้าราชการกลุ่มเจนเนอเรชั่นบี (Gen B)

(3) สร้างระบบพี่เลี้ยงให้กับข้าราชการกลุ่ม(Gen Y) ซึ่งพี่เลี้ยงที่ดี ควรเป็นกลุ่มข้าราชการกลุ่มGen B เพื่อสร้างปลูกฝังความรักองค์กร การปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และวินัยขององค์กร ซึ่งจะช่วยประคองให้ข้าราชการบรรจุใหม่ปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมในการทำงานขององค์กรได้

(4) สร้างบรรยากาศในการทำงานร่วมกัน สร้างระบบสื่อสารภายในที่ดี เน้นการทำงานเป็นทีมเช่น การแต่งตั้งเป็นคณะทำงาน เพื่อมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารหรือความรู้ใหม่ๆ ระกว่างคนภายในกลุ่มหรือเพื่อให้ซึมซับกระบวนการทำงานหรือวัฒนธรรมองค์กร

(5) ในการบริหารหรือมอบหมายงานให้ข้าราชการกลุ่มเจนเนอเรชั่นวาย (Gen Y) ต้องวิเคราะห์ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยมอบหมายงานในลักษณะที่ทำแล้วสำเร็จ เห็นเป็นรูปธรรม และให้อิสระทางความความคิด เพื่อดึงดูดให้มีความกระตือรือร้นในการทำงานกลุ่มเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์ (Generation X)

(6) ควรมอบหมายงานที่ตรงกับความรู้ ความสามารถ และความถนัดของแต่ละคนส่งเสริมการทำงานในด้านที่เขาถนัด สร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานให้ข้าราชการกลุ่มนี้เพราะข้าราชการกลุ่มนี้จะมีแนวความคิดสร้างสรรค์ กล้าคิด กล้าทำ และมีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี

(7) สนับสนุนหรือผลักดันให้ได้รับการอบรมพัฒนาความรู้ความสามารถเพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญของเรือนจำและของกรมราชทัณฑ์ในอนาคตอันใกล้ เช่น หัวหน้างานหัวหน้าฝ่าย ผู้บังคับแดน และผู้อำนวยการส่วน ซึ่งจะเป็นการสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานให้ข้าราชการกลุ่มนี้ได้อีกทางหนึ่ง

(8) ให้นโยบายกว้างๆ เปิดโอกาสให้ข้าราชการกลุ่มนี้ ได้ใช้ความคิดในการแก้ปัญหาด้วยตนเองให้อิสระและความยืดหยุ่นในการทำงาน มีการติดตามงานที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้งานที่ได้รับมอบหมายประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

(9) ส่งเสริมและปลูกฝังความรักองค์กร เคารพและยึดหลักอาวุโสในการปฏิบัติงาน เช่น การให้เคารพแก่ข้าราชการกลุ่มเจนเนอเรชั่นบี (Gen B) ผู้ที่อาวุโสกว่าด้วยใจจริงกลุ่มเจนเนอเรชั่นบี (Gen B)

(10) การให้เกียรติในหน้าที่การงาน เน้นความสำคัญกับลำดับอาวุโส ในการมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบ โดยแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้างาน หัวหน้าฝ่ายหรือผู้บังคับแดนโดยคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ สภาพความพร้อมของร่างกาย และผู้บังคับบัญชาควรให้อิสระ ให้ความไว้วางใจ ให้อำนาจในการดำเนินการแทนผู้บัญชาการเรือนจำ ซึ่งข้าราชการกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่ช่วยแบ่งเบาภาระงานของผู้บัญชาการเรือนจำได้

(11) ผู้บังคับบัญชาต้องมีความเข้าใจ คอยกระตุ้น ไม่ให้ข้าราชการกลุ่มเจนเนอเรชั่นบีเกิดความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจหรือท้อแท้ในการทำงานหรือการเลื่อนระดับตำแหน่ง จนเกิดความท้อแท้ เฉยชาในการทำงาน ไม่มีความสุขในการทำงานจนถึงขั้นลาออกจากราชการไปในมี่สุดพร้อมทั้งควรสนับสนุนให้ข้าราชการกลุ่มนี้ปรับตัวรองรับการเปลี่ยน แปลงกับวิวัฒนาการ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของโลกปัจจุบัน

(12) มีการปรับเปลี่ยน สับเปลี่ยน หรือหมุนเวียนหน้าที่ความรับผิดชอบหรืองานที่ได้รับหมอบหมาย โดยมีการแจ้งให้ข้าราชการรายนั้นทราบถึงสาเหตุและวัตถุประสงค์ในการสับเปลี่ยนหรือหมุนเวียนงานให้ข้าราชการผู้นั้นได้ทราบ เพื่อสร้างให้เกิดความกระตือรือร้นในการปฏิบัติงาน

ข้อเสนอแนะ

กลุ่มเจนเนอเรชั่นวาย (Gen Y)

(1) ข้าราชการบรรจุใหม่ ไม่ควรมอบหมายงานสำคัญๆ ให้ข้าราชการบรรจุใหม่ในทันที ควรให้อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ในการทำงานที่มากกว่า

(2) มีการสั่งสมประสบการณ์ของข้าราชการกลุ่มเจนเนอเรชั่นบี (Gen B) และกลุ่มเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์ (Gen X) เพื่อเป็นแบบอย่างหรือเป็นต้นแบบที่ดีของข้าราชการกลุ่มเจนเนอเรชั่นวาย(Gen Y) ในการปฏิบัติงานด้านการควบคุมและการแก้ไขพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังให้อิสระและความยืดหยุ่นในการทำงานและเปิดโอกาสให้ได้รับโอกาสในการเรียนรู้และการฝึกอบรมฯ ต่างๆ

(3) การเปิดรับฟังความคิดเห็นจากข้าราชการกลุ่มเจนเนอเรชั่นวาย (Gen Y) และมีการสังเกตพฤติกรรมข้าราชการกลุ่มเจนเนอเรชั่นวา (Gen Y) ถึงความสามารถและความถนัดเพื่อดึงศักยภาพออกมาให้เกิดประโยชน์กับการทำงานกลุ่มเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์ (Gen X)

(4) มีการเตรียมพร้อมให้ข้าราชการกลุ่มนี้มีความรู้ ความสามารถ และสนับสนุนให้มีก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงานที่สูงขึ้น เพื่อทดแทนข้าราชการกลุ่มที่จะเกษียณอายุราชการออกไป เพื่อลดปัญหาการขาดความต่อเนื่องในการบริหารงานต่อไป

(5) ผสมผสานและใช้ประสบการณ์ของข้าราชการกลุ่มเจนเนอเรชั่นบี (Gen B) และกลุ่มเจนเนอเรชั่นวาย (Gen Y) เพื่อดึงศักยภาพของข้าราชการเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์ ออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับการทำงาน เมื่องานสำเร็จก็จะเกิดความมั่นใจ มีสั่งสมเป็นความเชี่ยวชาญ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อตัวข้าราชการและต่อกรมราชทัณฑ์

(6) มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตในการทำงานของข้าราชการกลุ่มเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์ (Gen X) ซึ่งถือว่าเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่เป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกรมราชทัณฑ์ เนื่องจากหากบุคคลมีคุณภาพชีวิตที่ดีแล้ว ก็จะปฏิบัติงานออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ และจะส่งผลต่อการปฏิบัติงานที่ดี

กลุ่มเจนเนอเรชั่นบี (Gen B)

(7) การรวบรวมองค์ความรู้ และประสบการณ์ของข้าราชการกลุ่มเจนเนอเรชั่นบี (Gen B) มาพัฒนาให้เป็นระบบ เพื่อให้ข้าราชการในรุ่นหลังๆ สามารถเข้าถึงความรู้ และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้นำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน ให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผล

(8) มอบหมายให้มีหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในการสอนงานให้แก่ข้าราชการกลุ่มเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์(Gen X) และกลุ่มเจนเนอเรชั่นวาย (Gen Y)

(9) จัดให้มีการจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งในทุกตำแหน่งงาน หรืออาจให้มีการหมุนเวียนการทำงาน เพื่อการเรียนรู้งานจากข้าราชการรุ่นสู่รุ่น