สถานการณ์กระทำผิดและมาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดในคดีร้ายแรงสะเทือนขวัญประชาชนหรือเป็นภัยต่อสังคม
ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย | สถานการณ์กระทำผิดและมาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดในคดีร้ายแรงสะเทือนขวัญประชาชนหรือเป็นภัยต่อสังคม |
หน่วยงาน/ผู้วิจัย | ดร.พงษ์อภินันทน์ จันกลิ่น |
ปีที่เผยแพร่ | 2563 |
แหล่งสืบค้น | |
หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย | ด้านการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง |
ประเภท | งานวิจัย |
บทคัดย่อ วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสถานการณ์การกระทำผิดของผู้กระทำผิดในคดีร้ายแรงสะเทือนขวัญหรือเป็นภัยต่อสังคม และมาตรการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังกลุ่มเฝ้าระวัง (Watch List) เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับมาตรการหรือแนวทางที่เหมาะสมในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังกลุ่มดังกล่าว วิธีการศึกษาวิจัย เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยเน้นการวิจัยเชิงเอกสาร การทบทวนวรรณกรรม แนวคิดและทฤษฎีทางอาชญาวิทยา การวิเคราะห์ข้อมูลจากรายงาน สถิติและเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่ออธิบายสถานการณ์อาชญากรรม สาเหตุการกระทำผิด และแนวทางการจัดการผู้ต้องขังกลุ่มเสี่ยง ผลการศึกษาวิจัยพบว่า สถานการณ์การกระทำผิด (1.) อาชญากรรมรุนแรงเช่น ฆาตกรรม ข่มขืนและทำร้ายร่างกาย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของสังคม (2.) ผู้กระทำผิดในคดีร้ายแรงมักมีลักษณะเป็น อาชญากรอุกฉกรรจ์หรือ อาชญากรต่อเนื่อง และบางส่วนมีพฤติกรรมกระทำผิดซ้ำ (3.) ปัจจัยสำคัญได้แก่ สภาพสังคม เศรษฐกิจ ครอบครัว การเลียนแบบพฤติกรรมและปัญหาทางจิตใจ (4.) แม้อัตราการกระทำผิดซ้ำโดยรวมมีแนวโน้มลดลงในบางช่วงแต่ยังคงเป็นปัญหาสำคัญโดยเฉพาะในกลุ่มคดีร้ายแรง มาตรการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังกลุ่ม Watch List พบว่ามีการดำเนินมาตรการสำคัญ ได้แก่ (1.) การจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ต้องขังที่ต้องเฝ้าระวัง (Watch List) (2.) การจำแนกลักษณะผู้ต้องขังและควบคุมในเรือนจำความมั่นคงสูง (3.) การตั้งคณะกรรมการและศูนย์เฉพาะกิจเพื่อเฝ้าระวัง (4.) การบูรณาการข้อมูลและการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานยุติธรรม โดยมาตรการแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระหว่างคุมขัง : ควบคุมเข้มงวด ประเมินพฤติกรรมและกลั่นกรองการพักโทษ หลังปล่อยตัว : ติดตาม เฝ้าระวัง และช่วยเหลือผู้พ้นโทษอย่างต่อเนื่อง ข้อเสนอแนะ ระยะระหว่างคุมขัง (1.) พัฒนาระบบจำแนกผู้ต้องขังให้แม่นยำและเข้มข้นยิ่งขึ้น (2.) กำหนดมาตรการควบคุมเฉพาะสำหรับผู้ต้องขังความเสี่ยงสูง (3.) เสริมโปรแกรมแก้ไขฟื้นฟูพฤติกรรมเชิงลึก(ด้านจิตวิทยา/พฤติกรรม) (4.) ใช้เรือนจำความมั่นคงสูงสำหรับผู้ต้องขังอันตราย ระยะหลังปล่อยตัว (1.) จัดระบบติดตามผู้พ้นโทษอย่างต่อเนื่องในระดับพื้นที่ (2.) บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เช่น ตำรวจ ปกครอง คุมประพฤติ (3.) จัดทำฐานข้อมูลกลางเพื่อเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยง (4.) สนับสนุนการปรับตัวกลับสู่สังคม เพื่อลดการกระทำผิดซ้ำ เชิงนโยบาย (1.) นำข้อมูลไปใช้กำหนดนโยบายและแผนงานด้านราชทัณฑ์ (2.) พัฒนาระบบติดตามและป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก (3.) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการผู้ต้องขังกลุ่มเสี่ยงสูงอย่างยั่งยืน สรุปภาพรวม การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า “ อาชญากรรมรุนแรงและการกระทำผิดซ้ำ ” เป็นปัญหาสำคัญที่ต้องจัดการอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ต้องขังความเสี่ยงสูง (Watch List) ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการเฉพาะทั้งในเรือนจำและหลังปล่อยตัว พร้อมการบูรณาการข้อมูลและความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพงานราชทัณฑ์และสร้างความปลอดภัยให้สังคมในระยะยาว |