thai flag
ไทย
EN

โครงการศึกษาการพัฒนามาตรการแทนการควบคุมตัวของ ประเทศไทยในมิติด้านเศรษฐศาสตร์

ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย

โครงการศึกษาการพัฒนามาตรการแทนการควบคุมตัวของประเทศไทยในมิติด้านเศรษฐศาสตร์

หน่วยงาน/ผู้วิจัย

ดร.จักรกฤษณ์ ควรพจน์ และคณะ

ปีที่เผยแพร่

2566

แหล่งสืบค้น

หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย

ด้านการควบคุมผู้ต้องขัง

ประเภท

งานวิจัย

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์

(1) เพื่อสรุปผลข้อมูลทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนามาตรการต่อผู้กระทําผิดแทนการควบคุมตัว (No -custodial Measures) หรือมาตรการแทนการจําคุกของประเทศไทย จากเอกสารข้อมูลและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อนํามาวิเคราะห์ถึงประโยชน์และผลกระทบในมิติด้านเศรษฐศาสตร์ที่อาจเกิดขึ้นในการนํามาตรการดังกล่าวมาใช้ในประเทศไทย

(2) เพื่อพัฒนามาตรการต่อผู้กระทําผิดอาญาแทนการควบคุมตัวที่มีความเหมาะสมกับประเทศไทย

(3) เพื่อจัดทํารายงานผลการศึกษาการพัฒนามาตรการแทนการควบคุมตัวของประเทศไทย ในมิติด้านเศรษฐ ศาสตร์ สําหรับใช้เป็นข้อมูลประกอบการนําเสนอต่อคณะอนุกรรมการด้านการปฏิรูปการพัฒนามาตรการต่อผู้กระทําผิดอาญาแทนการควบคุมตัว โดยการมีส่วนร่วมขององค์กรสหวิชาชีพและชุมชน/หรือคณะกรรมการพัฒนา การบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ

วิธีการศึกษา

การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ได้กำหนดขอบเขตการศึกษาเพื่อนำมาตรการแทนการควบคุมตัว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการลงโทษระดับกลางมาใช้ โดยใช้วิธีวิเคราะห์ประโยชน์ของมาตรการแทนการควบคุมตัวในเชิงเศรษฐ ศาสตร์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรณีของการทำงานบริการสาธารณะ

ผลการศึกษาพบว่า

กพยช. ได้มีความพยายามศึกษาและพัฒนาแนวทางในการนำมาตรการแทนการควบคุมตัวมาใช้ในประเทศไทย อย่างไรก็ดี โดยข้อจำกัดของการศึกษาในปัจจุบันทำให้การนำมามาตรการแทนการควบคุมตัวมาใช้ในประเทศ ไทยมีข้อน่าพิจารณาอยู่ 4 ประการ ได้แก่

ประการแรก ปัญหาความไม่ชัดเจนของมาตรการคุมประพฤติและมาตรการแทนการควบคุมตัวเนื่องจากมาตรการทั้งสองประการมีลักษณะร่วมกันบางประการ เพียงแต่มีเป้าหมายในการนำมาตรการดังกล่าวมาใช้ในลักษณะที่แตกต่างกัน ซึ่งในปัจจุบันได้มีการทำความเข้าใจและพยายามสร้างแนวทางให้ชัดเจนระหว่างมาตรการทั้งสองเพิ่มมากขึ้น

ประการที่สอง ปัญหาการไม่มีกฎหมายรับรองการนำมาตรการแทนการควบคุมตัวมาใช้ โดยในอดีตได้มีความพยายามยกร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... เพื่อรองรับมาตรการแทนการควบคุมตัว อย่างไรก็ดี ในการประชุมครั้งที่ 2/2565 กพยช. ได้มีการอภิปรายว่า บทบัญญัติของประมวลกฎหมายอาญาเดิมเพียงพอแล้วที่จะนำมาใช้กับมาตรการแทนการควบคุมตัว รวมถึงสามารถใช้กลไกของการคุมประพฤติเข้ามาดำเนินการในส่วนนี้ได้ ทำให้ปัญหาดังกล่าวคลี่คลายลงไปแล้ว

ประการที่สาม ปัญหาการขาดแนวทางในการนำมาตรการแทนการควบคุมตัวมาใช้ โดยข้อกังวลนี้ปรากฏในการประชุมของ กพยช. ครั้งที่ 2/2565 โดยแนวทางในเรื่องนี้จะต้องมีการพัฒนาต่อไปในอนาคตเพื่อให้หน่วยงานของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมทางอาญามีความเข้าใจที่สอดประสานกัน

ประการที่สี่ ปัญหาด้านงบประมาณที่ต้องนำมาใช้โดยที่ผ่านมามีปัญหาด้านความชัดเจนว่าจะต้องใช้งบประมาณเพียงใดในการนำมาใช้ทั้งงบประมาณในด้านบุคลากรและความคุ้มค่าในการดำเนินการจากปัญหาทั้ง 4 ประการข้างต้นได้นำมาสู่ความพยายามในการศึกษาผลกระทบทางเศรษฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นจากการนำมาตรการแทนการควบคุมตัวมาใช้ในประเทศไทย เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการนำมาตรการแทนการควบคุมตัวมาใช้ในประเทศไทย

ข้อเสนอแนะ

การใช้มาตรการแทนการควบคุมตัวได้รับการยอมรับมากขึ้น ส่วนหนึ่งเพื่อแก้ไขสภาพความแออัดที่เกิดขึ้นในเรือนจำ ลดปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเข้าไปสู่เรือนจำของผู้กระทำความผิด จากการศึกษาตัวอย่างของแนวทางการนำมาตรการแทนการควบคุมตัวมาใช้ในต่างประเทศพบว่า มาตรการแทนการควบคุมตัวในชั้นระหว่างการพิจารณาและพิพากษาคดีประกอบไปด้วยมาตรการที่สำคัญ ได้แก่ การคุมประพฤติแบบปกติ (basic probation) การทำงานบริการสังคม (community service) การส่งตัวไปรักษาบำบัดฟื้นฟู (rehabilitation/restriction) การคุมประพฤติแบบเข้มงวด (intensive probation) และการลงโทษแบบฝึกวินัยค่ายทหาร (boot camp) อย่างไรก็ดี มาตรการแทนการควบคุมตัวที่น่าสนใจ และเหมาะสมต่อการนำมาศึกษา คือ การทำงานบริการสาธารณะ