thai flag
ไทย
EN

พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ศึกษากรณีการจำคุกในเรือนจำเอกชน

ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย

พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560: ศึกษากรณีการจำคุกในเรือนจำเอกชน

หน่วยงาน/ผู้วิจัย

สุภัสสรา ลิ้ม

ปีที่เผยแพร่

2566

แหล่งสืบค้น

หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย

ด้านการควบคุมผู้ต้องขัง

ประเภท

วิทยานิพนธ์

บทคัดย่อ

ปัจจุบันปัญหาอาชญากรรมมีแนวโน้มของความรุนแรง และซับซ้อนมากขึ้น ตามความเจริญของเทคโนโลยี และความทันสมัยของการสื่อสารแขนงต่างๆ อาชญากรรมจึงมีการพัฒนา ควบคู่ไปกับความเจริญของสังคม และเทคโนโลยี ดังนั้น สังคมยิ่งมีความเจริญมากเท่าใด อาชญากรรมก็จะเจริญเติบโตมากขึ้น เป็นเงาตามตัว อันเป็นพฤติกรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การป้องกันและปรามปรามอาชญากรรม ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ซึ่งกรมราชทัณฑ์เป็นหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่มีภารกิจหลักในการทำหน้าที่บำบัดแก้ไข ขัดเกลา ปรับเปลี่ยน ทัศนคติ และพฤติกรรมของผู้กระทำความผิด รวมทั้ง เตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เพื่อให้ผู้กระทำความผิดกลับคืนสู่สังคม และใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข รวมไปถึงการลงโทษ เพื่อไม่ให้ผู้กระทำความผิดหวนกลับไปกระทำความผิดซ้ำอีกครั้ง โดยเรือนจำถือเป็นหน่วยงานสุดท้าย ในกระบวนการยุติธรรม จึงมีภารกิจหลัก ตามกฎหมาย ในการควบคุมดูแลผู้ต้องโทษตามคำพิพากษา แต่เนื่องจากในปัจจุบัน สภาพเศรษฐกิจและสังคม ที่มีการแข่งขันสูง หรือสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้มีการกระทำความผิด และเข้าสู่ระบบเรือนจำเพิ่มสูงขึ้น แต่ทางกลับกันเรือนจำมีจำนวนและขนาดเท่าเดิม อีกทั้ง นโยบายในการปรับโครงสร้างของรัฐและงบประมาณที่จำกัด ทำให้จำนวนเจ้าหน้าที่และงบประมาณในการจัดจ้างเจ้าหน้าที่ถูกจำกัดไปด้วย ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ที่ตามมา เช่น ปัญหาผู้ต้องหาล้นเรือนจำแม้ว่าในปัจจุบันปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำในประเทศไทยจะมีแนวโน้มดีขึ้นแต่จากข้อมูลสถิติของกรมราชทัณฑ์ในช่วงระยะเวลา1-2ปี ที่ผ่านมา ระบุว่าเรือนจำสามารถรับผู้ต้องขังได้แค่ประมาณ 200,000 คน ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ต้องขังมากกว่า 300,000 คน เกินกว่าจำนวนที่เรือนจำรองรับได้ ทั้งนี้ นอกจากจะเพิ่มภาระหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะกระทรวงยุติธรรมในการนำงบประมาณมากกว่าครึ่งที่ได้รับมาในแต่ละปีไปดูแลผู้ต้องขังแล้วการที่เรือนจำมีสภาพแวดล้อมแออัดยังส่งผลกระทบต่อสภาวะทางร่างกายและจิตใจของผู้ที่อยู่ในเรือนจำ ทำให้ขาดแคลนพื้นที่และงบประมาณเพื่อจัดหาโครงการฝึกอบรมเพื่อฟื้นฟูเยียวยา ทั้งยัง ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ เมื่อผู้ต้องขังที่พ้นโทษมาแล้วถูกตีตราจากสังคมจนไม่สามารถหาเลี้ยงชีพได้หลังได้รับการปล่อยตัวจนสุดท้ายต้องกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก และปัญหาต่างๆ ที่ตามมาจากการที่เรือนจำมีผู้ต้องขังล้นเรือนจำ ได้แก่ การอยู่อย่างแออัดยัดเยียด การจัดสวัสดิการให้แก่ผู้ต้องขัง การแก้ไขฟื้นฟูผู้ต้องขังที่ไม่มีประสิทธิภาพพอ การขาดงบประมาณและกำลังคนเจ้าหน้าที่ ทำให้เสี่ยงต่อการหลบหนี และการจับเจ้าหน้าที่เป็นเป็นตัวประกัน การใช้ความรุนแรง การจัดสภาพแวดล้อมและสุขาภิบาลในเรือนจำ การแพร่กระจายของโรคติดต่อ เป็นต้น รวมถึง ปัญหาในด้านการบริหารของกรมราชทัณฑ์ เช่น การขาดการตรวจสอบประเมินผลที่เป็นรูปธรรม และขาดคู่แข่งที่จะมาเปรียบเทียบในเชิงการบริหารและบริการ ทำให้การพัฒนาองค์กรเป็นไปได้ช้า ด้วยเหตุผลหลายประการที่ได้กล่าวมานั้น รัฐได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหามาแล้วหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น การกำหนดเป็นโทษปรับสำหรับผู้กระทำผิดครั้งแรก การอนุญาตให้ผู้ที่รอการไต่สวนในความผิดบางประเภทได้รับการประกันตัว หรืออาจใช้วิธีควบคุมตัวในบ้าน โดยมีการติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) เพื่อป้องกันการหลบหนี รวมถึงการส่งกลับผู้ต้องขังที่เป็นชาวต่างชาติแต่มาตรการต่างๆไม่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากนักเมื่อรัฐไม่สามารถที่จะแก้ไข ควบคุม หรือให้ความช่วยเหลือผู้ต้องขังได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร จึงทำให้เกิดแนวคิดที่จะให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารงานเรือนจำแทนรัฐหรือร่วมกับรัฐโดยเชื่อกันว่าการให้เอกชนมาช่วยบริหารเรือนจำนั้น สามารถช่วยลดภาระด้านงบประมาณของรัฐสามารถบริหารงานได้คล่องตัวกว่า เนื่องจากไม่มีกฎระเบียบที่ซับซ้อน สามารถใช้แรงงานผู้ต้องขังให้เป็นประโยชน์กับทางเรือนจำโดยมีการเปรียบเทียบกันระหว่างเรือนจำรัฐและเรือนจำเอกชนในด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินงานอันจะนำไปสู่การแข่งขันเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานของทั้งสองฝ่ายได้แต่อย่างไรก็ตามหากมีการจัดตั้งเรือนจำเอกชนหรือให้เอกชนเข้ามาดำเนินกิจการเรือนจำในประเทศไทย พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรือนจำ การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังและการดำเนินการของเจ้าหน้าที่โดยตรง ยังคงขาดความชัดเจนในเรื่องหลักเกณฑ์การอนุญาตเอกชนบริหารจัดหารเรือนจำ รวมทั้งประเภทผู้ต้องขังที่จะถูกคุมขังในเรือนจำเอกชน การทำสัญญาระหว่างรัฐกับเอกชนในการบริหารเรือนจำเอกชน การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังในเรือนจำเอกชน ส่งผลให้การนำระบบเรือนจำเอกชนยังไม่สามารถที่จะกระทำได้ ทั้งที่ต่างประเทศที่ได้มีการจัดตั้งเรือนจำเอกชนมาเป็นระยะเวลานานแล้ว ขณะที่ประเทศไทยประสบปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำ ขาดแคลนอัตรากำลังเจ้าหน้าที่คุมขัง ขาดรูปแบบวิธีปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง โดยเรือนจำเอกชนจะเป็นทางเลือกหนึ่งเพื่อช่วยลดความแออัดในเรือนจำ และการแข่งขันของภาคเอกชนจะช่วยยกระดับการดูแลผู้ต้องขังให้มีมาตรฐานสากล