วัตถุประสงค์
เพื่อศึกษาและรวบรวมรูปแบบการดำเนินงาน ด้านการช่วยเหลือผู้ต้องขังหลังปล่อยตัวของประเทศต่าง ๆ อันเป็นแนวทางสำคัญในการลดอัตราการกระทำผิดซ้ำ และส่งเสริมการคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน ภายใต้บริบทที่ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำและอัตราการกระทำผิดซ้ำที่ยังอยู่ในระดับสูง แม้กรมราชทัณฑ์จะมีมาตรการพัฒนาพฤตินิสัยและเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัวอย่างต่อเนื่อง
วิธีการศึกษาวิจัย
การศึกษานี้มุ่งเน้นการวิเคราะห์แนวทางการดูแลหลังปล่อยตัว (Aftercare /Throughcare) ในหลายประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ สิงคโปร์ สาธารณรัฐประชาชนจีน มาเลเซียแคนาดา นอร์เวย์ และ เนเธอร์แลนด์
ผลการศึกษาวิจัยพบว่า
ทุกประเทศให้ความสำคัญกับการดูแลต่อเนื่องตั้งแต่ในเรือนจำจนถึงภายหลังปล่อยตัว ครอบ คลุมการจัดหาที่อยู่อาศัยชั่วคราว (Halfway Houses/Residential Re-entry Centers) การจัดหางานและฝึกอาชีพ การบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดและสุขภาพจิต การติดตามโดยพนักงานคุมประพฤติ การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (Electronic Monitoring: EM) ตลอดจนการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชนและภาคเอกชน ซึ่งผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดการกระทำผิดซ้ำ ได้แก่ การมีงานทำ ที่อยู่อาศัยมั่นคง การสนับสนุนจากครอบครัวและชุมชน การดูแลสุขภาพกายและจิตอย่างต่อเนื่อง การติดตามประเมินผล รายบุคคลและการฝึกทักษะชีวิตอย่างเป็นระบบหลายประเทศใช้กลไกความร่วมมือ แบบบูรณาการระหว่างภาครัฐ เอกชน และองค์กรชุมชน เพื่อสร้างเครือข่ายสนับสนุนผู้พ้นโทษอย่างยั่งยืน
ข้อเสนอแนะ
การช่วยเหลือผู้ต้องขังหลังปล่อยตัว ควรเป็นกระบวนการต่อเนื่องที่เชื่อมโยงการฟื้นฟูในเรือนจำกับการสนับสนุนในชุมชนอย่างเป็นระบบ การนำแนวทางที่เหมาะสมจากต่างประเทศมาปรับใช้ในบริบทของประเทศไทยจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการคืนคนดีสู่สังคม ลดอัตราการกระทำผิดซ้ำเสริมสร้างความปลอดภัยของสังคม และยกระดับภาพลักษณ์ การดำเนินงานด้านราชทัณฑ์ของประเทศในระยะยาว