โครงการวิจัยเรื่อง “การพัฒนากระบวนการจำแนกผู้กระทำผิด”
ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย | โครงการวิจัยเรื่อง “การพัฒนากระบวนการจำแนกผู้กระทำผิด” |
หน่วยงาน/ผู้วิจัย | รองศาสตราจารย์ ดร.ธีระ สินเดชารักษ์และคณะ |
ปีที่เผยแพร่ | 2563 |
แหล่งสืบค้น | |
หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย | ด้านกระบวนการยุติธรรม ทัณฑปฏิบัติและการบริหารโทษ |
ประเภท | งานวิจัย |
บทคัดย่อ | |
ในปัจจุบันพบปัญหาในด้านกระบวนการจำแนกผู้กระทำผิดยังคงมีหลายประการ เช่น ปัญหาของการเรื่องการเก็บข้อมูลผู้กระทำผิดที่ยังไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเหมาะสมบุคลากรผู้ทำหน้าที่ในการจำแนกยังคงขาดความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อกระบวนการจำแนกที่เหมาะสม หรือระยะเวลาในการจำแนกผู้กระทำผิดที่ควรเป็นไปอย่างเหมาะสม เป็นต้นโดยการวิจัยเรื่อง"การพัฒนากระบวนการจำแนกผู้กระทำผิด"มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบจำแนกผู้กระทำผิดที่มีประสิทธิภาพ โดยเป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ(Qualitative Research) ซึ่งใช้วิธีการศึกษาการค้นคว้าข้อมูลจากเอกสารวิชาการ การประชุมกลุ่มย่อย การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสัมมนาระดมความคิดเห็นกับกลุ่มเป้าหมายที่ได้กำหนดเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมาย เช่น ตำรวจ อัยการ ราชทัณฑ์ หรือกรมคุมประพฤติ เป็นต้น และกลุ่มนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาเกี่ยวกับระบบการจำแนกและประเมิน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญาวิทยา จิตวิทยา สังคมสงเคราะห์ หรือแพทย์ เพื่อค้นหาแนวทางการดำเนินงานที่นำไปสู่การพัฒนากระบวนการจำแนกผู้กระทำผิด โดยผลการศึกษาพบว่า คณะผู้วิจัยได้ค้นพบข้อเสนอในเรื่องของแนวทางการพัฒนากระบวนการจำแนกผู้กระทำผิดที่จะนำไปทดลองใช้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน ๘ ประเด็น ได้แก่ (๑) การให้ผู้ต้องขังตอบข้อคำถามด้วยตนเอง (self-report) ในกระบวนการสอบถามประวัติของผู้ต้องขังเพื่อแก้ปัญหาจำนวนเจ้าหน้าที่จำแนกที่มีสัดส่วนไม่เพียงพอกับจำนวนผู้ต้องขัง (๒)การใช้ผู้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในเรือนจำเพื่อลดการซ้ำซ้อนในการบันทึกข้อมูลที่เจ้าหน้าที่จำแนกจะใช้การบันทึกลงในกระดาษก่อน เมื่อสัมภาษณ์ผู้ต้องขังแรกเข้า (๓) การใช้เครื่องมือจำแนกผู้กระทำความผิด ที่เป็นแบบสอบถามโดยใช้การจำแนกแบบปรวิสัย(Objective Classification) เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้วิจารณญาณของเจ้าหน้าที่จำแนก โดยเน้นการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ของแบบสอบถาม (๔) การจำแนกลักษณะผู้ต้องขังซ้ำ (Re-classification of Prisoners) (๕) การลดระยะเวลาในการจำแนกผู้ต้องขังอย่างเหมาะสม (๖) การปรับเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินความเสี่ยงผู้ต้องขัง ให้มีความละเอียดมากขึ้น (๗) การใช้กระบวนการจำแนกที่แตกต่างกัน สำหรับผู้ต้องขังที่มีความแตกต่างกันและ (๘) การมีคนนอกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการจำแนก เพื่อสะท้อนภาพสังคมภายนอกที่สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดแผนงาน การแก้ไขปัญหาและการให้คำปรึกษาตลอดจนการวิจัยในเรื่องของระบบการจำแนกผู้กระทำผิดร่วมกันอีกด้วยนอกจากนี้คณะผู้วิจัยยังได้มีข้อเสนอแนะที่ทำให้เกิดการพัฒนาอีกด้วยซึ่งก็คือการเพิ่มปริมาณเครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่สามารถส่งเสริมหรือมีส่วนช่วยให้การจำแนกผู้กระทำความผิดมีการดำเนินงานอย่างรวดเร็วมากขึ้น และเจ้าหน้าที่ที่มีบทบาทในการจำแนกผู้กระทำผิดก็ควรที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง โดยตรงเนื่องจากขั้นตอนดังกล่าว จำเป็นต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้ และประสบการณ์หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญที่จบในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องอย่างเจาะจง | |