thai flag
ไทย
EN

สิทธิที่จะไม่ถูกดำเป็นคดีอาญาล่าช้าเกินสมควรศึกษากรณีผู้ต้องขังระหว่างดำเนินคดี

ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย

สิทธิที่จะไม่ถูกดำเป็นคดีอาญาล่าช้าเกินสมควรศึกษากรณีผู้ต้องขังระหว่าง

ดำเนินคดี

หน่วยงาน/ผู้วิจัย

กุลวดี ศรเดช

ปีที่เผยแพร่

2566

แหล่งสืบค้น


หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย

ด้านกระบวนการยุติธรรม ทัณฑปฏิบัติ และการบริหารโทษ

ประเภท

วิทยานิพนธ์

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์

เพื่อศึกษาปัญหาความจำเป็นในการคุมขังผู้ต้องหา ปัญหาความล่าช้าในชั้นสอบสวน ปัญหาระยะเวลาที่สั้นที่สุดในการคุมขังผู้ต้องหา ตลอดจนการบริหาร จัดการคดีอาญาจำเลยถูกขังระหว่างการพิจารณา เพื่อสิทธิที่จะไม่ถูกดำเนินคดีอาญาล่าช้าเกินสมควร

วิธีการศึกษา

เป็นการศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศฝรั่งเศส ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศเยอรมนี และประเทศญี่ปุ่น

ผลการศึกษาพบว่า

ทั้ง 5 ประเทศ ใช้หลักในการพิจารณา "ความจำเป็น" ของการคุมขังโดยยึดหลักให้การคุมขังเป็น "วิธีการชั่วคราวและเป็นมาตรการสุดท้าย" โดยตีความคำว่า "ความจำเป็น"ว่าต้องถึงขนาดหรือใกล้ชิดกับการกระทำความผิด มีหลักฐานเพียงพอที่แสดงให้เห็นเป็นประจักษ์ ว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้กระทำความผิด ระบบการสอบสวนมีการทำงานร่วมกับพนักงานอัยการตั้งแต่การขอออกหมายคุมขัง ตลอดจนการเข้ามามีส่วนร่วมในการสอบสวนคดีอาญาของพนักงานอัยการ เพื่อลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน ทำให้สามารถลดระยะเวลาในการคุมขัง (ฝากขัง) ได้ ลดความผิดพลาดของการพิจารณาคดี เพื่อเพิ่มความรวดเร็วเป็นธรรมให้แก่ผู้ต้องหา ถ้าในชั้นสอบสวนมีประสิทธิภาพเพียงพอ กระบวนการพิจารณาคดีในชั้นศาล จะสามารถดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว นำไปสู่การบริหาร จัดการคดีอาญาที่จากเดิมเป็นการพิจารณาคดีเรียงตามลำดับการรับฟ้อง ให้สามารถนำคดีอาญาที่จำเลยต้องขังระหว่างการพิจารณานำขึ้นมาพิจารณาก่อนคดีประเภทอื่น

ข้อเสนอแนะ

ผู้ศึกษามีข้อเสนอแนะ ให้มีการปรับแก้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของไทยในเรื่องการออกหมายคุมขังโดยพิจารณาถึง "ความจำเป็น" ที่ต้องถึงขนาดหรือใกล้ชิดกับการกระทำความผิด โดยให้พนักงานสอบสวนรวมพยานหลักฐานให้เพียงพอที่จะนำตัวผู้ถูกกล่าวหามาดำเนินคดี และรับโทษตามกฎหมาย ให้พนักงานอัยการเข้ามามีบท บาทในการกำกับดูแลตั้งแต่เริ่มคดี คือ การพิจารณา "ความจำเป็น" ในการคุมขังอีกชั้นหนึ่ง ก่อนที่จะยื่นคำร้องขออนุญาตจากศาลและมีส่วนในการสอบสวนคดีอาญาเพื่อเป็นการถ่วงดุลอำนาจที่แท้จริงในการปฏิบัติงานของพนัก งานสอบสวน ตลอดจนการพิจารณาคดีอาญาในชั้นศาล ให้มีการบริหารจัดการคดีอาญาที่จำเลยถูกคุมขังระหว่างพิจารณา โดยให้มีการพิจารณาคดีก่อนคดีประเภทอื่น และต้องพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จภายใน2 เดือน เพื่อสอดรับกับหลักการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหา