thai flag
ไทย
EN

การศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมในการควบคุมผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี

ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย

การศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมในการควบคุมผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี

หน่วยงาน/ผู้วิจัย

กลุ่มงานพัฒนาระบบด้านทัณฑวิทยา กองทัณฑวิทยา กรมราชทัณฑ์

ปีที่เผยแพร่

2566

แหล่งสืบค้น

หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย

ด้านการควบคุมผู้ต้องขัง

ประเภท

งานวิจัย

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์

เพื่อศึกษาผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดขึ้นจากการควบคุมผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี และเพื่อเสนอแนวทางการแก้ไขผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี

วิธีการศึกษา

ซึ่งเป็นการศึกษาที่ใช้ระเบียบวิธีวิจัยทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ (Mixed – Methodresearch) โดยเป็นการเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบในด้านต่าง ๆ จากการควบคุมผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี ด้วยวิธีการสัมภาษณ์โดยใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง (Semi - structured interview) และเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงสถิติที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีจากระบบข้อมูลผู้ต้องขังและแบบสอบถาม (Questionnaire) กับผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีทั่วประเทศและผู้ปฏิบัติหน้าที่ในเรือนจำตลอดจนการศึกษาเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้อง

ผลการศึกษาพบว่า

การคุมขังระหว่างพิจารณาคดีส่งผลกระทบต่อตัวผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีหลายด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสุขภาพจิตซึ่งเป็นผลมาจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการต่อสู้คดีและการปรับตัวให้เข้ากับกฎ ระเบียบและวิถีชีวิตของเรือนจำ รวมถึงความสัมพันธ์กับครอบครัวที่แย่ลงเนื่องจากตัวผู้ต้องขังสูญเสียโอกาสในการดูแลครอบครัวและถูกตีตราจากสังคมว่าเป็นผู้กระทำผิดแม้ว่าจะยังไม่ถูกตัดสินว่ามีความผิด นอกจากนี้ การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีตามมาตรฐานสากล/ข้อกำหนดของกรมราชทัณฑ์ทำได้อย่างไม่ครบถ้วน (เช่น การแยกนักโทษเด็ดขาดออกจากผู้ต้องขังระหว่างฯ การไว้ทรงผมการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารภายนอกที่เป็นปัจจุบัน การฝึกวิชาชีพตามความสนใจและ/หรือให้ทำงานรับจ้างด้วยความสมัครใจ และการใช้เครื่องพันธนาการ) อาจทำให้ภาพลักษณ์ในระดับประเทศหรือระหว่างประเทศของกรมราชทัณฑ์ขัดต่อการส่งเสริมการดำเนินงานตามหลักสิทธิมนุษยชน

ข้อเสนอแนะ

หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ควรมีท่าทีสนับสนุนการปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดีเป็นอันดับแรกเพราะเป็นส่วนที่เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจมากที่สุดและการใช้สถานที่อื่นแทนเรือนจำ หรือการผลักดันให้เกิดเรือนจำเอกชน ต้องเอื้อต่อการประกอบอาชีพของจำเลยระหว่างพิจารณาคดี เนื่องจากผลการศึกษาชี้ว่าผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีมีความกังวลใจในเรื่องการสูญเสียอาชีพมากกว่าความเป็นอยู่ในเรือนจำ ทั้งนี้ ผลที่เกิดขึ้นจะช่วยลดจำนวนประชากรผู้ต้องขัง ตลอดจนเป็นการส่งเสริมหลักนิติธรรมของรัฐ การปฏิบัติตามหลักการด้านสิทธิมนุษยชน และการลดต้นทุนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการควบคุมประชากรดังกล่าวไว้ในสถานที่คุมขังต่อไป