thai flag
ไทย
EN

โครงการการศึกษาเพื่อจัดตั้งเรือนจำเอกชน

ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย

โครงการการศึกษาเพื่อจัดตั้งเรือนจำเอกชน

หน่วยงาน/ผู้วิจัย

ผศ.ดร.สุวัฒนา ธาดานิติ และคณะ

ปีที่เผยแพร่

2548

แหล่งสืบค้น

หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย

ด้านกระบวนการยุติธรรม ทัณฑปฏิบัติ และการบริหารโทษ

ประเภท

งานวิจัย

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ของงานวิจัย

(1.) เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการให้สอดรับกับนโยบายแปรรูปกิจการของรัฐไปสู่เอกชน

(2.) เพื่อสร้างระบบแข่งขันเปรียบเทียบการดําเนินกิจกรรมเรือนจําของรัฐกับเอกชน

(3.) เพื่อได้รูปแบบเรือนจําเอกชนที่เหมาะสม

วิธีการวิจัย

การศึกษาครั้งนี้ใช้วิธีการแบบผสมผสานโดยมีขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ การทบทวนเอกสารแนวคิด ทฤษฎีและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การศึกษารูปแบบเรือนจำเอกชนในต่างประเทศ เช่นสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย การเก็บข้อมูลภาคสนาม ทั้งในประเทศและการศึกษาดูงานต่างประเทศ การจัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Groups) และการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การสำรวจความคิดเห็นด้วยแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลด้านกฎหมาย ทัณฑวิทยา การบริหารจัดการ เศรษฐศาสตร์ และกายภาพ โดยดำเนินการศึกษาในช่วงระยะเวลา 7 เดือน

ผลการศึกษาวิจัย

สภาพปัญหาและความจำเป็น

ระบบเรือนจำของรัฐประสบปัญหา เช่น ผู้ต้องขังล้นเรือนจำ ขาดงบประมาณ บุคลากรไม่เพียงพอ และรูปแบบการบริหารล้าสมัยภาครัฐมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำให้ต้องมองหาทางเลือกใหม่ในการบริหาร

ความเป็นไปได้ของเรือนจำเอกชน

การให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างแรงจูงใจในการพัฒนารูปแบบการดำเนินงานสามารถมีได้หลายลักษณะ เช่น เอกชนลงทุนและบริหารทั้งหมด หรือร่วมลงทุนกับรัฐ

รูปแบบที่เหมาะสม

เรือนจำเอกชนควรเริ่มในสัดส่วนจำกัดก่อนเหมาะสำหรับผู้ต้องขังที่มีความเสี่ยงต่ำหรือใกล้พ้นโทษ ต้องมีระบบควบคุม ตรวจสอบ และมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนที่ชัดเจน

ปัจจัยสำคัญในการดำเนินงาน

ต้องมีการปรับปรุงกฎหมายรองรับ กำหนดเงื่อนไขสัญญาระหว่างรัฐกับเอกชนอย่างรัดกุมและมีระบบประเมินผลและตัวชี้

ข้อเสนอแนะ

ควรเริ่มนำร่องเรือนจำเอกชนในลักษณะโครงการทดลองก่อน ควรต้องปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้รองรับการดำเนินงานของเอกชน กำหนดมาตรฐานการดูแลผู้ต้องขังให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล จัดให้มีระบบกำกับดูแล ตรวจสอบ และประเมินผลอย่างเข้มงวดส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพควรคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม ชุมชน และภาพลักษณ์ของระบบราชทัณฑ์วัดประสิทธิภาพและควรใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการควบคุมและบริหารวลา 7 เดือนเทศไทย