2569-30

ระบบสุขภาพและประสบการณ์การรับบริการของผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดยโสธร

ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย

ระบบสุขภาพและประสบการณ์การรับบริการของผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดยโสธร

หน่วยงาน/ผู้วิจัย

นางสาวสวิณีย์ ทองแก้ว

ปีที่เผยแพร่

2566

แหล่งสืบค้น

หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย

ด้านการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง

ประเภท

วิทยานิพนธ์

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์

เพื่อศึกษาระบบบริการสุขภาพขั้นพื้นฐานสำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดยโสธร และพัฒนาแนวทางการบริการสุขภาพสำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดยโสธร

วิธีการศึกษา

เป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีการเก็บข้อมูล ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกต จากกลุ่มผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานในเรือนจำ และเจ้าหน้าที่เครือข่ายปฎิบัติงานในการบริการสุขภาพสำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดยโสธร ใช้วิธีการสนทนากลุ่ม

ผลการศึกษาพบว่า

ระบบบริการสุขภาพขั้นพื้นฐานสำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำ ประกอบด้วย 6 ด้าน ได้แก่ ด้านการพยาบาล ด้านการส่งเสริมป้องกัน ด้านการส่งเสริมสุขภาพจิต ด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพ ด้านการส่งต่อเพื่อรักษา ด้านการตรวจสอบสิทธิ ปัญหาและอุปสรรคที่พบ ผู้ต้องขังมีปัญหาสุขภาพช่องปากจำนวนมากในการรับบริการเครือข่ายมีบริการ 2 ครั้งต่อปี ผู้ต้องขังมีความคาดหวังในการบริการสุขภาพที่เพียงพอตามบทบาทของตนเอง แนวทางการจัดบริการภายในเรือนจำจังหวัดยโสธร มีแนวทางการปรับรูปแบบบริการ โดยการนำเอาทฤษฎีการจัดการเป็นรูปแบบในการจัดแนวทางของระบบบริการ ซึ่งสรุปได้ว่า การนำเอาหลักแนวคิดขององค์กรอนามัยโลกมาทำการวิเคราะห์ช่วยให้เห็นช่องว่างในการจัดการบริการ ที่มาพัฒนาบริการสุขภาพสำหรับผู้ต้องขังให้มีมาตรฐานตามแนวทางมากขึ้นโดย

(1.) ด้านการบริการ มีการจัดบริการตามมาตรฐาน

(2.) กำลังคนด้านสุขภาพ การพัฒนาศักยภาพผู้ต้องขังให้มีความสามารถในงานด้านสุขภาพภายในเรือนจำช่วยให้ผู้ต้องขังมีที่ปรึกษาสุขภาพภายในเรือนจำ

(3.) ระบบข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศ เป็นระบบที่เข้ามาช่วยในการแก้ไขปัญหาการเชื่อมข้อมูลและเวชระเบียนทะเบียนการรับบริการของผู้ต้องขัง

(4.) เทคโนโลยีทางการแพทย์ พบว่าเรือนจำมีความพร้อมในการจัดวัสดุและอุปกรณ์ช่วยในการรักษา การใช้ระบบ telemedicine ในการบริการสุขภาพสำหรับผู้ต้องขังได้ตลอดเวลา

(5.) ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล พุบว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นภายในเรือนจำมีความชัดเจนเป็นระบบในการสนับสนุนยาเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เป็นตามพระราชบัญญัติ การจัดบริการหน่วยปฐมภูมิ

(6.) ภาวะผู้นำและธรรมาภิบาล มีการขับเคลื่อนระบบบริการด้วยนโยบายจากระดับกระทรวงและมีการติดตามด้วยการตรวจราชการตามตัวชี้วัด

ข้อเสนอแนะ

(1.) ความร่วมมือของเครือข่ายบริการเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนา ควรมีการสร้างสัมพันธภาพที่ดีในการดำเนินงาน

(2.) งานวิจัยนี้ได้พัฒนาแนวทางการจัดบริการสุขภาพขึ้น ในการพัฒนาต่อควรนำแนวทางไปต่อยอดและทำการประเมินแนวทางที่เกิดขึ้นต่อไป

Scroll to Top