ทัศนะของผู้ต้องขังเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชต่อการศึกษาสายสามัญ
ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย | ทัศนะของผู้ต้องขังเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชต่อการศึกษาสายสามัญ |
หน่วยงาน/ผู้วิจัย | นางสาวมาริสา วิริยะรัมภ์ |
ปีที่เผยแพร่ | 2551 |
แหล่งสืบค้น | |
หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย | ด้านการพัฒนาผู้ต้องขัง |
ประเภท | สารนิพนธ์ |
บทคัดย่อ | |
วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาระดับการจัดการศึกษาต่อสายสามัญของผู้ต้องขังในศูนย์การเรียนเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชศึกษาทัศนะของผู้ต้องขังเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชต่อการศึกษาสายสามัญ และแสวงหาแนวทางการปรับปรุงการศึกษาสายสามัญให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น วิธีการศึกษา เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) ประกอบด้วย การศึกษาค้นคว้าจากเอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง พบว่า การจัดการศึกษาต่อสายสามัญของผู้ต้องขังเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ประกอบด้วย ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย ผู้ต้องขังทุกคนได้รับการจัดการเรียนการสอน ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการจัดการศึกษานอกโรงเรียน ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 เพื่อให้ผู้ต้องขัง ได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่องและมีความรู้พื้นฐานในการดำเนินชีวิตที่มั่นคงสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยการศึกษาครั้งนี้ผู้ศึกษาได้เก็บรวบรวมข้อมูลผู้ต้องขังที่สมัครเข้าเรียนต่อสายสามัญในศูนย์การเรียนเรือนจำกลางนครศรี ธรรมราชจำนวน304 คน และการสัมภาษณ์ผู้ต้องขังระดับประถมศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและระดับมัธยม ศึกษาตอนปลาย จำนวน 3 คน ครูผู้สอนระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 3 คน และครูใหญ่ จำนวน 1 คน ผู้ศึกษานำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยใช้วิธีการวิเคราะห์ทางสถิติ คือ ค่าความถี่ (Frequencies) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ผลการศึกษาพบว่า ผู้ต้องขังเพศชายคิดเป็นร้อยละ77.6 ผู้ต้องขังเพศหญิงคิดเป็นร้อยละ22.4 ผู้ต้องขังส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง21-30ปี คิดเป็นร้อยละ43.8 ถูกพิพากษาจำคุกมากกว่า 10 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 68.1 ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว คิดเป็นร้อยละ22.4 มีรายได้ตั้งแต่ 5,001-10,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 39.8 มีสุขภาพแข็งแรง คิดเป็นร้อยละ 90.5 จบการศึกษาในระดับประถมศึกษาคิดเป็นร้อยละ 35.9 จบการศึกษาครั้งสุดท้ายระหว่างปี 2533-2543คิดเป็นร้อยละ50.0 มีผลการเรียนอยู่ระหว่าง 61-70% คิดเป็นร้อยละ42.8 มีความคาดหวังทางการศึกษาต่อระดับสูงขึ้น คิดเป็นร้อยละ 46.7 มีความคาดหวังในอนาคตประกอบอาชีพสุจริตคิดเป็นร้อยละ 47.0 มีความเห็นด้วยกับการศึกษาสายสามัญที่เป็นอยู่มีความเหมาะสมคิดเป็นร้อยละ 92.8 และการศึกษาสายสามัญที่ควรปรับปรุงคือด้านสื่อและอุปกรณ์ คิดเป็นร้อยละ 34.21 จากทัศนะของผู้ต้องขังเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชต่อการศึกษาสายสามัญใน 11 ด้าน คือ ด้านหลักสูตรและเนื้อหาวิชา ด้านครูผู้สอน ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน ด้านการนำความรู้ไปใช้ ด้านสื่อและอุปกรณ์ ด้านอาคารสถานที่ และด้านพฤติกรรมผู้ต้องขัง ด้านเวลาและบรรยากาศการเรียน ด้านสัมพันธภาพกับผู้เรียน ด้านการประเมินผล และด้านประโยชน์ที่ได้รับจากการศึกษาพบว่าด้านประโยชน์ที่ได้รับมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด คือ 4.22 ผู้ต้องขัง กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีทัศนะว่าการเรียนทำให้มองเห็นคุณค่าของการศึกษา ที่มีต่อบุคคลและสังคม รองลงมาด้านการประเมินผล มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก คือ 3.94 ผู้ต้องขังกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีทัศนะว่าครูผู้สอนมีความยุติธรรมในการให้คะแนน และด้านสื่อและอุปกรณ์ มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด อยู่ในระดับน้อย คือ 2.59 ผู้ต้องขังกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีทัศนะว่าสื่อการเรียนการสอนที่ขาดความทันสมัยทำให้ผู้เรียนเข้าใจได้ยากประกอบกับอุปกรณ์การเรียนการสอนไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้เรียน ข้อเสนอแนะ จากการศึกษากรมราชทัณฑ์จัดให้มีการฝึกอบรมครูอาจารย์ผู้สอนสายสามัญระดับประถมศึกษาระดับมัธยมศึกษา ในด้านการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาครูอาจารย์ในด้านการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น จัดศึกษานิเทศน์เข้าเยี่ยมชมเรือนจำ แนะนำการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นระยะๆ เพื่อให้ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดได้ทราบปัญหาและปรับปรุงการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพและประสานงานกับหน่วยงานภายนอกที่เป็นพันธ มิตรหรือเครือข่ายที่สามารถให้ความช่วยเหลือกับหน่วยงานในเบื้องต้น เช่น ศาลาว่าการจังหวัดนครศรีธรรมราชองค์กรบริหารส่วนตำบล องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดนครศรีธรรมราช กรมการปกครอง หน่วยงานยุติธรรมจังหวัด เพื่อขอรับบริจาดอุปกรณ์การเรียนการสอน ตำราหนังสือเรียนต่อไป | |