ทัศนะของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ต่อโปรแกรมชุมชนบำบัด : ศึกษาเฉพาะทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง
ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย | ทัศนะของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ต่อโปรแกรมชุมชนบำบัด : ศึกษาเฉพาะทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง |
หน่วยงาน/ผู้วิจัย | นางสาวพิมพ์นิภา ทรงประสิทธิ์ |
ปีที่เผยแพร่ | 2552 |
แหล่งสืบค้น | |
หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย | ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการของบุคลากรกรมราชทัณฑ์ |
ประเภท | สารนิพนธ์ |
บทคัดย่อ | |
วัตถุประสงค์ของการศึกษา การศึกษาเรื่อง ทัศนะของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ต่อโปรแกรมชุมชนบำบัด : ศึกษาเฉพาะทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาโปรแกรมชุมชนบำบัดรูปแบบของกรมราชทัณฑ์ เพื่อศึกษาทัศนะของเจ้าหน้าที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ต่อการแก้ไขฟื้นฟูผู้ต้องขังคดียาเสพติดโดยใช้โปรแกรมชุมชนบำบัด และเพื่อศึกษาแนวทางในการพัฒนาและสนับสนุนการดำเนินงานชุมชนบำบัดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กลุ่มประชากร คือเจ้าหน้าที่ในทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางทั้งหมด จำนวน 210 คน วิธีการศึกษาโดยใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูลสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ประกอบด้วยคำร้อยละ (Percentage) ค่ามัชฌิมเลขคณิต (Mean) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ผลการศึกษา พบว่า จากการศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลด้านเพศของกลุ่มประชากร ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 89.5 เป็นเพศชาย ด้านอายุของกลุ่มประชากร ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 40.0 มีอายุระหว่าง 40-49 ปีอายุโดยเฉลี่ย 39.10 ปี ด้านระดับการศึกษาของกลุ่มประชากร ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 71.9 มีการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ด้านสถานภาพสมรสของกลุ่มประชากรส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.0 สมรสแล้ว ด้านรายได้ต่อเดือนของกลุ่มประชากร ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 31.9 มีรายได้ระหว่าง 15,000-20,000 บาท ด้านอายุราชการของกลุ่มประชากร ส่วนใหญ่หรือร้อยละ38.0 มีอายุราชการต่ำกว่า 5 ปี ด้านหน้าที่ที่ปฏิบัติของกลุ่มประชากร พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 37.6 ปฏิบัติหน้าที่ในส่วนปกครองผู้ต้องชัง ด้านประสบการณ์ในการปฏิบัติงานชุมชนบำบัดพบว่า กลุ่มประชากรส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.2 ไม่เคยปฏิบัติงานด้านชุมชนบำบัด และด้านความรู้ความเข้าใจต่อโปรแกรมชุมชนบำบัดในภาพรวมเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์มีความรู้ความเข้าใจ ด้านโปรแกรมชุมชนบำบัดในระดับมาก ด้านทัศนะของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ต่อโปรแกรมชุมชนบำบัด พบว่ากลุ่มประชากรส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า บรรยากาศในทัณฑสถานฯไม่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินงานชุมชนบำบัด และโปรแกรมชุมชนบำบัดในทัณฑสถานฯ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง มีจำนวนมากที่สุด ในภาพรวมกลุ่มประชากรมีทัศนะต่อโปรแกรมชุมชนบำบัดในระดับปานกลาง จากการศึกษาความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของเจ้าหน้าที่ต่อการดำเนินงานด้านชุมชนบำบัด พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 29.04 ให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะว่า สถานที่ในการออกกำลังกายและอุปกรณ์ในการเล่นกีฬามีไม่เพียงพอ ควรจัดให้มีอุปกรณ์การเล่นกีฬาที่ไม่ต้องใช้สถานที่มากนัก เช่น เปตอง แบคมินตัน และอุปกรณ์เพาะกาย ฯลฯ ข้อเสนอแนะ จากการศึกษา ผู้ศึกษาข้อเสนอแนะว่า แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะมีความรู้เกี่ยวกับชุมชนบำบัดในระดับมาก แต่จากผลการศึกษาก็ยังแสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ยังมีความรู้ความเข้าใจด้านชุมชนบำบัดไม่ครบทุกด้าน กล่าวคือ เจ้าหน้าที่ทุกคนไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับชุมชนบำบัดอย่างแท้จริง ทั้ง ๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่ใน ทัณฑสถานฯ ที่มีการดำเนินการด้านชุมชนบำบัด ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า การโยกย้ายเจ้าหน้าที่จากเรือนจำต่าง ๆ มาปฏิบัติหน้าที่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง มีอย่างต่อเนื่อง และไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้านชุมชนบำบัด จึงทำให้ขาดความรู้ ความเข้าใจ ด้านชุมชนบำบัด ดังนั้น ผู้อำนวยการทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ควรจัดให้มีการอบรมความรู้ด้านชุมชนบำบัดแก่เจ้าหน้าที่ที่ย้ายมาใหม่ทุกครั้ง อย่างสม่ำเสมอ ด้านทัศนะของเจ้าหน้าที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางต่อโปรแกรมชุมชนบำบัด พบว่า กลุ่มประชากรส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าบรรยากาศในทัณฑสถานฯ ไม่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินงานชุมชนบำบัด และโปรแกรมชุมชนบำบัดในทัณฑสถานฯ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง มีจำนวนมากที่สุด ในภาพรวมกลุ่มประชากรมีทัศนะต่อโปรแกรมชุมชนบำบัดในระดับปานกลาง ทั้งนี้ เป็นเพราะว่าการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังในทัณฑสถานฯ มีความแตกต่างกัน ในขณะที่เจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งต้องควบคุมดูแลผู้ต้องขังคดีจำหน่ายยาเสพติด ซึ่งต้องควบคุม ดูแล อย่างเข้มงวด ต้องมีความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ใช้ไหวพริบในการควบคุมผู้ต้องขัง ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งมีการควบคุม ดูแล ผู้ต้องขังในลักษณะผ่อนปรน ไม่เข้มงวด มีกิจกรรมมากมาย จึงทำให้เกิดการเปรียบเทียบถึงความยากลำบากในการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น จึงควรการแยกชุมชนบำบัดออกจากการควบคุมผู้ต้องขังจำหน่ายยาเสพติดอย่างเด็ดขาด เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีทัศนะที่ดีต่อการดำเนินงานด้านชุมชนบำบัดต่อไป ด้านสถานที่สำหรับดำเนินงานกิจกรรมชุมชนบำบัด มีความคับแคบ แออัด ไม่เพียงพอต่อจำนวนสมาชิกชุมชนบำบัดที่เพิ่มมากขึ้น ไม่สะดวกต่อการทำกลุ่มต่าง ๆ รวมทั้งสถานที่สำหรับการออกกำลังกายและเล่นกีฬา นอกจากนี้สถานที่ที่มีอยู่ไม่เป็นเอกเทศ กล่าวคือ มีกองงานต่างๆ มากมายที่ส่งเสียงดังอยู่ตลอดเวลา บางกองงานมีฝุ่นกระจายอยู่ทั่วโรงงาน ตลอดจนมีเสียงดัง กลิ่นสี และกลิ่นน้ำมันทำให้บรรยากาศไม่เหมาะแก่การทำกิจกรรม ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาสูงสุด ควรมีการพิจารณาว่ากองงานใดไม่เหมาะที่จะอยู่แดนเดียวกับชุมชนบำบัดก็ควรที่จะย้ายออกไปดำเนินงานที่แดนอื่น ๆต่อไป | |