การเข้าถึงและใช้ประโยชน์สวัสดิการสำหรับผู้ต้องขังพิการ กรณีศึกษาเขตบริหารเรือนจำ เขต 10 (กรุงเทพมหานคร นนทบุรี)
ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย | การเข้าถึงและใช้ประโยชน์สวัสดิการสำหรับผู้ต้องขังพิการ กรณีศึกษาเขตบริหารเรือนจำ เขต 10 (กรุงเทพมหานคร นนทบุรี) |
หน่วยงาน/ผู้วิจัย | นางสาวภัทราพร จันทร์เจริญ |
ปีที่เผยแพร่ | 2563 |
แหล่งสืบค้น | |
หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย | ด้านการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง |
ประเภท | วิทยานิพนธ์ |
บทคัดย่อ วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการรับรู้สวัสดิการสำหรับผู้ต้องขังพิการตลอดจนการศึกษาปัญหาและอุปสรรคจากการเข้าถึงและการใช้ประโยชน์สวัสดิการของผู้ต้องขังพิการเพื่อเป็นการพัฒนาด้านสวัสดิการผู้ต้องขังพิการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน วิธีการวิจัย เป็นการศึกษาแบบผสมผสาน(Mix methodology research)ดำเนินการสำรวจและสัมภาษณ์ รวมทั้งสิ้น 207 คน ประกอบด้วยกลุ่มผู้ต้องขังพิการในเขตบริหารเรือนจำเขต 10(กรุงเทพมหานคร นนทบุรี) จำนวน 194 คน ผู้ปฏิบัติงานด้านสวัสดิการผู้ต้องขังพิการจำนวน11 คน และผู้มีหน้าที่กำกับการปฏิบัติงานด้านสวัสดิการสำหรับผู้ต้องขังจำนวน2 คน เครื่องมือที่ใช้ทดสอบประกอบด้วยแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้วิเคราะห์เป็นลักษณะสถิติไม่ใช่พารามิเตอร์(Non-parametric)ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของ 2 ตัวแปร ด้วยการทดสอบแมนวิทนีย์ (Mann-Whitney U test) และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของกลุ่มประชากรมากกว่า 2 กลุ่ม ด้วยการวิเคราะห์ค่าChi-square ด้วยการทดสอบครัสคัลวิลลัส(Kruskal-Wallies H test) กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการศึกษา ข้อมูลพื้นฐานของผู้ต้องขังพิการจำนวน194 คน ประกอบด้วย เพศ อายุ สถานภาพการสมรส ระดับการศึกษา อาชีพก่อนต้องโทษข้อมูลเกี่ยวกับคดีระยะเวลาการอยู่ในเรือนจำกำหนดโทษการขึ้นทะเบียนคนพิการและประเภทความพิการ พบว่ากลุ่มประชากรส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีช่วงอายุระหว่าง 31-40 ปีจบการศึกษาระดับประถมศึกษา กระทำความผิดฐานคดียาเสพติดจำนวนมากที่สุด ระยะเวลาการอยู่ในเรือนจำเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 1-10 ปี เป็นผู้ต้องขังพิการคดีเด็ดขาด ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนคนพิการ และส่วนมากมีความพิการประเภท 3 (การเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย) ผลการศึกษาการรับรู้สิทธิสวัสดิการผู้ต้องขังพิการในภาพรวม พบว่า มีการรับรู้ด้านสิทธิและสวัสดิการระดับสูง โดยเฉพาะด้านนันทนาการและมีการรับรู้ระดับต่ำ คือ ด้านบริการสังคม ด้านกระบวนการยุติธรรมส่วนผลการศึก ษาการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการผู้ต้องขังพิการภาพรวมอยู่ในระดับสูงมีการเข้าถึงระดับสูงที่สุด คือ ด้านสุขภาพและอนามัย ส่วนด้านที่มีการเข้าถึงระดับต่ำที่สุดคือด้านกระบวนการยุติธรรม และผลการศึกษาการใช้ประโยชน์สิทธิสวัสดิการผู้ต้องขังพิการภาพรวมอยู่ในระดับความพึงพอใจมากโดยเฉพาะด้านสุขภาพและอนามัยและมีการใช้ประโยชน์ระดับปานกลางคือด้านที่อยู่อาศัยด้านกระบวนการยุติธรรมตามลำดับ ข้อเสนอแนะ จากการศึกษาพบว่าในระดับการปฏิบัติงาน เรือนจำหรือทัณฑสถานควรมีการพัฒนาสวัสดิการด้านที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมโดยการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์เสริมทางร่างกายให้เหมาะกับผู้ต้องขังพิการตลอดจนการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ (Accessibility for all Act)ประกอบกับการนำศักยภาพ ด้านการจัดสวัสดิการนันทนาการมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น การจัดทำสื่อความรู้การจัดกิจกรรมต่างๆ ให้กับผู้ต้องขังพิการ การปฏิบัติงานทั้งเชิงรุกและเชิงรับเพื่อให้สามารถเข้าถึงผู้ต้องขังพิการที่ต้องโทษอยู่ภายในเรือนจำหรือทัณฑสถานได้ รวมถึงการส่งเสริมการจัดสวัสดิการด้านกระบวนกระยุติธรรมให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เกิดการรับรู้และเข้าถึงสวัสดิการ ดังนั้นในระดับนโยบายกรมราชทัณฑ์ควรให้การสนับ สนุนในการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับผู้ต้องขังพิการและสวัสดิการต่างๆ แก่ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง การพัฒนาคู่มือในการปฏิบัติงานให้เป็นปัจจุบัน ตลอดจนการเสนอแนวทางในการลดจำนวนผู้ต้องขังเพื่อให้สามารถจัดบริการสวัสดิการได้อย่างทั่วถึงและยกระดับการช่วยเหลือผู้ต้องขังพิการได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ |