thai flag
ไทย
EN

ปัจจัยทางจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับการถูกต้องโทษจำคุกและการถูกลงโทษทางวินัยของผู้ต้องขัง

ปัจจัยทางจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับการถูกต้องโทษจำคุกและการถูกลงโทษทางวินัยของผู้ต้องขัง

ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย

ปัจจัยทางจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับการถูกต้องโทษจำคุกและการถูกลงโทษทางวินัยของผู้ต้องขัง

หน่วยงาน/ผู้วิจัย

กองบริการทางการแพทย์ กรมราชทัณฑ์

ปีที่เผยแพร่

2552

แหล่งสืบค้น

หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย

ด้านการควบคุมผู้ต้องขัง

ประเภท

งานวิจัย

บทคัดย่อ

จากการศึกษาวิจัยเรื่อง "ปัจจัยทางจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับการถูกต้องโทษจำคุกและการถูกลงโทษทางวินัยของผู้ต้องขัง"คณะผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างผู้ต้องขังที่ได้รับการจำแนกลักษณะให้เป็นกลุ่มที่แก้ไขได้และยากต่อการแก้ไขตามแบบจำแนกลักษณะผู้ต้องขัง(จน.1) ของสำนักสังคมสงเคราะห์ กรมราชทัณฑ์ จำนวน 518 คน จากเรือนจำ/ทัณฑสถานที่มีนักจิตวิทยา/นักจิตวิทยาคลินิกประจำอยู่ในเขตอิสระจำนวน 4 แห่ง และเรือนจำ/ทัณฑสถานที่มีนักจิตวิทยา/นักจิตวิทยาคลินิกประจำอยู่ในแต่ละภาค คือ ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันตก และภาคตะวันออกจำนวน 15 แห่ง รวมทั้งสิ้น 19 แห่ง ได้แก่ เรือนจำกลางบางขวาง เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ทัณฑาสถานหญิงกลาง ทัณฑสถานบำาบัดพิเศษกลางทัณฑสถานบำบัดพิเศษพระนครศรีอยุธยา ทัณฑสถานบำบัดพิเศษจังหวัดปทุมธานีเรือนจำกลางเชียงราย ทันฑสถานหญิงเชียงใหม่ เรือนจำจังหวัดน่านเรือนจำกลางขอนแก่น เรือนจำกลางนครราชสีมา ทัณฑสถานหญิงนครราชสีมา เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ เรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี เรือนจำกลางเพชรบุรี เรือนจำกลางฉะเชิงเทรา เรือนจำจังหวัดปราจีนบุรีเรือนจำกลางชลบุรี และทัณฑสถานหญิงชลบุรี โดยใช้เครื่องมือในการศึกษาวิจัย คือ แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบประเมินลักษณะบุคลิกภาพต่อด้านสังคมที่คณะผู้วิจัยสร้างขึ้นและแบบประเมินทางด้านจิตวิทยาซึ่งประกอบด้วย

1.) แบบประเมินตนเองตามแนวคิด T.A. (Transactional Analysis)

2.) แบบประเมินความฉลาดทางอารมณ์ (ฉบับของกรมสุขภาพจิต)

3.) แบบประเมินการเห็นคุณค่าในตนเองของโรเซ็นเบิร์ก (Rosenberg Self-Esteem Scale)ผลการศึกษาข้อมูลทั่วไปพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุระหว่าง 26-35 ปี มีสถานภาพโสด จบการศึกษาสูงสุดระดับประถมศึกษา ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป รายได้ก่อนต้องโทษต่อเดือนต่ำกว่า 5,000 บาท นับถือศาสนาพุทธ ส่วนใหญ่กระทำผิดซ้ำต้องโทมจำคุกครั้งที่ 2-5 ในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ระยะเวลาเข้ามาอยู่ในเรือนจำ/ทัณฑสถานต่ำกว่า 1 ปี เป็นนักโทษเด็ดขาด มีระยะเวลากำหนดโทษต่ำกว่า 3 ปี ส่วนใหญ่ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย ส่วนกลุ่มที่เคยถูกลงโทษทางวินัยพบว่า สาเหตุส่วนใหญ่ที่ถูกลงโทษทางวินัย คือ ก่อการทะเลาะวิวาทกับเพื่อนผู้ต้องขังอื่นผลการศึกษาปัจจัยทางด้านจิตวิทยาที่ส่งผลต่อการถูกต้องโทษจำคุกและการถูกลงโทษทางวินัยของผู้ต้องขัง มีดังนี้

1. ลักษณะบุคลิกภาพต่อด้านสังคม พบว่า

1.1กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีระดับลักษณะบุคลิกภาพต่อต้านสังคมอยู่ในระดับปานกลาง

1.2จากค่าเฉลี่ย(X)และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D.)ของลักษณะบุคลิกภาพต่อด้านสังคมของกลุ่มตัวอย่างจำแนกตามจำนวนครั้งที่ต้องโทษจำคุกและจำแนกตามการถูกต้องโทษทางวินัย พบว่ากลุ่มตัวอย่างทุกกลุ่มมีลักษณะบุคลิกภาพต่อด้านสังคมอยู่ในระดับปานกลาง

1.3กลุ่มตัวอย่างที่มีจำนวนครั้งที่ต้องโทษจำดุกแตกต่างกันมีลักษณะบุคลิกภาพต่อต้านสังคมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยกลุ่มตัวอย่างที่ต้องโทษจำคุกซ้ำซากมีลักษณะบุคลิกภาพต่อต้านสังคมสูงกว่ากลุ่มตัวอย่างที่ต้องโทษจำคุกครั้งแรกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

1.4กลุ่มตัวอย่างที่ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยและกลุ่มตัวอย่างที่เคยถูกลงโทษทางวินัยมีลักษณะบุคลิกภาพต่อด้านสังคมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยกลุ่มตัวอย่างที่เคยถูกลงโทษทางวินัยมีลักษณะบุคลิกภาพต่อด้านสังคมสูงกว่ากลุ่มตัวอย่างที่ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย

2. ลักษณะบุคลิกภาพ พบว่า

2.1กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีบุคลิกภาพแบบผู้ใหญ่ (Adult) บุคลิกภาพแบบเด็กอิสระเสรี (FreeChild) และบุคลิกภาพแบบพ่อแม่ผู้คอยใส่ใจ (Nurturing Parent) ใกล้เคียงกัน

2.2กลุ่มตัวอย่างที่ต้องโทษครั้งแรกส่วนใหญ่มีบุคลิกภาพแบบผู้ใหญ่ (Adult) ส่วนกลุ่มตัวอย่างต้องโทษจำคุกซ้ำซากส่วนใหญ่มีบุคลิกภาพแบบเด็กอิสระเสรี (Free Child)

2.3 กลุ่มตัวอย่างที่ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยส่วนใหญ่มีบุคลิกภาพแบบผู้ใหญ่ (Adult) ส่วนกลุ่มตัวอย่างที่เคยถูกลงโทษทางวินัยส่วนใหญ่มีบุคลิกภาพแบบเด็กอิสระเสรี (Free Child)

3. ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) พบว่า

3.1กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีระดับความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) อยู่ในเกณฑ์ปกติ

3.2จากค่าเฉลี่ย (X) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D.) ของความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ของกลุ่มตัวอย่าง จำแนกตามจำนวนครั้งที่ต้องโทษจำคุกและการถูกลงโทษทางวินัย พบว่า กลุ่มตัวอย่างทุกกลุ่มมีระดับความฉลาดทางอารมณ์(EQ) อยู่ในเกณฑ์ปกติ

3.3กลุ่มตัวอย่างที่มีจำนวนครั้งที่ต้องโทษจำคุกแตกต่างกันมีความฉลาดทางอารมณ์ (EQ)แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่ต้องโทษครั้งแรกมีความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) สูงกว่ากลุ่มตัวอย่างที่ต้องโทษจำคุกซ้ำซาก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3.4กลุ่มตัวอย่างที่ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยและกลุ่มตัวอย่างที่เคยถูกลงโทษทางวินัยมีความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 โดยกลุ่มตัวอย่างที่เคยถูกลงโทษทางวินัยมีความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ต่ำกว่ากลุ่มตัวอย่างที่ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย

4. การเห็นคุณค่าในตนเอง (Self-Esteem) พบว่า

4.1กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีระดับการเห็นคุณค่าในตนเอง (Self-Esteem) อยู่ในระดับสูง

4.2จากค่าเฉลี่ย (X) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน(S.D.) ของการเห็นคุณค่าในตนเอง (Self-Esteem) ของกลุ่มตัวอย่าง จำแนกตามจำนวนครั้งที่ต้องโทษจำคุกและการถูกลงโทษทางวินัย พบว่า กลุ่มตัวอย่างทุกกลุ่มมีระดับการเห็นคุณค่าในตนเอง (Self-Esteem) สูง

4.3กลุ่มตัวอย่างที่มีจำนวนครั้งที่ต้องโทษจำคุกแตกต่างกันมีการเห็นคุณค่าในตนเอง (Self-Esteem) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดย พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่ต้องโทษครั้งแรกมีการเห็นคุณค่าในตนเอง (Self-Esteem)สูงกว่ากลุ่มตัวอย่างที่ต้องโทษจำคุกครั้งที่ 2-5 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4.4กลุ่มตัวอย่างที่ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยและกลุ่มตัวอย่างที่เคยถูกลงโทษทางวินัยมีการเห็นคุณค่าในตนเอง (Self-Esteem) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยกลุ่มตัวอย่างที่เคยถูกลงโทษทางวินัยมีการเห็นคุณค่าในตนเอง (Self-Esteem) ต่ำกว่ากลุ่มตัวอย่างที่ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย

ซึ่งสามารถสรุปได้ว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ที่ต้องโทษจำคุกซ้ำซาก จะมีลักษณะบุคลิกภาพต่อด้านสังคมสูงกว่ากลุ่มตัวอย่างที่กระทำผิดครั้งแรก มีบุคลิกภาพแบบเด็กอิสระเสรี(Free Child) มีความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) และมีการเห็นคุณค่าในตนเอง (Self-Esteem) ต่ำกว่ากลุ่มตัวอย่างที่กระทำผิดครั้งแรกกลุ่ม

ตัวอย่างส่วนใหญ่ที่เคยถูกลงโทษทางวินัยจะมีลักษณะบุคลิกภาพต่อด้านสังคมสูงกว่ากลุ่มตัวอย่างที่ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย มีบุคลิกภาพแบบเด็กอิสระเสรี (Free Child) มีความฉลาดทางอารมณ์(EQ) และมีการเห็นคุณค่าในตนเอง (Self-Esteem) ต่ำกว่ากลุ่มตัวอย่างที่ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย

ดังนั้น ผู้ต้องขังที่ถูกต้องโทษจำคุกซ้ำซาก และผู้ต้องขังที่เคยถูกลงโทษทางวินัยควรได้รับการส่งเสริม ป้องกันบำบัด แก้ไขในเรื่องของลักษณะบุคลิกภาพต่อต้านสังคมลักษณะบุคลิกภาพแบบเด็กอิสระเสรี (Free Child) ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) และการเห็นคุณค่าในตนเอง (Self-Esteem)

นอกจากนี้ จากการสร้างแบบประเมินลักษณะบุคลิกภาพต่อด้านสังคม ที่พบว่ามีคุณภาพทั้งด้านความเที่ยงตรงตามเนื้อหา(Content Validity Ratio:C.V.R.)ค่าอำนาจจำแนก(Discriminant Power) และค่าความเชื่อมั่น (Reliability) เท่ากับ 0.7485 กรมราชทัณฑ์นำจะพิจารณาในการนำแบบประเมินดังกล่าวไปใช้เป็นข้อมูลประกอบในการจำแนกลักษณะผู้ต้องขังแรกรับ เพื่อจะได้ทราบแนวโน้มในการกระทำผิดวินัยของผู้ต้องขัง และเกิดประโยชน์ต่อการควบคุมผู้ต้องขัง รวมถึงการพิจารณาการลดวันต้องโทษการพักการลงโทษ และการอภัยโทษแก่ผู้ต้องขัง เพื่อจะได้ทราบแนวโน้มในการกลับมากระทำผิดซ้ำอีกทางหนึ่งด้วย