มาตรการที่มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดในคดีร้ายแรงที่มีลักษณะสะเทือนขวัญ
ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย | มาตรการที่มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดในคดีร้ายแรงที่มีลักษณะสะเทือนขวัญ |
หน่วยงาน/ผู้วิจัย | นางสาวเอกกมล ลวดลาย |
ปีที่เผยแพร่ | 2563 |
แหล่งสืบค้น | |
หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย | ด้านการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง |
ประเภท | งานวิจัย |
บทคัดย่อ วัตถุประสงค์ ศึกษาการแบ่งประเภทผู้กระทำผิด ผู้ต้องขังอย่างเหมาะสม และศึกษาแนวทาง หรือมาตรการในการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดในคดีร้ายแรงที่มีลักษณะสะเทือนขวัญ ตั้งแต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จนกระทั่งถูกปล่อยตัวออกจากสถานคุมขัง เพื่อเป็นแนวทาง ข้อเสนอ ต่อคณะกรรมการในการดำเนินงานให้ประสิทธิ ภาพ สร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและสร้างสังคมที่สงบสุขปลอดภัย วิธีการศึกษา ศึกษาจากแนวทางและมาตรการในการควบคุมและในการดูแลและปฏิบัติต่อผู้ต้องขังและผู้กระทำผิดจากประเทศที่ดำเนินมาตรการได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยการศึกษาครั้งนี้ได้ศึกษาจากแนวทางประเทศจาก 4 ประเทศหลัก ประกอบด้วย ประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลียและสิงคโปร์ โดยแต่ละประเทศมีแนวทางปฏิบัติที่น่าสนใจที่สามารถนำมาประยุกต์และปรับใช้ในการกำหนดมาตรการและแนวทางในการดูแลและปฏิบัติต่อผู้ต้องจังและผู้กระทำผิดของไทยได้ในอนาคต ซึ่งรูปแบบวิธีดำเนินการศึกษา ดังนี้ 1. ศึกษาค้นคว้าที่เกี่ยวข้องกับมาตรการที่ปฏิบัติต่อผู้กระทำในคดีร้ายแรงที่มีลักษณะสะเทือนขวัญประ กอบด้วย มาตรการทางกฎหมาย และมาตรการทางแนวทางปฏิบัติในประเทศและในต่างประเทศ และแนว ทางปฏิบัติในการด้าเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จากเอกสาร (Documentary Research)โดยการศึกษาจากหนังสือ บทความ วิทยานิพนธ์ Internet งานวิจัยต่างๆที่เกี่ยวข้อง 2. รวบรวมข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวม 3. สรุปผลการศึกษาวิจัย และจัดทำข้อเสนอแนะ ผลการศึกษาพบว่า การดำเนินการมาตรการทางกฎหมายและแนวทางการดูแลและปฏิบัติต่อผู้ต้องขังคดีความรุนแรงและก่อเหตุละเทือนขวัญทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศนั้น ในแต่ละประเทศมีมาตรการ/แนวทางการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังคดีความรุนแรงและก่อเหตุสะเทือนขวัญและคดีอื่นๆ โดยสรุปได้ดังนี้ 1. ในด้านมาตรการทางกฎหมายแต่ละประเทศจะมีกฎหมายอาญาเป็นแนวทางหลักในการกำหนดบทลง โทษผู้กระทำผิด และมีพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ของแต่ละประเทศซึ่งเป็นกฎหมายหลักในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังโดยเฉพาะ 2. ในแต่ละประเทศจะเน้นถึงการจำแนกลักษณะผู้ต้องขังเป็นสำคัญในการดูแลผู้กระทำผิดเมื่อเข้าสู่ระบบเรือนจำ โดยเริ่มตั้งแต่รับตัวเข้าสู่เรือนจำ จะมีการประเมินผลผู้ต้องขังอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ต้องขังจะได้รับการประเมินเฉพาะด้านซึ่งเป็นแบบประเมินที่นอกเหนือจากแบบประเมินทั่วไปอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผู้ต้องขังที่มีผลการประเมินความเสี่ยงสูงจะต้องได้รับการดูแลเฝ้าระวังเป็นพิเศษ 3. เรือนจำ/ทัณฑสถานมีการแยกคุมขังผู้ต้องขังที่พบว่ามีพฤติการณ์ความเสี่ยงสูงตามการประเมินผลจากกลุ่มผู้ต้องขังอื่น เพื่อให้ผู้ต้องขังที่มีพฤติการณ์ดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุม และได้รับการดูแลเป็นการเฉพาะ ทั้งนี้เพื่อเกิดการปรับเปลี่ยนนิสัยและพฤติการณ์ก่อนที่จะกลับไปใช้ชีวิตร่วมกับผู้ต้องขังอื่นๆ ต่อไป ผลประเมินความเสี่ยงสูง โดยผู้ต้องขังจะเข้าโปรแกรมที่มีความเข้มข้นแตกต่างจากผู้ต้องขังรายอื่นๆ และเป็นโปรแกรมที่สามารถพัฒนาผู้ต้องขังเฉพาะกลุ่มดังกล่าวโดยเฉพาะ 4. มีการระงับสิทธิประโยชน์ โดยเฉพาะด้านการพักการลงโทษ ในกรณีที่ผู้ต้องขังมีกำหนดโทษสูงอย่างเช่น ผู้ต้องขังกำหนดโทษจำคุกตลอดชีวิต ผู้ต้องขังจะถูกระงับสิทธิขอพักการลงโทษเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 20 ปีเป็นต้นไป ทั้งนี้เป็นการพิจารณาของศาลโดยกำหนดไว้ในคำพิพากษา 5. มีการประเมินความพร้อมในด้านต่างๆ ทั้งในด้านความเสี่ยงในการกลับมากระทำผิดซ้ำประเมินความเสี่ยงในด้านการทำงาน และการประเมินความเสี่ยงในด้านการกลับไปใช้ชีวิตในสังคม ซึ่งเป็นการประเมินความพร้อมเพื่อให้ทราบถึงความพร้อมในการกลับไปใช้ชีวิตของผู้ต้องขังในด้านต่างๆ ข้อเสนอแนะ สำหรับในกระบวนการยุติธรรมแล้ว ทุกหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมล้วนแต่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนแก้ไขพัฒนาผู้กระทำผิด เพื่อสร้างสังคมที่สงบสุขเกิดความเชื่อมั่นของประชาชนซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกหน่วยที่สำคัญในกระบวนการยุติธรรม ต้องมาร่วมมือและบูรณาการการทำงาน ตั้งแต่ในขั้นตำรวจ อัยการ ศาล และราชทัณฑ์ ในการนำไปสู่แนวทางการแก้ไขผู้กระทำผิดในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ |