การพัฒนามาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดอาญาแทนการควบคุมตัว (Non-custodial measures)
ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย | การพัฒนามาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดอาญาแทนการควบคุมตัว (Non-custodial measures) |
หน่วยงาน/ผู้วิจัย | รองศาสตราจารย์ ดร.คณพล จันทน์หอม,อาจารย์ ดร.ปราโมทย์ เสริมศีลธรรม,อาจารย์ ศิรธัช ศิริชุมแสงและคณะ |
ปีที่เผยแพร่ | 2562 |
แหล่งสืบค้น | |
หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย | ด้านกระบวนการยุติธรรม ทัณฑปฏิบัติและการบริหารโทษ |
ประเภท | งานวิจัย |
บทคัดย่อ | |
มาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดอาญาแทนการควบคุมตัว (Non-custodial measures) หมายถึง แนวทางในการนำมาตรการอื่นแทนการควบคุมตัวต่อผู้กระทำผิดอาญามาใช้เพื่อลดความจำเป็นในการจำคุกและเปิดโอกาสให้ผู้กระทำความผิดไม่ร้ายแรงได้มีโอกาสในการแก้ไขปรับปรุงตัวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดลดผลกระทบของมาตรการควบคุมตัวต่อผู้ต้องขัง ลดปริมาณภายในเรือนจำ และเพื่อประโยชน์ทางด้านการประหยัดงบประมาณและการพัฒนาสังคมในปัจจุบัน มาตรการลงโทษโดยการควบคุมตัวผู้กระทำความผิดทางอาญา ส่งผลให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมามากมาย เช่น ความแออัดภายในเรือนจำ การบริหารจัดการงบประมาณและบุคลากรด้านการบริหารงานเรือนจำ สิทธิมนุษยชนของผู้ต้องขัง เป็นต้น อีกทั้ง แม้ในปัจจุบันจะมีกฎหมายเปิดช่องให้โอกาสแก่ผู้กระทำผิด โดยการกำหนดให้มีมาตรการทางเลือกแทนการจำคุกมากขึ้น แต่ ในทางปฏิบัติ การใช้มาตรการแทนการควบคุมตัวยังไม่ถูกพัฒนาเท่าที่ควร เนื่องด้วยปัญหาและอุปสรรคหลากหลายประการ เช่น เรื่องการจำแนกและคัดกรองบุคคล การขาดกระบวนการฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพ การขาดความสมดุลระหว่างเสรีภาพของผู้กระทำผิดกับสิทธิของผู้เสียหายและความปลอดภัยของ เป็นต้น ดังนั้น เพื่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงเกิดแนวความคิดที่จะพัฒนามาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดอาญาแทนการควบคุมตัวขึ้นโดยทางคณะผู้วิจัยได้ทำการศึกษาสภาพปัญหาของมาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดอาญาแทนการควบคุมตัวของประเทศไทยในปัจจุบัน โดย เปรียบเทียบกับแนวทางของต่างประเทศ เพื่อเสนอแนะแนวทางพัฒนามาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดอาญาแทนการควบคุมตัวอย่างเป็นรูปธรรม ให้สามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้จริงและมีความเหมาะสมกับประเทศไทยประเทศไทยมีการนำแนวคิดเรื่องมาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดอาญาแทนการควบคุมตัวมาใช้ในระบบกระบวนการยุติธรรมใน 3 ขั้นตอน ได้แก่ (1) ขั้นตอนก่อนกระบวนการพิจารณาของศาล (Pre-trial stage) (2) ขั้นตอนพิจารณาคตีในศาลและการลงโทษ (Trial andSentencing stage) และ (3) ขั้นตอนหลังจากมีคำพิพากษา (Post-sentencing stage) โดยแต่ละขั้นตอนจะมีรูปแบบมาตรการ กฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานที่รับผิดชอบแตกต่างกันออกไป ซึ่งหากพิจารณาถึงเฉพาะตัวบทกฎหมาย พบว่ามาตรการแทนการควบคุมตัวในประเทศไทยมีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่องและมีอยู่หลากหลายมาตรการทั้งในขั้นก่อนการพิจารณาคดีของศาล ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลหรือขั้นตอนการกำหนดโทษ รวมถึงขั้นตอนหลังจากที่ศาลมีคำพิพากษา หากแต่ประเด็นปัญหาอยู่ที่ว่า มาตรการดังกล่าวที่มีความหลากหลายนั้น ยังขาดการนำมาใช้ให้ได้ประสิทธิภาพเมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับแนวทางมาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดอาญาแทนการควบคุมตัวของต่างประเทศ พิเคราะห์ได้ว่าแม้แต่ละประเทศจะมีมาตรการที่หลากหลายแตกต่างกันไป แต่ก็มีวัตถุประสงค์ไปในทำนองเดียวกัน คือการทำให้การควบคุมตัวผู้กระทำความผิดเป็นไปอย่างเหมาะสม และมีมาตรการอื่น ๆ ใช้แทนหรือส่งเสริมการควบคุมตัว ซึ่งในหลายมาตรการของต่างประเทศนั้นประสบความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่มาตรการแทนการควบคุมตัวของไทยในปัจจุบันยังมีปัญหาหลายประการที่รอการแก้ไข ดังนั้น คณะผู้วิจัยจึงมีข้อเสนอแนะว่า ควรมีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ (1) ประมวลกฎหมายอาญา ในเรื่องการรอการลงโทษและรอการกำหนดโทษตามมาตรา 56 ให้มีรายละเอียดที่ชัดเจนขึ้น รวมถึงเห็นควรเพิ่มเติมให้มีการเพิ่มมาตรการทางอาญาระดับกลางในประมวลกฎหมายอาญา ได้แก่ การฝึกแบบค่ายทหาร โดยการกำหนดไว้ในประมวลกฎหมายอาญาให้เป็นอำนาจศาลที่จะสั่งให้บุคคลที่กระทำความผิดเข้าค่ายฝึกแบบทหารได้ รวมถึงให้ศาลสามารถกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่สามารถฝึกแบบทหารได้ และถ้าหากผ่านการฝึกแล้วก็ไม่ต้องรับโทษจำคุกอีก (2) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ในเรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์ให้พนักงานอัยการสามารถใช้ช่องทางชะลอการฟ้องได้ ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกเพิ่มขึ้น นอกเหนือไปจากการใช้ดุลพินิจระหว่างสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องเท่านั้น รวมการเพิ่มจำนวนฐานความผิดที่สามารถเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยประนีประนอมก่อนขั้นศาล และอาจกำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การปล่อยตัวชั่วคราวเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การยอมให้ติดเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์สำหรับติดตามไว้ที่ตัวบุคคลเพื่อที่จะปล่อยชั่วคราว การกักขังไว้ในบ้านหรือการอาศัยอยู่ในสถานที่ที่กำหนด เป็นต้น และ (3) พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ในเรื่องการพักการลงโทษและการลดวันต้องโทษ ตามมาตรา 52 โดยให้นักโทษที่จะได้รับประโยชน์จากมาตรการเหล่านี้จำต้องได้รับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งถึงจะมีสิทธิ และในเรื่องการดูแลกึ่งวิถีซึ่งควรขยายขอบเขตบ้านกึ่งวิถีที่มุ่งเน้นแต่ผู้พ้นโทษไปแล้ว มาเป็นผู้ที่ใกล้จะครบกำหนดพ้นโทษด้วย | |