thai flag
ไทย
EN

การจัดทำโครงการแรกรับสำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำ

ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย

การจัดทำโครงการแรกรับสำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำ

หน่วยงาน/ผู้วิจัย

นางสาวเพลินใจ แต้เกษม สำนักวิจัยและพัฒนาระบบงานราชทัณฑ์

ปีที่เผยแพร่

2558

แหล่งสืบค้น

หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย

ด้านการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง

ประเภท

งานวิจัย

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์

1.) เพื่อประเมินผลการดำเนินงานด้านการปฐมนิเทศผู้ต้องขังแรกรับ ตลอดจนปัญหาอุปสรรค ของ เรือนจำ และทัณฑสถานในการอบรมแรกรับผู้ต้องขังเข้าใหม่

2.) เพื่อสร้างโปรแกรมแรกรับผู้ต้องขังเข้าใหม่

3.) เพื่อจัดทำคู่มือการอบรมผู้ต้องขังแรกรับให้กับเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ

วิธีการวิจัย

โดยใช้วิธีการศึกษาแบบผสมผสานทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ประกอบด้วย การสำรวจการดำเนินงานด้านการปฐมนิเทศผู้ต้องขังเข้าใหม่จากเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ การใช้แบบสอบถาม (Questionnaires) เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล จากผู้ต้องขังเข้าใหม่ ตลอดจนการจัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) ทั้งเจ้าหน้าที่เรือนจำและผู้ต้องขัง เพื่อนำไปสู่การกำหนดหลักสูตรการปฐมนิเทศผู้ต้องขัง การจัดทำวีดีทัศน์สำหรับผู้ต้องขังเข้าใหม่และคู่มือการเข้าใหม่ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด้านการปฐมนิเทศผู้ต้องขังเข้าใหม่

ผลการวิจัย

ผลสำรวจการดำเนินงานด้านการปฐมนิเทศผู้ต้องขังของเรือนจำ/ทัณฑสถานทั่วประเทศส่วนใหญ่มอบหมายส่วน/ฝ่ายควบคุมผู้ต้องขังรับผิดชอบงานด้านการปฐมนิเทศผู้ต้องขัง ร้อยละ 54.1 มีจำนวนผู้ต้องขังเข้าใหม่โดยเฉลี่ยต่อเดือน ประมาณ101-300 คน ร้อยละ32.8 ความถี่ในการจัดปฐมนิเทศผู้ต้องขังเข้าใหม่ประมาณเดือนละ 1 ครั้ง ร้อยละ 43.4 จำนวนผู้ต้องขังที่เข้ารับการอบรมปฐมนิเทศในแต่ละรุ่นส่วนใหญ่ร้อยละ 58.2 มีจำนวน 16 - 50 คน ร้อยละ 45.1มีระยะเวลาในการอบรมปฐมนิเทศ ครึ่งวัน - 1 วัน ปัญหาอุปสรรคพบว่า เรือนจำ/ทัณฑสถานส่วนใหญ่ ร้อยละ 60.6 ไม่มีแดนแรกรับในเรือนจำสำหรับแยกควบคุมผู้ต้องขังเข้าใหม่ เรือนจำและทัณฑสถานส่วนใหญ่ มีความเห็นว่า วิธีการในการจัดหลักสูตรปฐมนิเทศผู้ต้องขังเข้าใหม่ ควรจัดหลักสูตรเหมือนกันทุกแห่งทั่วประเทศ ร้อยละ 38.7 โดยมีระยะเวลาในการจัดปฐมนิเทศผู้ต้องขังเข้าใหม่ ประมาณ1-2 วัน ร้อยละ 40.7 และเห็นว่ารูปแบบในการปฐมนิเทศ ผู้ต้องขังเข้าใหม่ ควรดำเนินการในรูปแบบใหม่ที่มีการใช้สื่อวีตีทัศน์ ร้อยละ 78.1 เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยเจ้าหน้าที่ในการชี้แจงให้ข้อมูลและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในเรือนจำกับผู้ต้องขังเข้าใหม่การเก็บข้อมูลผู้ต้องขังเข้าใหม่โดยใช้แบบสอบถามและการจัดประชุมกลุ่มย่อยผู้ต้องขังเข้าใหม่ พบว่าส่วนใหญ่มีความเครียดและวิตกกังวลเรื่องครอบครัวมากที่สุด รองลงมาคือเรื่องคดีความและเรื่องการใช้ชีวิตในเรือนจ้า ส่วนใหญ่ผู้ต้องขังเข้าใหม่ได้รับการอบรมช่วงปฐมนิเทศเพียง1 วัน และไม่ได้ถูกควบคุมตัวในแดนแรกรับเป็นการเฉพาะ ส่วนใหญ่ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังมีความเห็นสอดคล้องกันว่า ควรมีระยะเวลาการอบรมปฐมนิเทศประมาณ 5 วันและต้องการให้มีวิทยากรทั้งภายในและภายนอกเรือนจำ ในการอบรมปฐมนิเทศผู้ต้องขังโดยเฉพาะนักกฎหมาย หนายความ ที่มาให้ความรู้เรื่องกฎหมาย และให้คำปรึกษาด้านคดีความ จำนวนผู้เข้าอบรมที่เหมาะสม คือ 30 - 50 คน และควรจัดปฐมนิเทศหลังเข้ามาอยู่ในเรือนจำประมาณ 1 สัปดาห์เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถปรับตัวจัดการความเรียบร้อยเรื่องสถานที่และความเป็นอยู่ โดยเห็นว่าผู้ต้องขังทุกคนทุกกลุ่มควรเข้ารับการอบรมปฐมนิเทศ ถึงแม้ว่าจะเป็นผู้ต้องขังที่กระทำผิดซ้ำหรือย้ายจากเรือนจำอื่น ก็ถือว่าควรได้รับการปฐมนิเทศ เนื่องจากเรือนจำแต่ละแห่ง มีสภาพแวดล้อมและกฎระเบียบที่แตกต่างกัน รูปแบบ ในการปฐมนิเทศผู้ต้องขังควรมีลักษณะผสมผสานระหว่างการอบรมโดยเจ้าหน้าที่และการใช้สื่อวีดีทัศน์ในการให้ความรู้สำหรับกระบวนการแรกรับผู้ต้องขัง คณะวิจัยได้จัดทำเป็น 3 ขั้นตอน คือ

ขั้นตอนที่ 1 กระบวนการรับตัวผู้ต้องขัง

ขั้นตอนที่ 2 การอบรมปฐมนิเทศผู้ต้องขังและการดูแลใจผู้ต้องขังเข้าใหม่

ขั้นตอนที่ 3 การจำแนกลักษณะผู้ต้องขังและการวางแผนปฏิบัติต่อผู้ต้องขังเป็นรายบุคคล

การนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติงานปรากฏผลเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนคือ

1. ดำเนินการจัดทำวีดีทัศน์ในหัวข้อ "ข้อควรรู้เมื่อเข้าสู่ประตูเรือนจำ/ทัณฑสถาน" สำหรับฉายให้กับผู้ต้องขังเข้าใหม่ทุกคน โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับกฎระเบียบที่ต้องทราบในช่วงแรกรับซึ่งได้มอบหมายให้เรือนจำดำเนินการในปีงบประมาณพ.ศ.2558

2. จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานสำหรับเจ้าหน้าที่ด้านการปฐมนิเทศผู้ต้องขังเข้าใหม่ให้กับเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศและได้จัดอบรมเจ้าหน้าที่เพื่อให้ความรู้ และทำความเข้าใจในกิจกรรมต่างๆ ตามหลักสูตรที่กำหนดขึ้น

3. จัดทำหลักสูตรปฐมนิเทศผู้ต้องขัง ซึ่งมีเนื้อหาทั้งหมด 5 หมวดหลัก โดยให้มีการใช้สื่อในการอบรม เช่น สื่อเสียง สื่อภาพ ใบความรู้ฯลฯ และวิทยากรที่ให้ความรู้จากฝ่ายต่างๆ ในเรือนจำและวิทยากรภายนอก เช่น นักกฎหมาย นักจิตวิทยา ผู้นำทางศาสนา ฯลฯ

4. กรมราชทัณฑ์ได้มีหนังสือขอความร่วมมือไปยังกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพขอความอนุเคราะห์ให้มอบหมายทนายความ หรือที่ปรึกษากฎหมาย หรือพนักงานราชการประจำคลินิกยุติธรรม ณ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศเข้าไปให้ความรู้ด้านกฎหมายและให้คำปรึกษาแนะนำด้านคดีความแก่ผู้ต้องขังเข้าใหม่และผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีในเรือนจำและทัณฑสถานต่างๆ อย่างน้อยเดือนละครั้ง

ข้อเสนอแนะ

1. กรมราชทัณฑ์ควรจัดสรรงบประมาณในการดำเนินงานด้านการปฐมนิเทศผู้ต้องขังเข้าใหม่ให้เรือนจำและทัณฑ สถานทั่วประเทศ ทั้งในด้านวิทยากร ด้านการจัดทำสื่อ และสถานที่อบรม

2. กรมราชทัณฑ์ควรประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศาล อัยการ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สภาทนายความฯลฯ เพื่อขอสนับสนุนวิทยากรให้ความรู้ด้านกฎหมายและให้คำปรึกษาด้านคดีความแก่ผู้ต้องขังในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ

3. ในการก่อสร้างเรือนจำ กรมราชทัณฑ์ควรกำหนดให้มีแดนแรกรับที่เป็นสัดส่วนและมีห้องอบรมเพื่อจัดปฐมนิเทศให้ความรู้ และมีสถานที่ในการฝึกระเบียบวินัยแก่ผู้ต้องขัง

4. เรือนจำและทัณฑสถานควรมีการจัดปฐมนิเทศให้ญาติผู้ต้องขังด้วย เพื่อให้ญาติทราบกฎระเบียบการใช้ชีวิตในเรือนจำ ผู้ต้องขังจะมีสภาพความเป็นอยู่อย่างไรญาติจะได้ลดความวิตกกังวลและให้ความร่วมมือกับเรือนจำในการ อบรมแนะนำผู้ต้องขังให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของเรือนจำ

5. เรือนจำและทัณฑสถานควรให้ความสำคัญกับงานปฐมนิเทศผู้ต้องขังและมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทุกส่วน/ฝ่ายในเรือนจำรับผิดชอบในการอบรมให้ความรู้กับผู้ต้องขังเข้าใหม่เพื่อให้ผู้ต้องขังมีความรู้ความเข้าใจในกฎระเบียบของ เรือนจำ สามารถติดต่อประสานงานเพื่อขอรับความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง และปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัยของเรือนจำ

6. กรมราชทัณฑ์ควรกำหนดหน่วยงานหลักในการรับผิดชอบการดำเนินงานด้านการปฐมนิเทศผู้ต้องขังเข้าใหม่ตลอดจนการติดตามประเมินผลการดำเนินงานของเรือนจำและทัณฑสถานเพื่อสามารถปรับปรุงแก้ไขกระบวนการทำงานให้เกิดประสิทธิผลในทางปฏิบัติ

7. เรือนจำและทัณฑสถานควรฉายวีดีทัศน์ข้อควรรู้เมื่อเข้าสู่ประตูเรือนจำให้ผู้ต้องขังเข้าใหม่ได้รับทราบข้อมูลเป็นประจำอย่างต่อเนื่องในช่วงแรกรับ

8. เจ้าหน้าที่เรือนจำที่รับผิดชอบงานด้านการปฐมนิเทศผู้ต้องขังเข้าใหม่ ควรศึกษาคู่มือการปฏิบัติงานด้านการปฐม นิเทศที่กรมราชทัณฑ์ได้จัดทำขึ้น เพื่อให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

9. กรมราชทัณฑ์ควรกำหนดให้งานด้านการปฐมนิเทศผู้ต้องขัง เป็นตัวชี้วัดระดับเรือนจำ เพื่อกระตุ้นให้เรือนจำทุกแห่ง ดำเนินภารกิจอย่างต่อเนื่องและเห็นความสำคัญของงานแรกรับผู้ต้องขังเข้าใหม่