thai flag
ไทย
EN

การประยุกต์ใช้เครื่องมือทางออนไลน์เพื่อส่งเสริมการใช้ชีวิตที่ไม่เป็นอุปสรรคแก่ผู้พ้นโทษ

ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย

การประยุกต์ใช้เครื่องมือทางออนไลน์เพื่อส่งเสริมการใช้ชีวิตที่ไม่เป็นอุปสรรคแก่ผู้พ้นโทษ

หน่วยงาน/ผู้วิจัย

ผศ.ดร.เปรมฤดี เพ็ชรกูลและคณะ

ปีที่เผยแพร่

2564

แหล่งสืบค้น

หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย

ด้านกระบวนการยุติธรรม ทัณฑปฏิบัติและการบริหารโทษ

ประเภท

งานวิจัย

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์

(1) เพื่อถ่ายทอดและเผยแพร่ข้อมูลการใช้ Application สำหรับการสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้พ้นโทษ ให้กับเจ้าหน้าที่ หน่วยงาน และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกลุ่มผู้กระทำผิด ที่กำลังได้รับการปล่อยตัว

(2) เพื่อให้เกิดการถอดบทเรียนร่วมกันระหว่างผู้ใช้บริการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนนำไปสู่การปรับปรุงกระบวน การ และการใช้งานแอปพลิเคชันที่เหมาะสม

(3) เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างระบบเครือข่ายการช่วยเหลือผู้พ้นโทษให้เกิดการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

วิธีการวิจัย

คณะผู้วิจัยได้ดำเนินการวิจัยแบบผสมผสาน ประกอบด้วย การประเมินผลการอบรมการใช้แอปพลิเคชัน ของเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังที่กำลังได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ และการวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการสัมภาษณ์และการถอดบทเรียนเจ้าหน้าที่ หน่วยงาน และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับงานช่วยเหลือ หรือสงเคราะห์ผู้พ้นโทษ

ผลการวิจัยพบว่า

เจ้าหน้าที่มีความเข้าใจในการใช้แอปพลิเคชัน และขั้นตอนในการเป็นผู้ดูแลระบบ โดยภาพรวมคิดเป็นร้อยละ 70.2 มีความพึงพอใจ ในภาพรวมของการถ่ายทอดองค์ความรู้ในระดับดีมาก ค่าเฉลี่ย 4.28 ในส่วนของผู้ต้องขัง พบว่าส่วนใหญ่เล็งเห็นถึงประโยชน์ในการใช้แอปพลิเคชัน และส่วนใหญ่ยินดีที่จะเข้าใช้แอปพลิเคชันเมื่อกลับไปอยู่บ้านร้อยละ 59.6 กลุ่มตัวอย่างมีความรู้ความเข้าใจในภาพรวมคิดเป็นร้อยละ 86.3 ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ระยะเวลาการควบคุมตัวที่แตกต่างกันมีผลต่อความคิดเห็นต่อการถ่ายทอดความรู้ที่แตกต่าง (p-value < 0.05) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ในส่วนของเชิงคุณภาพ ได้นำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงแอปพลิเคชัน มีการเพิ่มเติมฟังก์ชันระบบการรายงานผลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้งานแอปพลิเคชันทั้งในระดับหน่วยงานและระดับกรม รวมไปถึงแสดงสถิติการเข้าใช้งานเป็นรายเดือนและรายปี ในส่วนของการพัฒนาการเชื่อมต่อระบบ สามารถดึงฐานข้อมูลรายชื่อหน่วยงานในสังกัดกรมราชทัณฑ์ทั่วประเทศมาไว้ในฐานข้อมูลแอปพลิเคชันผ่านระบบเครือข่าย GIN เพื่อสะดวกต่อการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในการเรียกดูข้อมูลผู้ต้องขังและนำข้อมูลไปดำเนินการต่อในระบบแอปพลิเคชัน นอก จากนี้ ยังได้หน่วยงานที่จะมารับช่วงต่อในการพัฒนาแอปพลิเคชันคือ สำนักงานส่งเสริมสัมมาชีพและผลิตภัณฑ์เพื่อ การพัฒนาพฤตินิสัยกระทรวงยุติธรรม และได้มีการเพิ่มเติมกระบวนการเชิญชวนให้หน่วยงานเครือข่ายได้เข้ามามีส่วนร่วม โดยการจัดทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ และการทำแบบฟอร์มยินยอมในการเข้าร่วมสำหรับผู้ประกอบการ โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทั้งกรมราชทัณฑ์ และกระทรวงยุติธรรม

ข้อเสนอแนะ

เนื่องจากจะมีการส่งต่อระบบให้กับสำนักงานส่งเสริมสัมมาชีพและผลิตภัณฑ์เพื่อการพัฒนาพฤตินิสัย กระทรวงยุติ ธรรม ไปดำเนินการพัฒนาแอปพลิเคชันต่อในอนาคต ทางทีมวิจัยมีแผนที่จะดำเนินการขอรับฟังความคิดเห็นจากกรมคุมประพฤติและกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนถึงความต้องการที่จะให้มีการปรับปรุงฟังก์ชันการใช้งานให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้ที่ถูกคมความประพฤติและกลุ่มเด็กและเยาวชนต่อไป รวมถึง ขั้นตอนในการเชื่อมต่อระบบเนื่องจากฐานข้อมูลมีการแยกส่วนกันระหว่างกรมทำให้ต้องใช้เวลาในการดำเนินการค่อนข้างนาน อีกทั้งในส่วนของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนมีระบบการติดตามช่วยเหลือที่แยกออกไปจากส่วนของระบบ Care support ของผู้ใหญ่ ทำให้ต้องมีการหารือ และวางแผนในการเชื่อมต่อระบบที่จะมีความซับซ้อนมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเมื่อแอปพลิเคชันได้รับการขับเคลื่อนจากระดับกระทรวง จะเป็นโอกาสที่ดีที่จะสามารถดำเนินการในเชิงนโยบายลงมา ยังระดับของกรมต่อไป