โครงการติดตามและประเมินผลผู้เข้าอบรมโครงการกำลังใจในการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในเรือนจำ
ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย | โครงการติดตามและประเมินผลผู้เข้าอบรมโครงการกำลังใจในการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในเรือนจำ |
หน่วยงาน/ผู้วิจัย | รองศาสตราจารย์ ดร. ศักดิ์ชัย เลิศพานิชพันธุ์ และคณะ |
ปีที่เผยแพร่ | 2565 |
แหล่งสืบค้น | |
หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย | ด้านการพัฒนาผู้ต้องขัง |
ประเภท | งานวิจัย |
บทคัดย่อ | |
วัตถุประสงค์ (1.) เพื่อติดตามและประเมินผลโครงการกำลังใจในการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในเรือนจำ (2.) เพื่อศึกษาการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังที่ผ่านโครงการ (3.) เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะในการปรับปรุงหลักสูตรและการดำเนินโครงการในอนาคต วิธีการศึกษาวิจัย เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ขอบเขตการดำเนินงานเป็นการศึกษาจากผู้ต้องขังที่เคยหรือกำลังอบรมในหลักสูตรการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในเรือนจำ ในเรือนจำ 5 แห่ง คือ เรือนจำชั่วคราวเขาพลอง เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ เรือนจำชั่วคราวแคน้อย เรือนจำชั่วคราวดอยฮางและทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก ผลการศึกษาวิจัย ผลจากแบบสอบถาม กลุ่มผู้ต้องขัง : ด้านบริบท ปัจจัยนำเข้า และกระบวนการ อยู่ในระดับเห็นด้วยมาก ด้านผลลัพธ์ อยู่ในระดับเห็นด้วยมากที่สุด ผู้ต้องขังมีความรู้เพิ่มขึ้นมีทัศนคติดีขึ้นสามารถพึ่งพาตนเองและนำความรู้ไปใช้ในชีวิตได้ กลุ่มเจ้าหน้าที่ : ทุกด้าน (Context, Input, Process, Product): อยู่ในระดับเห็นด้วยมากเห็นว่าโครงการช่วยพัฒนาพฤติกรรมผู้ต้องขัง และส่งเสริมการฟื้นฟูระยะยาว ผลจากการสนทนากลุ่ม โครงการช่วยให้ผู้ต้องขังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและทัศนคติในทางที่ดี สามารถนำความรู้ด้านอาชีพไปใช้ได้จริงแต่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมหลังพ้นโทษ ควรเพิ่มทักษะอาชีพที่ทันสมัย และตรงกับตลาดแรงงาน ปัญหาที่พบ เช่น ข้อจำกัดจากสถานการณ์โควิด-19 และอุปกรณ์บางส่วนไม่เพียงพอ ผลด้านการกระทำผิดซ้ำ อัตราการกระทำผิดซ้ำเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6.85% ต่อปี ซึ่งถือว่าต่ำ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ แสดงถึงประสิทธิผลของโครงการ ผลการวิเคราะห์การประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีการนำหลัก 3 ประการมาใช้ ได้แก่ ความพอประมาณ เช่น การใช้จ่ายอย่างประหยัด ความมีเหตุผล เช่น การคิดวิเคราะห์ก่อนตัดสินใจ การมีภูมิคุ้มกันในตัว เช่น การควบคุมตนเอง ไม่กลับไปกระทำผิด ส่งผลให้ผู้ต้องขังสามารถพัฒนาตนเองและเตรียมพร้อมกลับสู่สังคม ข้อเสนอแนะ ด้านผู้ต้องขัง : คัดเลือกผู้เข้าร่วมที่มีความตั้งใจจริง จัดกิจกรรมให้ตรงกับความสามารถและความสนใจ สร้างแรงจูงใจในการเข้าร่วมโครงการ ด้านบุคลากร : จัดเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเชิญวิทยากรภายนอกที่มีทักษะใหม่ ๆ พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ด้านหลักสูตร/กิจกรรม : ควรเพิ่มความหลากหลายของหลักสูตร ปรับเนื้อหาให้ทันสมัย และสอดคล้องกับตลาดแรงงาน มีการประเมินผลและติดตามอย่างต่อเนื่อง ด้านโครงสร้างสนับสนุน : จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือด้านอาชีพหลังพ้นโทษ สนับสนุนการมีงานทำและแหล่งทุน พัฒนาพื้นที่ฝึกอาชีพให้เหมาะสม | |