การพัฒนามาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดอาญาแทนการควบคุมตัว (Non-custodial measures)
ชื่อเรื่อง /โครงการวิจัย | การพัฒนามาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดอาญาแทนการควบคุมตัว (Non - custodial measures) |
หน่วยงาน/ผู้วิจัย | รศ.ดร.คณพล จันทน์หอม อาจารย์ดร.ปราโมทย์ เสริมศีลธรรม อาจารย์ศิรธัช ศิริชุมแสงและคณะ |
ปีที่เผยแพร่ | 2562 |
แหล่งสืบค้น | |
หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย | ด้านกระบวนการยุติธรรม ทัณฑปฏิบัติและการบริหารโทษ |
ประเภท | งานวิจัย |
บทคัดย่อ | |
วัตถุประสงค์ (1.) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาของมาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดอาญาแทนการควบคุมตัวของไทยในปัจจุบัน ทั้งในขั้นตอนก่อนกระบวนการพิจารณาของศาล (Pre-trial stage) ขั้นตอนพิจารณาคดีในศาล และการลงโทษ (Trial and Sentencing stage) และขั้นตอนหลังจากมีคำพิพากษา (Post - sentencing stage) (2.) ศึกษาเปรียบเทียบแนวทางมาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดอาญาแทนการควบคุมตัว ของต่างประเทศทั้งใน 3 ขั้นตอน ทั้งในมิติด้านกระบวนการบัญญัติกฎหมาย แนวคิด นิติวิธีต่าง ๆ (3.) เสนอแนะแนวทางพัฒนามาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดอาญาแทนการควบคุมตัวอย่างเป็นรูปธรรมทั้งใน 3 ขั้นตอน ทั้งในส่วนการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายหรือมาตรการทางบริหารซึ่งสามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้จริงและเหมาะสมกับประเทศไทย ผลการศึกษาพบว่า ประเทศไทยมีการนำแนวคิด เรื่อง มาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดอาญาแทนการควบคุมตัว มาใช้ในระบบกระบวนการยุติธรรมใน 3 ขั้นตอน ได้แก่ (1) ขั้นตอนก่อนกระบวนการพิจารณาของศาล (Pre-trial stage)(2) ขั้นตอนพิจารณาคตีในศาลและการลงโทษ (Trial andSentencing stage) และ (3) ขั้นตอนหลังจากมีคำพิพากษา (Post-sentencing stage) โดยแต่ละขั้นตอนจะมีรูปแบบมาตรการ กฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานที่รับผิดชอบแตกต่างกันออกไป ซึ่งหากพิจารณาถึงเฉพาะตัวบทกฎหมาย พบว่า มาตรการแทนการควบคุมตัวในประเทศไทยมีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่องและมีอยู่หลากหลายมาตรการทั้งในขั้นก่อนการพิจารณาคดีของศาล ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลหรือขั้นตอนการกำหนดโทษรวมถึงขั้นตอนหลังจากที่ศาลมีคำพิพากษา หากแต่ประเด็นปัญหาอยู่ที่ว่ามาตรการดังกล่าว ที่มีความหลากหลายนั้น ยังขาดการนำมาใช้ให้ได้ประสิทธิภาพ เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับแนวทางมาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดอาญาแทนการควบคุมตัวของต่างประเทศ พิเคราะห์ได้ว่าแม้แต่ละประเทศจะมีมาตรการที่หลากหลายแตกต่างกันไปแต่ก็มีวัตถุประสงค์ไปในทำนองเดียวกัน คือการทำให้การควบคุมตัวผู้กระทำความผิดเป็นไปอย่างเหมาะสม และมีมาตรการอื่น ๆ ใช้แทน หรือส่งเสริมการควบคุมตัว ซึ่งในหลายมาตรการของต่างประเทศนั้น ประสบความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่มาตรการแทนการควบคุมตัวของไทยในปัจจุบันยังมีปัญหาหลายประการที่รอการแก้ไข ข้อเสนอแนะ คณะผู้วิจัยจึงมีข้อเสนอแนะว่าควรมีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ (1.) ประมวลกฎหมายอาญาในเรื่องการรอการลงโทษและรอการกำหนดโทษตามมาตรา 56 ให้มีรายละเอียดที่ชัดเจนขึ้น รวมถึง เห็นควรเพิ่มเติมให้มีการเพิ่มมาตรการทางอาญาระดับกลางในประมวลกฎหมายอาญา ได้แก่ การฝึกแบบค่ายทหาร โดยการกำหนดไว้ในประมวลกฎหมายอาญาให้เป็นอำนาจศาลที่จะสั่งให้บุคคลที่กระทำความผิดเข้าค่ายฝึกแบบทหารได้ รวมถึงให้ศาลสามารถกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่สามารถฝึกแบบทหารได้ และถ้าหากผ่านการฝึกแล้วก็ไม่ต้องรับโทษจำคุกอีก (2.) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ในเรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์ให้พนักงานอัยการสามารถใช้ช่องทางชะลอการฟ้องได้ ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกเพิ่มขึ้น นอกเหนือไปจากการใช้ดุลพินิจระหว่างสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องเท่านั้นรวมการเพิ่มจำนวนฐานความผิดที่สามารถเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยประนีประนอมก่อนขั้นศาล และอาจกำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การปล่อยตัวชั่วคราวเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การยอมให้ติดเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์สำหรับติดตามไว้ที่ตัวบุคคลเพื่อที่จะปล่อยชั่วคราว การกักขังไว้ในบ้านหรือการอาศัยอยู่ในสถานที่ที่กำหนด เป็นต้น (3.) พระราชบัญญัติราชทัณฑ์พ.ศ. 2560 ในเรื่องการพักการลงโทษและการลดวันต้องโทษตามมาตรา 52 โดยให้นักโทษที่จะได้รับประโยชน์จากมาตรการเหล่านี้จำต้องได้รับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งถึงจะมีสิทธิ และในเรื่องการดูแลกึ่งวิถีซึ่งควรขยายขอบเขตบ้านกึ่งวิถีที่มุ่งเน้นแต่ผู้พ้นโทษไปแล้ว มาเป็นผู้ที่ใกล้จะครบกำหนดพ้นโทษด้วย | |