thai flag
ไทย
EN

โครงการประเมินความสุขในการทำงานของบุคลากรกรมราชทัณฑ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567

ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย

ประเมินความสุขในการทำงานของบุคลากรกรมราชทัณฑ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567

หน่วยงาน/ผู้วิจัย

นางอัมพร นิยมตรงและคณะกองวิชาการและพัฒนานวัตกรรมราชทัณฑ์

ปีที่เผยแพร่

2568

แหล่งสืบค้น

หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย

ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ในเรือนจำ

ประเภท

งานวิจัย

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์

(1) เพื่อสร้างเครื่องมือประเมินความสุขในการทำงานของบุคลากรกรมราชทัณฑ์

(2) เพื่อศึกษาระดับความสุขในการทำงานของบุคลากรกรมราชทัณฑ์

(3) เพื่อเปรียบเทียบความสุขในการทำงานของบุคลากรกรมราชทัณฑ์จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล

ผลการวิจัย

ข้อมูลจาก กลุ่มตัวอย่างบุคลากรกรมราชทัณฑ์ที่ปฏิบัติหน้าที่ที่เรือนจำ/ทัณฑสถาน และส่วนกลางกรมราชทัณฑ์ จำนวน1,419 ราย พบว่า การประเมินความสุขในการทำงานของบุคลากร กรมราชทัณฑ์ ตามแนวคิดพื้นฐานความสุข 8 ประการ(Happy 8) พบข้อมูลที่น่าสนใจหลายประการ ดังนี้

(1) ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่อายุ 41 – 50 ปี และรายได้ไม่เกิน 20,000 บาทต่อเดือน แสดงให้เห็นว่า กรมราชทัณฑ์ต้องให้ความสำคัญในการรับบุคลากรเข้าใหม่ เนื่องจากประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ต้องมีแผนรองรับในการจัดการกำลังคน

(2) สถานภาพการอยู่ร่วมกันของครอบครัวส่วนใหญ่พักอาศัยอยู่ร่วมกัน ร้อยละ 64.3 แต่ที่ไม่ได้อยู่กับครอบครัวมีมากถึงร้อยละ 35.7 ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องให้ความสำคัญกรมราชทัณฑ์ควรจัดให้มีนโยบายสนับสนุนให้บุคลากรทำงานใกล้บ้าน หรือสามารถย้ายกลับภูมิลำเนาได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เนื่องจากผลการศึกษา ชี้ให้เห็นว่าการอยู่ร่วมกันของครอบครัวมีผลต่อความสุขในการทำงานโดยผู้ที่อยู่ร่วมกันกับครอบครัวมีความสุขในการทำงานมากกว่า

(3) บุคลากรกรมราชทัณฑ์มีภาระหนี้สินมาก ร้อยละ 89.9 ส่วนใหญ่นำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน มากกว่าการลงทุนหรือการมีทรัพย์สินเพื่อความมั่นคงของชีวิต จึงควรส่งเสริมสนับสนุนในการให้ความรู้เกี่ยวกับการวางแผนทางด้านการเงินให้กับบุคลากรในทุกช่วงวัย

(4) เมื่อเปรียบเทียบความสุขในการทำงานตามปัจจัยส่วนบุคคล

- บุคลากรกรมราชทัณฑ์เพศชายและเพศหญิง มีความสุขในการทำงานไม่แตกต่างกัน

- บุคลากรกรมราชทัณฑ์ที่ปฏิบัติหน้าที่ในเรือนจำ/ทัณฑสถานกับในส่วนกลางกรม มีความสุขในการทำงานไม่แตกต่างกัน ดังนั้น จึงไม่ควรนำเรื่องเพศ หรือการปฏิบัติงานในเรือนจำ/ทัณฑสถานกับ ในส่วนกลางกรมมาเป็นประเด็นในการกำหนดความแตกต่าง

- บุคลากรกรมราชทัณฑ์ที่อยู่ร่วมกันในครอบครัวกับที่ไม่ได้อยู่ร่วมกันในครอบครัวมีความสุข ในการทำงาน แตกต่างกัน ดังนั้น กรมราชทัณฑ์ จึงควรมีนโยบายส่งเสริมให้บุคลากรทำงานตามภูมิลำเนาหรือใกล้บ้าน

(5) บุคลากรกรมราชทัณฑ์ที่มีอายุ ตำแหน่ง สถานภาพสมรสและรายได้ที่ต่างกัน มีความสุข ในการทำงานแตกต่างกัน ดังนั้น การจัดสวัสดิการให้บุคลากร ควรคำนึงถึงปัจจัยดังกล่าวข้างต้นด้วย

(6) ช่วง 2- 3 เดือนที่ผ่านมา ส่วนกลางกรมราชทัณฑ์ได้สนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมสัมพันธ์หลายๆด้าน เช่น การจัดกีฬาสี การทดสอบสุขภาพจิต จัดกิจกรรมผ่อนคลายทางจิตวิทยาอย่างต่อเนื่องและมีการตรวจสุขภาพประจำปี แจกข้าวสารอาหารแห้ง รวมทั้งกระตุ้นสนับสนุนให้เรือนจำจัดสวัสดิการและส่งเสริมกิจกรรมตามแนวทาง ความสุขแปดประการ (Happy 8) การประเมินความสุขในการทำงานของบุคลากรกรมราชทัณฑ์ด้วยแบบวัดความสุขตามแนวคิดความสุข 8 ประการ ในภาพรวมบุคลากรกรมราชทัณฑ์มีระดับความสุขในการทำงาน อยู่ในระดับมาก ซึ่งอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยเฉพาะด้านครอบครัวดี (Happy Family) ด้านจิตวิญญาณ (Happy Soul) และด้านน้ำใจงาม (Happy Heart) มีค่าเฉลี่ยความสุขในการทำงานอยู่ในระดับมากที่สุด นั่นย่อมหมายถึง บุคลากร กรมราชทัณฑ์มีความสัมพันธ์ในครอบครัวดี เป็นคนที่มีศรัทธาในศาสนา มีศีลธรรมในการดำเนินชีวิต มีน้ำใจและเอื้ออาทรต่อกันเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความสุข อย่างไรก็ดีด้านที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษมี 2 ด้านคือ ด้านสุขภาพและด้านปลอดหนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างเร่งด่วน บุคลากรกรมราชทัณฑ์มีการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี แต่การออกกำลังกาย การมีปัญหาในการนอนหลับ การมีพลังในการทำงานยังอยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งเป็นด้านที่มีความสำคัญที่กรมราชทัณฑ์ควรเร่งส่งเสริมให้มีกิจกรรมด้านสุขภาพมากขึ้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาองค์กร คือสุขภาพของคนทำงาน ถ้าสุขภาพร่างกาย มีความแข็งแรง ก็จะมีพลัง พร้อมที่จะพัฒนานำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

จากการเก็บข้อมูลบุคลากรกรมราชทัณฑ์ ส่วนใหญ่ต้องการให้มีการดำเนินการผลักดันกรมราชทัณฑ์เป็นองค์กรแห่งความสุขอย่างจริงจัง ต้องการให้องค์กรเติบโตก้าวหน้าไปพร้อมกับคนทำงานที่มีความสุข และเต็มใจอยากทำงานเพื่อองค์กร มีความรักในงานราชทัณฑ์ มีข้อเสนอแนะ ดังนี้

(1) กรมราชทัณฑ์ ควรทบทวนหรือเกลี่ยย้ายกรอบอัตรากำลังให้เหมาะสมในแต่ละเรือนจำเพื่อลดความตรากตรำ ความถี่ในการเข้าเวรฯ ซึ่งจำนวนบุคลากรในเรือนจำมากน้อยมีผลต่อความถี่ในการเข้าเวรฯ กรมราชทัณฑ์ต้องหาแนวทางในการลดความถี่ในการเข้าเวรฯ อาจต้องพัฒนาเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับการเปลี่ยนแปลง หรือต้องปรับโครงสร้างเวรยามให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

(2) จัดสวัสดิการให้เพียงพอเพื่อป้องการการทุจริตและทำผิดระเบียบกฎหมาย

(3) การได้รับเงินเพิ่ม ค่าตอบแทนต่าง ๆ ควรเทียบเท่าหน่วยงานอื่นที่อยู่ในฐานะผู้ปฏิบัติงานในกระทรวงเดียวกัน เช่น ศาล ควรทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในงานที่อำนวยความยุติธรรมแก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง

(4) จัดให้มีหน่วยงานพร้อมให้คำปรึกษาช่วยเหลือแก่บุคลากรในการรับฟัง ให้คำแนะนำรวมถึงช่วยให้คำปรึกษาด้านกฎหมายหากเกิดปัญหาเกี่ยวกับการทำงาน

(5) ค่าตอบแทนล่วงเวลา เช่น ค่าเวรรักษาการณ์ ควรจ่ายให้เต็มทุกเดือนโดยไม่ต้องรอตกเบิก

(6) ควรมีนโยบายสนับสนุนให้บุคลากรย้ายกลับภูมิลำเนาตามคำร้องขอ ส่งเสริมให้ได้ทำงาน ใกล้บ้าน ใกล้ครอบครัว

(7) ควรจัดให้มีสวัสดิการสำหรับบุคลากรส่วนกลางกรม เช่น บ้านพักข้าราชการ เงินเพิ่มพิเศษ วัสดุอุปกรณ์ที่ทันสมัยในการทำงาน การพัฒนาบุคลากร ฯลฯ เนื่องจากปัจจุบันข้าราชการบรรจุใหม่จะได้รับการจัดสรรให้มาปฏิบัติหน้าที่ส่วนกลางกรมราชทัณฑ์มากขึ้น ดังนั้น ปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยในการสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงาน

ข้อเสนอแนะสำหรับการนำไปใช้

(1) เรือนจำ/ทัณฑสถานสามารถนำแบบวัดความสุขไปวัดประเมินความสุขบุคลากรของหน่วยงาน เพื่อวางแผนออกแบบองค์กรแห่งความสุขในแต่ละเรือนจำได้อย่างมีทิศทาง และตรงตาม ความต้องการของสมาชิกในองค์กร

(2) สามารถนำแบบวัดไปขยายผลกับหน่วยงานต่าง ๆของกระทรวงยุติธรรม

(3) พัฒนาแบบวัดความสุขในการทำงานของบุคลากรกรมราชทัณฑ์ เพื่อให้สะดวกต่อการนำไปใช้