ปัญหาการบังคับโทษปรับในคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29/1 ศึกษากรณีคดีที่ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกไม่เกินสามปีและปรับ
ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย | ปัญหาการบังคับโทษปรับในคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29/1 : ศึกษากรณีคดีที่ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกไม่เกินสามปีและปรับ |
หน่วยงาน/ผู้วิจัย | ศิริพร มะลิทอง |
ปีที่เผยแพร่ | 2566 |
แหล่งสืบค้น | |
หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย | ด้านกระบวนการยุติธรรม ทัณฑปฏิบัติ และการบริหารโทษ |
ประเภท | สารนิพนธ์ |
บทคัดย่อ | |
วัตถุประสงค์การศึกษา (1)เพื่อศึกษาความเป็นมา นโยบาย แนวคิด ทฤษฎี เกี่ยวกับการบังคับโทษปรับในคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29/1: ศึกษากรณีคดีที่ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกไม่เกินสามปีและปรับ (2)ศึกษากฎหมายเกี่ยวกับการบังคับโทษปรับในคดีอาญาของประเทศไทยและต่างประเทศได้แก่ประเทศสวีเดนและประเทศสหรัฐอเมริกา รัฐนิวยอร์ค (3)วิเคราะห์ เปรียบเทียบการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการบังคับโทษปรับในคดีอาญาของไทยและต่างประเทศ (4)เสนอแนะแนวทาง และแก้ไขการบังคับโทษปรับในคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29/1: ศึกษากรณีคดีที่ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกไม่เกินสามปีและปรับ นำไปสู่การแก้ไขปรับปรุงกฎหมายให้มีระสิทธิภาพดียิ่งขึ้นต่อไป วิธีดำเนินงาน การศึกษาค้นคว้าอิสระนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยวิธีการวิจัยจากเอกสาร ซึ่งผู้วิจัยได้ทำการรวบรวมข้อมูลจากเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องจาก ตัวบทกฎหมาย วิทยานิพนธ์ หนังสือ บทความ งานวิจัย เอกสารทางวิชาการอื่นๆ และข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต เพื่อนำมาศึกษาวิเคราะห์เป็นข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขการบังคับโทษปรับในคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29/1 : ศึกษากรณีคดีที่ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกไม่เกินสามปีและปรับให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผลการศึกษา พบว่าตามแนวคิดและทฤษฎีที่สำคัญในการบังคับโทษปรับในคดีอาญาของแต่ละประเทศได้มีนโยบายและมาตรการทางกฎหมายแตกต่างกันไป มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายอาญาให้เป็นมาตรฐานสากล โดยให้ความสำคัญในการบังคับโทษปรับในคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29/1 ในกรณีคดีที่ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกไม่เกินสามปีและปรับโดยนำระบบวันปรับ (Day fine System) มาใช้พิจารณาโทษปรับในคดีที่ศาลลงโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับ โดยกำหนดให้ศาลพิจารณาถึงฐานะทางเศรษฐกิจ ความร้ายแรง สภาพแวดล้อมของผู้กระทำความผิดมาประกอบการกำหนดโทษปรับของจำเลยเพื่อเป็นการลดความเหยื่อมล้ำการลงโทษปรับแก่จำเลยที่มีฐานะแตกต่างกัน เมื่อวิเคราะห์กฎหมายดังกล่าวแล้วยังมีข้อพิจารณาเรื่องการบังคับยึดทรัพย์ผู้กระทำความผิดเพื่อใช้แทนค่าปรับ โดยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29/1 กำหนดให้เจ้าพนักงานศาลที่ได้รับแต่งตั้งและพนักงานอัยการเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการบังคับคดีอันเป็นการก่อให้เกิดภาระหน้าที่แก่เจ้าหน้าที่ที่มิได้มีหน้าที่ในการดำเนินการดังกล่าวโดยตรง ทำให้การบังคับโทษปรับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลไม่มีความชัดเจน ไม่เป็นรูปธรรม และไม่สอดคล้องกับหลักการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง นอกจากนี้ยังพบปัญหาการชำระค่าปรับตามคำสั่งศาลหรือคำพิพากษากฎหมายซึ่งมีการคิดค่าปรับแบบตายตัว ประกอบทั้งในทางปฏิบัติเมื่อศาลมีคำพิพากษาลงโทษปรับหากจำเลยไม่มีเงินชำระค่าปรับ ศาลอาจมีสั่งให้กักขังแทนค่าปรับ หรือให้จำเลยทำงานบริการสังคมแทนค่าปรับ อันเป็นการใช้มาตรการที่ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการลงโทษปรับ อีกทั้งประมวลกฎหมายอาญาไม่ได้กำหนดให้ผู้ต้องโทษสามารถผ่อนชำระค่าปรับ แต่ในทางปฏิบัติศาลอาจใช้ดุลพินิจมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ต้องโทษผ่อนชำระค่าปรับ แต่การชำระค่าปรับต้องชำระ ณ ศาลที่มีคำพิพากษา ข้อเสนอแนะ ผู้วิจัยจึงขอเสนอการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้องกับการบังคับโทษปรับในคดีอาญาให้ครอบคลุม และมีความเหมาะสมทันต่อยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้การบังคับโทษเป็นไปตามวัตถุประสงค์ และเกิดประสิทธิภาพในการบังคับโทษปรับอันส่งผลดีต่อทั้งภายครัฐ สังคม ผู้ต้องโทษ ตลอดจนบุคคลในครอบครัวของผู้ต้องโทษต่อไป | |