thai flag
ไทย
EN

แนวทางการพัฒนากระบวนการทำงานของศูนย์แคร์ กรมราชทัณฑ์

ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย

แนวทางการพัฒนากระบวนการทำงานของศูนย์แคร์ กรมราชทัณฑ์

หน่วยงาน/ผู้วิจัย

นายปิยะวัฒน์ ปิ่นเจริญ

ปีที่เผยแพร่

2564

แหล่งสืบค้น

หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย

ด้านกระบวนการยุติธรรม ทัณฑปฏิบัติ และการบริหารโทษ

ประเภท

วิทยานิพนธ์

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์

เพื่อศึกษากระบวนการทำงานของศูนย์แคร์ กรมราชทัณฑ์ วิเคราะห์สภาพปัญหาและอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับ การดำเนินการและแนวทางการพัฒนาการดำเนินการของศูนย์แคร์ กรมราชทัณฑ์

วิธีการวิจัย

ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับศูนย์แคร์ ซึ่งประกอบด้วย ผู้อำนวยการกองพฤตินิสัย ผู้ปฏิบัติงานศูนย์แคร์ในเรือนจำ 4 แห่ง คือ ทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก เรือนจำกลางคลองเปรม เรือนจำกลางนครสวรรค์และเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จำนวน 16 คน หน่วยงานเครือข่ายที่ปฏิบัติงานร่วมกับศูนย์แคร์ จำนวน 7 คน และผู้พ้นโทษที่ได้รับความช่วยเหลือจากศูนย์แคร์ จำนวน 5 คน

ผลการศึกษาพบว่า

(1) กระบวนการทำงานของศูนย์แคร์ กรมราชทัณฑ์ แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ

(1.1) กระบวนการก่อนปล่อยตัว

(1.2) กระบวนการในวันปล่อยตัว

(1.3) กระบวนการภายหลังปล่อยตัว

(2) ปัญหาและอุปสรรคสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของศูนย์แคร์ ได้แก่ ปัญหด้านบุคลากร ปัญหาด้านการให้ข้อมูลของผู้ต้องขัง ปัญหาด้านสังคม และปัญหาด้านข้อกฎหมาย

(3) แนวทางการพัฒนาการดำเนินการของศูนย์แคร์ คือ การเพิ่มบุคลากรในตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ในเรือนจำทัณฑสถานที่ยังขาดแคลน การให้ผู้พ้นโทษที่ได้รับความช่วยเหลือจากศูนย์แคร์เข้ามาบรรยายถึงประโยชน์ที่จะได้รับในการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง การจัดทำสื่อหรือกิจกรรมเพื่อเผยแพร่ตัวอย่างของผู้พ้นโทษที่สามารถกลับตัวได้ เพื่อให้สังคมเปลี่ยนทัศนคติ และการแก้ข้อกฎหมายเพื่อให้ผู้พ้นโทษได้มีโอกาสประกอบกิจการของตัวเองหรือได้รับการจ้างงานมากขึ้น

ข้อเสนอแนะ

(1) ควรประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของศูนย์แคร์ผ่านช่องทางออนไลน์ให้มีความหลากหลาย เนื่องจากพบว่าการดำเนินงานศูนย์แคร์ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง มีการประชาสัมพันธ์ผ่านเฉพาะแอปพลิเคชันเฟซบุ๊คของเรือนจำและแอปพลิเคชันไลน์ในกลุ่มของญาติผู้ต้องขัง ทำให้ผู้ที่ไม่ได้เล่นทั้ง 2 แอปพลิเคชัน หรือไม่ได้อยู่ในกลุ่มดังกล่าวและบุคคลภายนอกไม่ทราบถึงการดำเนินงาน กรมราชทัณฑ์จึงควรมีการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของศูนย์แคร์ผ่านทางออนไลน์ให้มีความหลากหลายและครอบคลุมทุกภารกิจของศูนย์แคร์เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือบุคคลภาย นอกได้ทราบซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการดำเนินงานเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้พ้นโทษ

(2) ควรแก้ไขกฎหมายที่จำกัดสิทธิในการประกอบอาชีพของผู้พ้นโทษ เนื่องจากพบว่าผู้พ้นโทษถูกจำกัดสิทธิในการประกอบอาชีพทั้งในส่วนของการเป็นผู้ได้รับจ้างและการเป็นผู้ประกอบการ จึงควรมีการแก้ไขกฎหมายที่จำกัดสิทธิในการประกอบอาชีพของผู้พันโทษโดยเปลี่ยนเป็นออกเป็นใบรับรองความประพฤติจากเรือนจำหรือสถานประกอบการที่ผู้พ้นโทษเคยไปฝึกอาชีพด้วย เพื่อให้ผู้พ้นโทษสามารถเป็นเจ้าของกิจการหรือมีโอกาสได้รับการจ้างงานมากขึ้น

(3) ควรเปิดโอกาสให้สถานประกอบการมีส่วนร่วมในการฝึกอาชีพ เนื่องจากพบว่าสถานประกอบการมีความประสงค์ที่จะจ้างผู้พ้นโทษเข้าทำงานแต่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลคุณสมบัติของผู้พ้นโทษ ซึ่งอาจเกิดจากความไม่มั่นใจในตัวผู้พ้นโทษ กรมราชทัณฑ์จึงควรเปิดโอกาสให้ตัวแทนจากสถานประกอบการเข้าไปมีส่วนร่วมในการฝึกวิชาชีพของผู้ต้องขัง หรือมีส่วนในการคัดเลือกผู้ต้องขังเข้าไปฝึกอาชีพในสถานประกอบการ เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับการจ้างงานของผู้พ้นโทษ

(4) ควรเพิ่มบุคลากรในตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยา เนื่องจากพบว่า เรือนจำ/ทัณฑสถาน ขาดแคลนอัตรากำลังในด้านวิชาชีพเฉพาะ เช่น นักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยา ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความรู้ความสามารถในการช่วยเหลือผู้ต้องขังในด้านการให้คำปรึกษาคำแนะนำ และการประเมินสุขภาพจิต กรมราชทัณฑ์จึงควรเพิ่มบุคลากรในตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ และนักจิตวิทยาในเรือนจำ/ทัณฑสถานที่ยังไม่มีผู้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว