การวิเคราะห์ช่องว่างของคุณภาพการจัดการเรือนจำ
ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย | การวิเคราะห์ช่องว่างของคุณภาพการจัดการเรือนจำ |
หน่วยงาน/ผู้วิจัย | ดร.จรัสสา การเกษตรและพิศมัย จารุจิตติพันธ์ |
ปีที่เผยแพร่ | 2566 |
แหล่งสืบค้น | |
หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย | ด้านการควบคุมผู้ต้องขัง |
ประเภท | บทความวิจัย |
บทคัดย่อ | |
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาคุณภาพการจัดการเรือนจำที่คาดหวังตามเกณฑ์มาตรฐานเปรียบเทียบกับคุณภาพการจัดการเรือนจำที่เกิดขึ้นจริง และศึกษาช่องว่างคุณภาพการจัดการเรือนจำที่คาดหวังตามเกณฑ์ มาตรฐานและคุณภาพการจัดการเรือนจำที่เกิดขึ้นจริง เพื่อเป็นข้อมูลในการปรับปรุงคุณภาพการจัดการเรือนจำให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำแห่งองค์การสหประชาชาติ ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง (ข้อกำหนดแมนเดลา) และมาตรฐานเรือนจำด้านการบริหารจัดการ โดยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณโดยการเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามเกี่ยวกับคุณภาพการจัดการเรือนจำที่คาดหวังตามเกณฑ์มาตรฐาน และคุณภาพการจัดการเรือนจำที่เกิดขึ้นจริง จากผู้บริหารเรือนจำ จำนวน 143 แห่งโดยใช้วิธีการวิเคราะห์ช่องว่างและการจัดลำดับความสำคัญ โดยใช้ค่า ดัชนี PNI modified ผลการวิจัยพบว่า คุณภาพการจัดการเรือนจำด้านที่มีความคิดเห็นของคุณภาพการจัดการเรือนจำที่เกิดขึ้นจริง อยู่ในระดับเดียวกับที่คาดหวังตามเกณฑ์มาตรฐานสหประชาชาติ (ข้อกำหนดแมนเดลา) ได้แก่ ด้านสภาพทางกายภาพของการจำคุก (ระดับมากที่สุด) ด้านความมั่นคงปลอดภัย การรักษาระเบียบวินัย (ระดับมากที่สุด) และด้านระบบเรือนจำ (ระดับมากที่สุด) ส่วนเกณฑ์มาตรฐานเรือนจำด้านการบริหารจัดการ ได้แก่ ด้านการกำหนดวิสัยทัศน์ (ระดับมากที่สุด) ระบบการบริหารงานเรือนจำ (ระดับมากที่สุด) และด้านแผนการบริหารการใช้เงินงบประมาณ และเงินนอกงบประมาณ (ระดับมาก) และเมื่อวิเคราะห์ช่องว่างระหว่างคุณภาพการจัดการเรือนจำตามเกณฑ์มาตรฐานสหประชาชาติ (ข้อกำหนดแมนเดล่า) ที่คาดหวังกับคุณภาพการจัดการที่เกิดขึ้นจริง ด้านที่มีค่า PNI modified มากที่สุด คือ ด้านเจ้าหน้าที่เรือนจำ (PNI modified = 0.1144) ส่วนเกณฑ์มาตรฐานเรือนจำด้านการบริหารจัดการ คือ ด้านการมีระบบการสื่อสาร (PNI modified =0.1054) โดยมีข้อเสนอเชิงนโยบาย คือ กรมราชทัณฑ์ต้องวางแผนกลยุทธ์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลและด้านการบริหารข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศ รวมทั้งผู้บริหารต้องจัดสภาพการทำงานในเรือนจำให้เหมาะสม เอื้อต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เรือนจำ พัฒนาเสริมทักษะสร้างความเป็นมืออาชีพ และส่งเสริมการทำงานเป็นทีม ข้อเสนอแนะ จากผลการวิจัย ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะ ดังนี้ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 1. กรมราชทัณฑ์ต้องวางแผนกลยุทธ์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อพัฒนา ให้บุคลากรให้มีความสามารถในการจัดการเรือนจำให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานสหประชาชาติ (ข้อกำหนดแมนเดล่า) 2. กรมราชทัณฑ์ต้องวางแผนกลยุทธ์ด้านการบริหารข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศ เพื่อให้เกิดการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในองค์กร และผู้บริหารสามารถใช้ข้อมูลที่มีอยู่เพื่อการ ตัดสินใจบริหารจัดการเรือนจำให้สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานเรือนจำด้านการบริหารจัดการ ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ 1. ผู้บริหารเรือนจำ ควรต้องจัดสภาพการทำงานในเรือนจำให้เหมาะสม เอื้อให้ เจ้าหน้าที่เรือนจำสามารถปฏิบัติงานตามเกณฑ์มาตรฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. ผู้บริหารเรือนจำ ควรต้องมีการพัฒนาเสริมทักษะสร้างความเป็นมืออาชีพให้กับ เจ้าหน้าที่เรือนจำอย่างสม่ำเสมอ และสร้างทัศนคติที่ดีต่อการปฏิบัติงานตามหลักการของข้อกำหนด สหประชาชาติ (ข้อกำหนดแมนเดล่า) 3. ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เรือนจำ ควรส่งเสริมการทำงานในลักษณะเป็นกลุ่มหรือ การทำงานเป็นทีม ที่จะต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็นระหว่างกันอยู่เสมอ จึงจะส่งผลให้ การทำงานร่วมกันเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจอันดีระหว่างผู้ร่วมงานอีก ด้วย 4. เจ้าหน้าที่เรือนจำ ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพตนเอง เพื่อให้ สามารถปฏิบัติงานให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน รวมทั้งเสริมทักษะที่จำเป็น เช่น ความรู้เกี่ยวกับ เทคโนโลยี ทักษะการสื่อสาร ความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่ตามเกณฑ์มาตรฐานต่าง ๆ เป็น ต้น | |