thai flag
ไทย
EN

การศึกษาวิเคราะห์ความเหมาะสมของยุทธศาสตร์การประเมินผลตัวชี้วัดระดับความสำเร็จของการปฏิบัติตามมาตรฐานการป้องกันเหตุร้ายในเรือนจำ/ทัณฑสถาน

ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย

การศึกษาวิเคราะห์ความเหมาะสมของยุทธศาสตร์การประเมินผลตัวชี้วัดระดับความสำเร็จของการปฏิบัติตามมาตรฐานการป้องกันเหตุร้ายในเรือนจำ/ทัณฑสถาน

หน่วยงาน/ผู้วิจัย

นายชาคริต คงทอง

และคณะกลุ่มงานพัฒนาระบบด้านทัณฑวิทยาสำนักทัณฑวิทยา

ปีที่เผยแพร่

2561

แหล่งสืบค้น


หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย

ด้านการควบคุมผู้ต้องขัง

ประเภท

งานวิจัย

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์

เพื่อพัฒนามาตรฐานการปฏิบัติตามแผนป้องกันและระงับเหตุร้ายในเรือนจำ เพื่อใช้ในการวัดประสิทธิภาพและประเมินผลในการปฏิบัติงานของเรือนจำ

วิธีการวิจัย

ผู้ศึกษาได้ดำเนินการเก็บข้อมูลด้วยการสุ่มผู้รับผิดชอบตัวชี้วัดที่ 10 จำนวน 142 คน จากเรือนจำ/ทัณฑสถานทั่วประเทศและรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ การแจกแจความถี่และค่าร้อยละ การหาค่าเฉลี่ยและการวิเคราะห์ด้านบริบท

ผลการวิจัยพบว่า

จากการวิเคราะห์ SWOT และ TOWS Matrix

พบว่า มาตรฐานการปฏิบัติตามแผนป้องกันและระงับเหตุร้ายในเรือนจำ/ทัณฑสถานทั่วประเทศ ผู้ประเมินตัวชี้วัด พบว่า อยู่ในตำแหน่งที่ตั้งรับ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เสียเปรียบเชิงการแข่งขัน การวางแผนยุทธศาสตร์ จึงควรมุ่งเน้นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดหรือขจัดจุดอ่อนลงได้มากที่สุด ดังนี้

(1.) การพัฒนาบุคลากรเรือนจำให้มีความรู้ความเข้าใจแผนป้องกันและระงับเหตุร้ายในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติซึ่งกรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการการซักซ้อมแนวทางปฏิบัติตามแผนป้องกันและระงับเหตุร้ายในเรือนจำ

(2.) การสร้างค่านิยมร่วมให้บุคลากรในเรือนจำตระหนักถึงความสำคัญของแผนป้องกันและระงับเหตุร้ายในเรือนจำยุทธศาสตร์หลักหรือ Grand Strategy ของเรือนจำทั่วประเทศ จึงเป็นเรื่องของยุทธศาสตร์ของการตั้งรับและการพัฒนาเป็นหลัก เพราะมีความได้เปรียบเชิงการแข่งขันที่อยู่ในระดับสูงก่อนที่จะพิจารณาใช้ยุทธศาสตร์เชิงรุกต่อไป

การตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์

จากผลการวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์ของเรือนจำในการปฏิบัติตามแผนฯ ควรมีการตัดสินใจตามแนวทาง ดังนี้

(1.) กำหนดยุทธศาสตร์เชิงรับและพัฒนา ได้แก่ การพัฒนาบุคลากรเรือนจำฯ ให้มีความรู้ความเข้าใจแผนป้องกันและระงับเหตุร้ายในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติการ สร้างค่านิยมร่วมให้บุคลากรในเรือนจำ ตระหนักถึงความสำคัญของแผนป้องกันและระงับเหตุร้ายในเรือนจำ และควรมีการบูรณาการการซักซ้อมแผนป้องกันและระงับเหตุร้ายร่วมกันระหว่างเรือนจำและหน่วยงานภายนอก

(2.) การกำหนดยุทธศาสตร์ระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว ในส่วนของการกำหนดยุทธศาสตร์ระยะสั้นนั้น ให้เร่งรัดยุทธศาสตร์เชิงรับ ได้แก่ "ยุทธศาสตร์ของเรือนจำในการ จัดทำแนวทางการปฏิบัติตามแผนป้องกันและระงับเหตุร้ายของแต่ละแห่ง"

(3.) การกำหนดยุทธศาสตร์ระยะปานกลาง และระยะยาว ได้แก่ "ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน" โดยมียุทธศาสตร์ประกอบคือในแต่ละแห่งการจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติตามแผนป้องกันและระงับเหตุร้ายในเรือนจำในแต่ละแห่ง