ค่านิยมที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานของบุคลากรกรมราชทัณฑ์
ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย | ค่านิยมที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานของบุคลากรกรมราชทัณฑ์ |
หน่วยงาน/ผู้วิจัย | กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมราชทัณฑ์ |
ปีที่เผยแพร่ | 2561 |
แหล่งสืบค้น | |
หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย | ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ในเรือนจำ |
ประเภท | งานวิจัย |
บทคัดย่อ | |
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาลักษณะทางประชากรของบุคลากรกรมราชทัณฑ์ วิเคราะห์ปัจจัยด้านค่านิยมที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานของบุคลากรกรมราชทัณฑ์และเสนอแนวทางการนำค่านิยมที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานไปใช้ในการบริหารทรัพยากรบุคคลของกรมราชทัณฑ์ วิธีการศึกษา ใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods) เก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากข้าราชการกรมราชทัณฑ์ จำนวน 1,870 คน เก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์ผู้บัญชาการเรือนจำ และผู้อำนวยการทัณฑสถาน จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ เรือนจำกลางนครสวรรค์ เรือนจำจังหวัดพิษณุโลก ทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก เรือนจำอำเภอสวรรคโลก และนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารบุคลากรในแต่ละช่วงวัย (Generation) ผลการศึกษาพบว่า บุคลากรส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุ 32–38 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี อยู่ในตำแหน่งวิชาการระดับชำนาญการ มีอายุราชการน้อยกว่า 5 ปี และต้องการทำงานในองค์กรที่มีกฎระเบียบชัดเจน บุคลากรทุก Generation มีความภาคภูมิใจในงาน มีความกระตือรือร้น และมีความพึงพอใจต่อองค์กรอยู่ในระดับมาก แม้ระดับความคิดเห็นจะแตกต่างกันตามช่วงวัย ด้านลักษณะการปฏิบัติงาน ทุก Generation ให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์ จริยธรรม ความเป็นธรรม การปฏิบัติตามกฎระเบียบ การยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น และการทำงานร่วมกัน ค่านิยมร่วมที่บุคลากรเห็นว่kสำคัญที่สุด ได้แก่ ความซื่อสัตย์ ความรักองค์กร และการมีคุณธรรมและเมตตาต่อผู้อื่น ผลการสัมภาษณ์ผู้บริหารเสนอว่า การบริหารทรัพยากรบุคคลควรปรับให้เหมาะสมกับแต่ละ Generation เช่น การใช้ระบบพี่เลี้ยงสำหรับ Gen Y การส่งเสริมความก้าวหน้าและการให้อิสระแก่ Gen X และการใช้ประสบการณ์ของ Gen B เป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้แก่บุคลากรรุ่นใหม่ ข้อเสนอแนะ (1.) Gen Y ควรได้รับการดูแลจากผู้มีประสบการณ์ ไม่ควรมอบหมายงานสำคัญทันที เปิดโอกาสให้เรียนรู้ ฝึกอบรม และรับฟังความคิดเห็นเพื่อพัฒนาศักยภาพ (2.) Gen X ควรได้รับการพัฒนาเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตำแหน่งบริหาร ส่งเสริมคุณภาพชีวิตในการทำงาน และผสมผสานประสบการณ์จากบุคลากรรุ่นอื่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (3.) Gen B ควรรวบรวมและถ่ายทอดองค์ความรู้ให้คนรุ่นหลัง ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง และจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งหรือหมุนเวียนงาน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และการส่งต่อประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง | |
