thai flag
ไทย
EN

แนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลเพื่อแก้ไขปัญหาผู้ต้องขังหลบหนี

ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย

แนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลเพื่อแก้ไขปัญหาผู้ต้องขังหลบหนี

หน่วยงาน/ผู้วิจัย

กองบริหารทรัพยากรบุคคล กรมราชทัณฑ์

ปีที่เผยแพร่

2560

แหล่งสืบค้น


หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย

ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ในเรือนจำ

ประเภท

งานวิจัย

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์

เพื่อศึกษาสภาพปัญหาในการบริหารทรัพยากรบุคคลของกรมราชทัณฑ์ด้านการควบคุมผู้ต้องขังและเพื่อค้นหา แนวทางหรือมาตรการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของกรมราชทัณฑ์ในการป้องกันการหลบหนีของผู้ต้องขัง

วิธีการศึกษา

โดยการเก็บข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านการควบคุมผู้ต้องขัง ฝ่ายควบคุมและฝ่ายรักษาการณ์ของเรือนจำ/ทัณฑสถานจำนวน 1,364 คน และการสัมภาษณ์ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เรือนจำ/ทัณฑสถาน ซึ่งเคยมีผู้ต้องขังหลบหนี จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ เรือนจำจังหวัดสุพรรณบุรี ทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก และเรือนจำอำเภอนางรอง

สรุปผลการศึกษา

ข้อมูลส่วนบุคคล พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านการควบคุมผู้ต้องขังส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุมากกว่า 45 ปี จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีเป็นข้าราชการประเภททั่วไป ตำแหน่งเจ้าพนักงานราชทัณฑ์ ระดับชำนาญงาน มีบทบาทหน้าที่เป็นผู้ปฏิบัติงาน อายุราชการมากกว่า 25 ปี และมีประสบการณ์ ในงานด้านการควบคุมผู้ต้องขังมากกว่า 14 ปี

การบริหารทรัพยากรบุคคลด้านการควบคุมผู้ต้องขัง พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ด้านการควบคุมไม่เคยมีผู้ต้องขังหลบหนี ในส่วนของกลุ่มตัวอย่างที่เคยมีผู้ต้องขังหลบหนีนั้น ส่วนใหญ่เป็นการหลบหนีภายนอก โดยถูกลงโทษทางวินัยด้วยการเพิ่มเวรยาม

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ผ่านการอบรมหลักสูตรข้าราชการราชทัณฑ์บรรจุใหม่ (แรกรับ) โดยมี การศึกษาข้อมูลทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานด้านการควบคุม และทราบมาตรการหรือระเบียบด้านการ ควบคุมผู้ต้องขังผ่านการประชุมชี้แจงประจำเดือนของเรือนจำ/ทัณฑสถาน

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ เห็นว่า ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี (ระหว่างสอบสวน/ไต่สวน/ระหว่าง อุทธรณ์-ฎีกา) มีความยุ่งยากซับซ้อนในการควบคุมมากที่สุด และเห็นว่าผู้ต้องขังคดีความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพ ติด/สารระเหยและผู้ต้องขังโรคจิต/จิตบกพร่อง เป็นกลุ่มมีความเสี่ยงในการหลบหนีต้องควบคุมดูแลเป็นพิเศษ ในส่วนของปัจจัยการหลบหนีทั้งภายในและภายนอกเรือนจำ พบว่า ส่วนใหญ่เกิดจากตัวผู้ต้องขัง โดยเห็นว่าการสร้างจิตสำนึกความรับผิดชอบในหน้าที่ จะเป็นแนวทางในการป้องกันการหลบหนีภายในของ ผู้ต้องขังได้ และการปฏิบัติตามแนวทาง มาตรการ ระเบียบ ข้อบังคับในการควบคุมผู้ต้องขังที่กรมราชทัณฑ์

วางไว้อย่างเคร่งครัด จะเป็นแนวทางในการป้องกันการหลบหนีภายนอกของผู้ต้องขังได้

ร ะ ดั บ ค ว า ม คิ ด เ ห็ น ต่ อ แ น ว ทำ ง กำ ร บ ริ ห า ร ง า น ใ น กำ ร แ ก้ ไ ข ปั ญ ห า ผู้ ต้ อ ง ขั ง ห ล บ ห นี แบ่งการ วิเคราะห์ข้อมูลออกเป็น 2 ด้าน ดังนี้

1) ด้านเจ้าหน้าที่ ประเด็นที่มีความคิดเห็นในร ะดั บ มา กที่สุ ด พบว่า ควรมีการกำหนดให้มีการ อบรมหลักสูตรข้าราชการราชทัณฑ์บรรจุใหม่ (แรกรับ)ทุกคน ก่อนการปฏิบัติหน้าที่จริงในเรือนจำ/ทัณฑสถาน ( C = 4.63) รองลงมาควรมีการส่งเสริมหรือพัฒนาเจ้าหน้าที่เรือนจำ/ทัณฑสถาน ให้มีประสบการณ์และ ทักษะในงานด้านการควบคุมผู้ต้องขัง ( C = 4.59) ประเด็นที่มีความคิดเห็นในระดั บมาก พบว่า ควรมีการ สับเปลี่ยนหมุนเวียนเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ด้านการควบคุมผู้ต้องขังเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่เกิดความเครียด ความซ้ำซาก จำเจ ละความตรากตรำในการทำงาน ( C = 4.16) รองลงมาควรมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ด้านการควบคุมผู้ต้องขังเพื่อป้องกันการสร้างอิทธิพลสร้างความคุ้นเคยใกล้ชิด กับผู้ต้องขัง ( C = 4.09) ประเด็นที่มีความคิดเห็นในระดับปานกลาง พบว่า ควรมีการกำหนดสัดส่วนของร่างกาย เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก ฯลฯ สำหรับเจ้าหน้าที่เรือนจำ/ทัณฑสถานที่ปฏิบัติงานด้านการควบคุม ผู้ต้องขัง ( C = 3.40)

2) ด้านการควบคุม ประเด็นที่มีความคิดเห็นอยู่ในระดั บ มากที่ สุ ด พบว่า ควรมีการสนับสนุน อัตรากำลังเจ้าหน้าที่ด้านการควบคุมที่เพียงพอและเหมาะสมเมื่อเทียบกับการเปลี่ยนแปลงของจำนวนและ ลักษณะของผู้ต้องขังในปัจจุบัน ( C = 4.71) รองลงมาควรมีการปรับปรุงลักษณะทางกายภาพของเรือนจำ/ ทัณฑสถาน ที่มีสภาพเก่าขาดความมั่นคงแข็งแรง เช่น อาคาร ประตู กำแพง รั้ว ( C = 4.58) ประเด็นที่มี ความคิดเห็นอยู่ในระดั บมาก พบว่า เรือนจำ/ทัณฑสถานมีการวิเคราะห์ กลั่นกรอง สืบสวนหาข่าว รวมทั้งมี การวางสายข่าว เพื่อป้องการการหลบหนีหรือการก่อเหตุร้ายของผู้ต้องขัง ( C = 4.15) รองลงมาเรือนจำ/ ทัณฑถานมีการวางแผนการย้ายผู้ต้องขังที่รัดกุม ชัดเจน และเป็นความลับ เช่น มีการศึกษาสภาวะแวดล้อม และระยะทางในการย้ายผู้ต้องขัง ( C = 4.09)

การ สั มภ า ษณ์ผู้ บ ริ หา ร และเจ้ าห น้ า ที่ที่ปฏิบัติ ง า นด้ า น การ ควบ คุมผู้ต้อง ขัง สามารถสรุปผล ได้ ดังนี้

1. แนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลในการควบคุมผู้ต้องขังภายในเรือนจำ มีการคัดเลือก

เจ้าหน้าที่ในปฏิบัติงานด้านการควบคุมให้เหมาะสมกับลักษณะงาน จัดเจ้าหน้าที่ประจ าตามจุดเสี่ยงต่างๆ จัด เจ้าหน้าหน้าที่ประจ าป้อมรักษาการณ์และรายงานผู้บัญชาการเรือนจำเป็นระยะ มีการแจ้งข่าวสารให้ เจ้าหน้าที่เรือนจำทราบในการประชุมประจำเดือน และการกำชับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการควบคุม ผู้ต้องขัง ให้ความสำคัญกับการนับยอดผู้ต้องขังตามระเบียบที่กรมราชทัณฑ์กำหนด

2. แนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลในการควบคุมผู้ต้องขังป่วยที่โรงพยาบาล มีการ คัดเลือกเจ้าหน้าที่ในการควบคุมผู้ต้องขังป่วยโรงพยาบาล โดยใช้ไลน์แอพพลิเคชั่น (Line) ในการรายงาน ผู้บัญชาการเรือนจำเป็นระยะ และมอบหมายเวรพัศดีหรือเวรตรวจที่มีหน้าที่รับผิดชอบการตรวจสอบการ ปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เฝ้าป่วยผู้ต้องขังที่โรงพยาบาล

3. แนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลในการควบคุมผู้ต้องขังทำงานจ่ายนอกและงาน สาธารณะ คัดเลือกเจ้าหน้าที่ที่มีระเบียบวินัยและปฏิบัติตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์อย่างเคร่งครัด มีการ คัดเลือกผู้ต้องขังที่จะออกทำงานจ่ายนอกและงานสาธารณะ โดยคณะกรรมการของเรือนจำ ตามหลักเกณฑ์ที่ กรมราชทัณฑ์กำหนด

4. แนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลในการควบคุมผู้ต้องขังไปศาล เป็นอ านาจหน้าที่ของ เจ้าพนักงานตำรวจ ในการรับ – ส่ง และควบคุมผู้ต้องขังไปศาล เมื่อผู้ต้องขังกลับจากศาล เป็นหน้าที่ของ เจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมที่จะด าเนินการการตรวจค้นตัวตัวผู้ต้องขัง เพื่อค้นหาสิ่งของต้องห้ามที่ผู้ต้องขัง อาจลักลอบนำเข้าเรือนจำ เช่น ยาเสพติด โทรศัพท์ อุปกรณ์ในการหลบหนี เป็นต้น

5. สัดส่วนเจ้าหน้าที่ต่อผู้ต้องขัง ที่เหมาะสมต่อการควบคุมผู้ต้องขังภายในเรือนจำ ในการ ป้องกันการหลบหนีของผู้ต้องขัง อัตราส่วนเจ้าหน้าที่ 1 คน ต่อ ผู้ต้องขัง 20 ซึ่งจะทำให้การควบคุมและการ พัฒนาพฤตินิสัยมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น

6. เทคนิคในการควบคุมผู้ต้องขังภายในเรือนจำ มีการแยกสีเสื้อผู้ต้องขังตามหน้าที่ความ รับผิดชอบหรืองานที่ได้รับมอบหมาย การสร้างกลุ่มไลน์ (Line) ของเรือนจำเป็นช่องทางในการสื่อสารในการ ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่ต้องอยู่ประจ าจุดหรือเขตที่รับผิดชอบ ไม่ละเลยหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมาย มีการการตรวจนับเช็คยอดผู้ต้องขังตามระเบียบที่กรมราชทัณฑ์กำหนด



7. เทคนิคในการควบคุมผู้ต้องขังป่วยที่โรงพยาบาล การใช้ไลน์แอพพลิเคชั่น (Line) ในการ รายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ มีแบบรายงานการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังป่วยที่โรงพยาบาล และการกำชับ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบในการควบคุมผู้ต้องขังป่วยที่โรงพยาบาลที่กรมราชทัณฑ์ก าหนดอย่างเคร่งครัด

8. เทคนิคในการควบคุมผู้ต้องขังทำงานจ่ายนอกและงานสาธารณะ เจ้าหน้าที่ควบคุมสังเกต พฤติกรรมของผู้ต้องขังในแต่ละวัน สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับผู้ต้องขัง โดยใช้หลักจิตวิทยาในการ ควบคุม ใช้อิทธิพลกลุ่มในการควบคุมผู้ต้องขัง มีการลงโทษผู้ต้องขังที่ทำผิดกฎระเบียบฯ

9. เทคนิคการแยกประเภทผู้ต้องขังที่มีลักษณะไม่น่าไว้วางใจ แยกขังผู้ต้องขังระหว่างพิจารณา คดี ผู้ต้องขังคดียาเสพติดรายใหญ่ คดีที่เป็นข่าวที่ประชาชนให้ความสนใจ ผู้ต้องขังที่มีพฤติกรรมเสี่ยงหลบหนี หรือผู้ต้องขังโทษสูง โดยแยกขังไม่ให้ปะปนกับผู้ต้องขังอื่น เพื่อสังเกตพฤติกรรมในระหว่างที่แยกขัง

10. เทคนิคในการหาข่าว มีการวางระบบสายข่าวในเรือนจำ โดยการคัดผู้ต้องขังเข้ามาทำ หน้าที่สายข่าว ตามความสมัครใจและยินยอมของผู้ต้องขัง มีการเช็คข่าวจากแหล่งข่าวหลายๆช่องทาง เพื่อความน่าเชื่อถือของข่าวที่ได้รับ มีการปกป้องสายข่าวและให้รางวัลสายข่าวเพื่อเป็นแรงจูงใจในการทำงาน ของแหล่งข่าว

11. มาตรการในการป้องกันการหลบหนีของผู้ต้องขังภายในเรือนจำ มีการตรวจสอบความ มั่นคงแข็งแรงของอุปกรณ์และสิ่งก่อสร้างอยู่เสมอ การปรับลักษณะทางกายภาพของเรือนจำที่เป็นจุดเสี่ยงใน การหลบหนีของผู้ต้องขัง คัดเลือกเจ้าหน้าที่ให้เหมาะสมกับลักษณะงานที่ปฏิบัติ มีการจัดเจ้าหน้าที่ประจ า ป้อมหรือจุดเสี่ยงภายในเรือนจำ รวมทั้งมีการตรวจค้นและป้องกันสิ่งของต้องห้ามอันเป็นอุปกรณ์หรือ เครื่องมือที่ใช้ในการหลบหนีอยู่เป็นประจ า

12. มาตรการในการป้องกันการหลบหนีของผู้ต้องขังป่วยที่โรงพยาบาล จัดเจ้าหน้าที่ควบคุม ตามระเบียบที่กรมราชทัณฑ์กำหนด มีกระบวนการการคัดกรองผู้ต้องขังป่วยที่จะออกรักษาตัวที่โรงพยาบาล พร้อมกับใช้ทักษะ ประสบการณ์เพื่อสังเกตอาการอย่างถี่ถ้วน

13. มาตรการในการป้องกันการหลบหนีของผู้ต้องขังทำงานจ่ายนอกและงานสาธารณะ มีการ คัดเลือกเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญกับการเช็คยอดผู้ต้องขัง มีการประสานกับ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และท้องถิ่นในการหาข่าวติดตามตัวผู้ต้องขังหลบหนี

14. มาตรการในการป้องกันการหลบหนีของผู้ต้องขังเรือนจำชั่วคราว มีการสร้างห้องพักเวร หน้าเรือนนอน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมผู้ต้องขังได้อย่างใกล้ชิด และกำชับให้เจ้าหน้าที่นับจำนวน ผู้ต้องขัง พร้อมทั้งรายงานยอดผู้ต้องขังให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

ข ้อ เ ส น อ แ น ะ ต ่อ กำ ร บ ร ิห า ร ท ร ัพ ย า ก ร บ ุค ค ล ใ น กำ ร ค ว บ ค ุม ผู ้ต ้อ ง ข ัง จ า ก ผู ้บ ร ิห า ร แ ล ะ

เ จ้ า ห น้ า ที่ ที่ปฏิบัติงานด้านการควบคุมผู้ต้องขัง

การควบคุมผู้ต้องขังในเรือนจำ

1. เพิ่มอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ให้มีความเหมาะสมกับจำนวนผู้ต้องขัง มีการสับเปลี่ยนหมุนเวียน การปฏิบัติหน้าที่เพื่อลดความซ้ าซาก จ าเจ และความตรากตร าในการปฏิบัติงาน

2. การสร้างจิตสำนึกเจ้าหน้าที่ในปฏิบัติงานควบคุมผู้ต้องขังตามระเบียบที่กรมราชทัณฑ์ กำหนด และปฏิบัติตามวินัยข้าราชการกรมราชทัณฑ์อย่างเคร่งครัด

3. การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้านการควบคุมผู้ต้องขังเป็นประจ าทุกปี เพื่อเป็นการ เพิ่มพูนความรู้ในการปฏิบัติงานให้กับเจ้าหน้าที่

4. การฝึกเจ้าหน้าที่เข้าใหม่ให้เรียนรู้งานด้านการควบคุมผู้ต้องขังจากประสบการณ์ตรงในการ ปฏิบัติหน้าที่ (Learning by doing) โดยให้เจ้าหน้าที่ผู้มีประสบการณ์ในงานควบคุมเป็นพี่เลี้ยงในการสอน งานเจ้าหน้าที่เข้าใหม่

5. การด าเนินการและลงโทษทางวินัยอย่างจริงจัง กรณีเจ้าหน้าที่ละทิ้งการปฏิบัติหน้าที่จน เป็นเหตุให้ผู้ต้องขังหลบหนี เพื่อเป็นการข่มขู่ยับยั้งให้เจ้าหน้าที่เกิดความเกรงกลัวและตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ตาม ระเบียบที่กรมราชทัณฑ์กำหนดไว้

การควบคุมผู้ต้องขังนอกเรือนจำ

1. เพิ่มอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ให้เหมาะสมกับจำนวนผู้ต้องขัง หรือพื้นที่ที่รับผิดชอบ มีการ สับเปลี่ยนหมุนเวียนการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดความกระตือรือร้นในการปฏิบัติงาน

2. การมอบหมายงานให้กับเจ้าหน้าที่ตามความรู้ความสามารถ ความถนัดของเจ้าหน้าที่และ พิจารณาจากประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา เพื่อประสิทธิภาพในการควบคุมผู้ต้องขัง

3. จัดการฝึกอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังภายนอกเรือนจำอย่าง ทั่วถึงและสม่ าเสมอ เช่น การควบคุมผู้ต้องขังป่วยโรงพยาบาล ควบคุมผู้ต้องขังกองนอก/ทำงานสาธารณะควบคุมผู้ต้องขังเรือนจำชั่วคราว เป็นต้น

4. ในการเฝ้าผู้ต้องขังป่วยที่โรงพยาบาล ควรมีการจัดเวรเป็นผลัด เหมือนควบคุมผู้ต้องขังใน เรือนจำเพื่อประสิทธิภาพในการควบคุมผู้ต้องขัง

5. ดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาด สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ละเลย ประมาทในการปฏิบัติหน้าที่ทำให้ผู้ต้องขังหลบหนีจนเกิดความเสียหายต่อเรือนจำ ภาพลักษณ์ของ กรมราชทัณฑ์ และความปลอดภัยของประชนในสังคม