thai flag
ไทย
EN

ทัศนะของผู้ต้องขังป่วยต่อระบบงานสังคมสงเคราะห์ในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์

ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย

ทัศนะของผู้ต้องขังป่วยต่อระบบงานสังคมสงเคราะห์ในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์

หน่วยงาน/ผู้วิจัย

นางรัศมี สุวรรณพงษ์

ปีที่เผยแพร่

2552

แหล่งสืบค้น

หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย

ด้านการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง

ประเภท

สารนิพนธ์

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์

(1.) เพื่อศึกษาทัศนะของผู้ต้องขังป่วยที่มีต่อระบบงานสังคมสงเคราะห์ในทัณฑสถานโรงพยาบาลราช ทัณฑ์

(2.) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อทัศนะของผู้ต้องขังป่วยในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์กับระบบงานสังคมสงเคราะห์ในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์

(3.) เพื่อแสวงหาแนวทางในการปฏิบัติงานที่เหมาะสม และนำมาพัฒนาระบบงานสังคมสงเคราะห์ในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

วิธีดำเนินการศึกษา

เป็นการศึกษาวิจัยเชิงสำรวจ(Survey Research) โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล กลุ่มประชากรในการศึกษา คือ ผู้ต้องขังป่วยทางกาย ในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ที่มีสติ สัมปชัญญะสามารถให้ข้อมูลได้มีจำนวนทั้งหมด 137 คนการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ศึกษาได้วิเคราะห์ข้อมูล สถิติโดยใช้โปรแกรม SPSS/PC และวิเคราะห์สถิติใช้ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean)และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

ผลการศึกษาพบว่า

(1.) ทัศนะของผู้ต้องขังป่วยต่อระบบงานสังคมสงเคราะห์ในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ของผู้ต้องขังส่วนใหญ่ มีทัศนะเห็นด้วยอย่างมาก ( X̄ = 3.85) ในทุกด้าน ดังนี้

ด้านผู้ให้บริการ (X̄ = 3.79) นักสังคมสงเคราะห์เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในวิชาชีพอย่างดีมีความประพฤติเหมาะสมและเป็นแบบอย่างที่ดี

ด้านระบบการให้บริการ (X̄= 3.88) เมื่อผู้ต้องขังป่วยมีปัญหาได้รับความช่วยเหลือเป็นอย่างดีทุกคนมีส่วนร่วมในการวางแผนให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือ และได้รับความช่วยเหลืออย่างสะดวกรวดเร็ว

ด้านสถานที่ในการให้บริการ (X̄= 3.82) ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์จัดให้มีห้อง หรือสถานที่เฉพาะมีความเหมาะสม และเอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านภาพรวมของการให้บริการงานสังคมสงเคราะห์ (X̄ = 3.76) ผู้ต้องขังป่วยมองว่า นักสังคม สงเคราะห์ให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือได้สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการอย่างแท้จริงมีความต่อเนื่องสม่ำเสมอ รูปแบบของงานสังคมสงเคราะห์มีเพียงพอกับความต้องการของผู้ต้องขังป่วย

(2.) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับทัศนะของผู้ต้องขังป่วยต่อระบบงานสังคมสงเคราะห์ ปัจจัยด้านการรับบริการงานสังคมสงเคราะห์ที่มีความสัมพันธ์กับทัศนะของผู้ต้องขังป่วยต่อระบบงานสังคมสงเคราะห์ พบว่า ผู้ต้องขังส่วนใหญ่ มีประสบการณ์โดยเคยเข้าร่วมกิจกรรม และรู้จักงานสังคมสงเคราะห์อยู่ในระดับปานกลาง (X̄=59.85) ในการขอรับบริการด้านสังคมสงเคราะห์ ผู้ต้องขังมีความคุ้นเคยกับนักสังคมสงเคราะห์และไว้วางใจ จึงมีความถี่ในการขอรับการสงเคราะห์ ในระดับปานกลาง (X̄=54.51)แต่เมื่อมีปัญหา ผู้ต้องขังมีความต้องการที่จะรับบริการด้านสังคมสงเคราะห์ จากนักสังคมสงเคราะห์ ในระดับปานกลาง (X̄=72.50) และผู้ต้องขังป่วยทราบว่ารูปแบบบริการที่ได้รับจากงานสังคมสงเคราะห์ ในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์มีอย่างหลากหลาย มีความเป็นธรรม สามารถแก้ไขปัญหาให้กับผู้ต้องขังได้อย่างแท้จริงในระดับปานกลาง (X̄ =72.90)

ข้อเสนอแนะ

แนวทางที่เหมาะสมในการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์และสามารถนำมาใช้พัฒนาระบบงาน สังคมสง เคราะห์ในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

(1.) ควรส่งเสริมสนับสนุนให้นักสังคมสงเคราะห์มีการแสวงหาองค์ความรู้ทักษะเทคนิคใหม่ๆที่ทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อนำมาพัฒนาการดำเนินงานด้านสังคมสงเคราะห์ ให้ทันต่อสภาพปัญหาของผู้รับบริการที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ต่าง ๆ ในสังคม

(2.) ควรมีการปรับลดขั้นตอนการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์บางขั้นตอนที่ไม่สำคัญจำเป็นลง จัดระบบกระบวนการทำงานให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น โดยมีการจัดทำแผนผังกำหนดกรอบกระบวนการทำ งานและขั้นตอนการให้บริการไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ต้องขังป่วยสามารถเข้าถึงบริการได้ง่าย และมีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

(3.) ควรมีการจัดทำข้อมูลเอกสาร บอร์ดนิทรรศการหรืออื่นๆ อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารให้ผู้ต้องขังได้ทราบ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจด้านต่าง ๆ อย่างชัดเจนเป็นแนวทางเดียวกัน

(4.) ควรมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่หลากหลายเพื่อเสริมสร้างทัศนคติของผู้ต้องขังให้เกิดความไว้วางใจต่อเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการหรือผู้อื่นและเพื่อให้เกิดความผ่อนคลายลดความตึงเครียดเสริมสร้างสัมพันธ ภาพที่ดีระหว่างผู้ให้บริการและใช้บริการ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ต้องขังป่วยมีความกล้าแสดงออก หรือกล้าเปิดเผยข้อเท็จจริงในการติดต่อขอรับการสงเคราะห์