ลูกของผู้ต้องขังหญิง เหยื่อของความยุติธรรม
ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย | ลูกของผู้ต้องขังหญิงเหยื่อของความยุติธรรม |
หน่วยงาน/ผู้วิจัย | รศ.ดร.มณีมัย ทองอยู่ ดร.มนต์ชัย ผ่องศิริ ผศ.ดร.สุภีร์ สมอนา ผศ.ดร.อำไพ หมื่นสิทธิ์ อ.ฐากูร สรวงศ์สิริ นส.พันธุ์ทิพ ตาทอง |
ปีที่เผยแพร่ | 2561 |
แหล่งสืบค้น | |
หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย | ด้านการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง |
ประเภท | งานวิจัย |
บทคัดย่อ วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาทำความเข้าใจกับสภาพปัญหาของผู้ต้องขังหญิง ซึ่งมีลูกที่ยังอยู่ในวัยเพิ่งพิงมารดา รวมทั้งทำความเข้าใจเกี่ยวกับลูกของผู้ต้องขังและผู้ดูแลเด็กที่เผชิญปัญหาเนื่องจากการถูกพรากจากมารดา และช่วยให้ลูกและครอบครัวของผู้ต้องขังสามารถต้านทานกับภาวะวิกฤติของครอบครัวจากการที่ผู้หญิงซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัวต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ วิธีการศึกษา เป็นการศึกษาแบบ exploratory research โดยใช้วิธีการศึกษาแบบกรณีเฉพาะ ผู้วิจัยได้เลือกเรือนจำกลางอุดรธานีเป็นพื้นที่ในการศึกษาวิจัยด้วยวิธีการแบบผสานวิธี โดยการสำรวจลักษณะส่วนบุคคลและสภาพปัญหาของผู้ต้องขังหญิงในภาพรวมใช้วิธีการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณด้วยแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างจำนวน 52 คน หลังจากได้ข้อมูลเบื้องต้นจากการสัมภาษณ์แล้ว คณะนักวิจัยได้ทำการเลือกอย่างเจาะจงเพื่อให้ได้กลุ่มเป้าหมายมาทำการสัมภาษณ์เชิงลึกจำนวน 20 คน จากนั้นคณะนักวิจัยได้คัดเลือกครอบครัวผู้ต้องขังหญิงจำนวน 8 ครอบครัวเพื่อศึกษาเชิงลึกและดำเนินการวิจัยเชิงปฏิบัติ และนำข้อมูลมาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสูงสุด และค่าต่ำสุด ผลการศึกษาพบว่า สภาวการณ์ของลูกผู้ต้องขัง : ลูกของผู้ต้องขังหญิงถือเป็นเหยื่อผู้บริสุทธิ์ หรือผู้ได้รับผล กระทบร่วมจากระบบการลงโทษทางอาญาเด็กเหล่านี้ต้องเผชิญกับสภาวะเลวร้ายจากการถูกพรากแม่ไปอย่างกะทันหัน ซึ่งแตกต่างจากการสูญเสียรูปแบบอื่นเพราะมักไม่ได้รับการสนับสนุนจากสังคมผลกระทบด้านจิตใจและสังคม เด็กมีแนวโน้มจะเผชิญกับความทุกข์ทรมานใจ ความหวาดกลัวและอาจถูกตีตราจากคนในชุมชน เช่น การถูกล้อเลียน รังแก หรือแสดงความรังเกียจ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาวะทั้งในปัจจุบันและอนาคต การศึกษา : การขาดแม่ส่งผลให้โครงสร้างครอบครัวอ่อนแอลง (บ้านแตกสลาย) เด็กบางส่วนต้องเผชิญกับสภาพความเป็นวันที่ยากลำบาก ขาดแคลนทุนทรัพย์ และอาจส่งผลให้ต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน การธำรงความสัมพันธ์ : งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูกในขณะที่แม่ยังอยู่ในเรือนจำเป็นสิ่งสำคัญ ไม่เพียงแต่การเยี่ยมเยียนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสนับสนุนให้ผู้ต้องขังหญิงยังคงสามารถทำบทบาทความเป็นแม่ได้แม้จะถูกจำกัดอิสรภาพ ข้อเสนอแนะ งานวิจัยเสนอให้สังคมไทยตระหนักถึงผลกระทบร่วมที่เกิดจากการจำคุกผู้เป็นแม่และควรนำความรู้ที่ได้ไปเป็นพื้นฐานในการกำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติในระบบยุติธรรมทางอาญารวมถึงการวางระบบสวัสดิการสังคมและการขับเคลื่อนให้สถาบันต่าง ๆ เช่น โรงเรียน วัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลเด็กกลุ่มนี้อย่างจริงจัง |