2569-22

สถานการณ์กระทำผิดและมาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดในคดีร้ายแรงสะเทือนขวัญประชาชนหรือเป็นภัยต่อสังคม

ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย

สถานการณ์กระทำผิดและมาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดในคดีร้ายแรงสะเทือนขวัญประชาชนหรือเป็นภัยต่อสังคม

หน่วยงาน/ผู้วิจัย

ดร.พงษ์อภินันทน์ จันกลิ่น

ปีที่เผยแพร่

2563

แหล่งสืบค้น

หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย

ด้านการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง

ประเภท

งานวิจัย

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์

เพื่อศึกษาสถานการณ์การกระทำผิดของผู้กระทำผิดในคดีร้ายแรงสะเทือนขวัญหรือเป็นภัยต่อสังคม และมาตรการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังกลุ่มเฝ้าระวัง (Watch List) เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับมาตรการหรือแนวทางที่เหมาะสมในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังกลุ่มดังกล่าว

วิธีการศึกษาวิจัย

เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยเน้นการวิจัยเชิงเอกสาร การทบทวนวรรณกรรม แนวคิดและทฤษฎีทางอาชญาวิทยา การวิเคราะห์ข้อมูลจากรายงาน สถิติและเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่ออธิบายสถานการณ์อาชญากรรม สาเหตุการกระทำผิด และแนวทางการจัดการผู้ต้องขังกลุ่มเสี่ยง

ผลการศึกษาวิจัยพบว่า

สถานการณ์การกระทำผิด

(1.) อาชญากรรมรุนแรงเช่น ฆาตกรรม ข่มขืนและทำร้ายร่างกาย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของสังคม

(2.) ผู้กระทำผิดในคดีร้ายแรงมักมีลักษณะเป็น อาชญากรอุกฉกรรจ์หรือ อาชญากรต่อเนื่อง และบางส่วนมีพฤติกรรมกระทำผิดซ้ำ

(3.) ปัจจัยสำคัญได้แก่ สภาพสังคม เศรษฐกิจ ครอบครัว การเลียนแบบพฤติกรรมและปัญหาทางจิตใจ

(4.) แม้อัตราการกระทำผิดซ้ำโดยรวมมีแนวโน้มลดลงในบางช่วงแต่ยังคงเป็นปัญหาสำคัญโดยเฉพาะในกลุ่มคดีร้ายแรง

มาตรการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังกลุ่ม Watch List

พบว่ามีการดำเนินมาตรการสำคัญ ได้แก่

(1.) การจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ต้องขังที่ต้องเฝ้าระวัง (Watch List)

(2.) การจำแนกลักษณะผู้ต้องขังและควบคุมในเรือนจำความมั่นคงสูง

(3.) การตั้งคณะกรรมการและศูนย์เฉพาะกิจเพื่อเฝ้าระวัง

(4.) การบูรณาการข้อมูลและการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานยุติธรรม

โดยมาตรการแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ

ระหว่างคุมขัง : ควบคุมเข้มงวด ประเมินพฤติกรรมและกลั่นกรองการพักโทษ

หลังปล่อยตัว : ติดตาม เฝ้าระวัง และช่วยเหลือผู้พ้นโทษอย่างต่อเนื่อง

ข้อเสนอแนะ

ระยะระหว่างคุมขัง

(1.) พัฒนาระบบจำแนกผู้ต้องขังให้แม่นยำและเข้มข้นยิ่งขึ้น

(2.) กำหนดมาตรการควบคุมเฉพาะสำหรับผู้ต้องขังความเสี่ยงสูง

(3.) เสริมโปรแกรมแก้ไขฟื้นฟูพฤติกรรมเชิงลึก(ด้านจิตวิทยา/พฤติกรรม)

(4.) ใช้เรือนจำความมั่นคงสูงสำหรับผู้ต้องขังอันตราย

ระยะหลังปล่อยตัว

(1.) จัดระบบติดตามผู้พ้นโทษอย่างต่อเนื่องในระดับพื้นที่

(2.) บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เช่น ตำรวจ ปกครอง คุมประพฤติ

(3.) จัดทำฐานข้อมูลกลางเพื่อเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยง

(4.) สนับสนุนการปรับตัวกลับสู่สังคม เพื่อลดการกระทำผิดซ้ำ

เชิงนโยบาย

(1.) นำข้อมูลไปใช้กำหนดนโยบายและแผนงานด้านราชทัณฑ์

(2.) พัฒนาระบบติดตามและป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก

(3.) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการผู้ต้องขังกลุ่มเสี่ยงสูงอย่างยั่งยืน

สรุปภาพรวม

การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า “ อาชญากรรมรุนแรงและการกระทำผิดซ้ำ ” เป็นปัญหาสำคัญที่ต้องจัดการอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ต้องขังความเสี่ยงสูง (Watch List) ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการเฉพาะทั้งในเรือนจำและหลังปล่อยตัว พร้อมการบูรณาการข้อมูลและความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพงานราชทัณฑ์และสร้างความปลอดภัยให้สังคมในระยะยาว

Scroll to Top