ทัศนคติของผู้ต้องขังที่มีต่อการจัดสวัสดิการในเรือนจํากลางสงขลา
ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย | ทัศนคติของผู้ต้องขังที่มีต่อการจัดสวัสดิการในเรือนจํากลางสงขลา |
หน่วยงาน/ผู้วิจัย | ชัตชัย เทพเดชา สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา และสุปรีชา ชำนาญพุฒิพร |
ปีที่เผยแพร่ | 2566 |
แหล่งสืบค้น | |
หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย | ด้านการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง |
ประเภท | บทความวิจัย |
บทคัดย่อ วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาทัศนคติของผู้ต้องขังที่มีต่อการจัดสวัสดิการในเรือนจำกลางสงขลาและแนวทางการพัฒนาการจัดสวัสดิการในเรือนจำกลางสงขลา วิธีการวิจัย กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ต้องขังที่ถูกคุมขังในเรือนจำกลางสงขลา จำนวน 289 คน กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยคำนวณจากสูตรทาโร ยามาเน่ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาผู้ต้องขัง ผู้อำนวยการส่วนควบคุมผู้ต้องขัง หัวหน้าฝ่ายสวัสดิการผู้ต้องขัง หัวหน้าฝ่ายการศึกษาและพัฒนาจิตใจ หัวหน้าสถานพยาบาล เจ้าหน้าที่ฝ่ายการศึกษาและพัฒนาจิตใจ เจ้าหน้าที่งานเยี่ยมญาติ และผู้ต้องขัง รวม 10 คน เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล คือความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า ทัศนคติของผู้ต้องขังที่มีต่อการจัดสวัสดิการในเรือนจำกลางสงขลา ในภาพรวม อยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย ได้แก่ ด้านอนามัยของผู้ต้องขัง ด้านการเยี่ยมญาติ ด้านการศึกษาและพัฒนาจิตใจ ด้านกีฬาและนันทนาการ ด้านการรักษาพยาบาล และด้านสวัสดิการขั้นพื้นฐาน ข้อเสนอแนะ แนวทางการพัฒนาการจัดสวัสดิการในเรือนจำกลางสงขลา (1.) ควรจัดสวัสดิการขั้นพื้นฐานตามมาตรฐานของหน่วยงาน และให้บริการผู้ต้องขังอย่างเท่าเทียมยุติธรรม และเพียงพอ (2.) ควรมีการจัดการรักษาพยาบาลที่ผู้ต้องขังสามารถเข้าถึงได้ง่าย รวดเร็วและมีผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน (3.) ควรกำหนดนโยบายทางด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานและการพัฒนาจิตใจของผู้ต้องขัง (4.) ควรจัดให้มีสถานที่ที่ส่งเสริมให้ผู้ต้องขังมีความเป็นอยู่ที่ดีที่สุด (5.) ควรจัดให้มีสถานที่สำหรับเล่นกีฬาและออกกำลังกายอย่างเพียงพอและเหมาะสม (6.) ควรจัดให้มีการเยี่ยมญาติผ่านช่องทางที่หลากหลายเพื่อให้ญาติสามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึงและครอบคลุม ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ (1.) จากผลการวิจัยพบว่า ผู้ต้องขังเรือนจำกลางสงขลา มีความคิดเห็นต่อสวัสดิการ ขั้นพื้นฐานน้อยที่สุด ดังนั้น เรือนจำกลางสงขลาควรจัดกิจกรรมเพื่อขอความอนุเคราะห์ในการจัดการเสื้อผ้า ให้ผู้ต้องขังอย่างเพียงพอ (2.) จากผลการวิจัย พบว่า เรือนจำกลางสงขลา ได้จัดสวัสดิการให้กับผู้ต้องขังแล้วแต่ยังไม่ครอบคลุมตามมาตรฐานของกรมราชทัณฑ์ และมาตรฐานขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติ ดังนั้น กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ควรตรวจสอบถึงปัญหาและอุปสรรคในการจัดสวัสดิการให้กับผู้ต้องขัง เพื่อจะนำไปสู่การกำหนดนโยบายของกระทรวงเพื่อสู่การปฏิบัติต่อไป |