วัตถุประสงค์
เพื่อศึกษาผลของการให้การปรึกษากลุ่มทฤษฎีเกสตัลท์ร่วมกับตนตรีบำบัดต่อความวิตกกังวลของผู้ต้องขังชาย
วิธีการศึกษา
ใช้วิธีคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบประเมินความวิตกกังวลขณะเผชิญ State-trait anxiety inventory foradults (Form Y-1) ของ สปิลบอร์เกอร์ และโปรแกรมการให้การปรึกษากลุ่มตามทฤษฎีเกสตัสท์ร่วมกับดนตรีบำบัด กลุ่มทดลองได้รับการปรึกษาสัปดาห์ละ 2 ครั้งติดต่อกัน 6 สัปดาห์ รวมเป็น12ครั้ง ครั้งละ90 นาที ระยะการเก็บข้อมูลแบ่งเป็น3 ระยะ คือ ระยะก่อนการทดลองระยะหลังการทดลองและระยะติดตามผล จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำ เมื่อพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จึงทดสอบความแตกต่างรายคู่โดยวิธีของบอนเฟอรอนนี โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาเป็นผู้ต้องขังชายต้องโทษและเข้ามาอยู่ในเรือนจำครั้งแรก ณ เรือนจำกลางชลบุรีในระหว่างวันที่ 19-29 มกราคม 2558 กำหนดโทษตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป มีคะแนนความวิตกกังวลขณะเผชิญในระดับค่อนข้างมากขึ้นไป(50 คะแนนขึ้นไป) สอบถามความสมัครใจในการเข้าร่วมการทดลอง ได้ผู้ต้องขังเข้าร่วมการทดลองทั้งสิ้น 10 คน
ผลการวิจัยพบว่า
ผู้ต้องขังที่ได้รับการปรึกษากลุ่มตามทฤษฎีเกสตัลท์ร่วมกับดนตรีบำบัด มีคะแนนเฉลี่ยความวิตกกังวลในระยะหลังการทดลองต่ำกว่าระยะก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 และในระยะติดตามผลต่ำกว่ากว่าระยะก่อนการทดลองอย่างมินัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05