ความคาดหวังในการดำเนินชีวิตภายหลังการพ้นโทษของผู้ต้องขังหญิง ศึกษาเฉพาะกรณี ทัณฑสถานหญิงกลาง
ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย | ความคาดหวังในการดำเนินชีวิตภายหลังการพ้นโทษของผู้ต้องขังหญิง ศึกษาเฉพาะกรณีทัณฑสถานหญิงกลาง |
หน่วยงาน/ผู้วิจัย | นางสาวกนกเรขา สุวรรณกิจ |
ปีที่เผยแพร่ | 2545 |
แหล่งสืบค้น | |
หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย | ด้านการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง |
ประเภท | วิทยานิพนธ์ |
บทคัดย่อ การศึกษาวิจัยเรื่อง "ความคาดหวังในการดำเนินชีวิตภายหลังการพ้นโทษของผู้ต้องขังหญิง ศึกษาเฉพาะกรณีทัณฑสถานหญิงกลาง" มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาความคาดหวังในการดำเนินชีวิตภายหลังการพ้นโทษของผู้ต้องขังหญิง และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความคาดหวังในการดำเนินชีวิตภายหลังการพ้นโทษของผู้ต้องขังหญิงในการดำเนินการศึกษาวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Research) โดยศึกษาจากการใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากประชากรที่ทำการศึกษา ซึ่งกลุ่มประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักโทษเด็ดขาดหญิงที่มีโทษเหลือจะต้องจำตั้งแต่ 1 - 3 เดือน ในทัณฑสถานหญิงกลาง กรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 185 คน สถิติที่ใช้ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ คือ ค่าร้อยละ ค่ามัชฌิมเลขคณิต ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และคำนวณค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน การทดสอบค่าเอฟ เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร โดยนำเสนอผลการศึกษาวิจัยในรูปของตารางประกอบคำบรรยายผลการศึกษาพบว่า 1. ปัจจัยส่วนบุคคล (ข้อมูลพื้นฐาน) ผู้ต้องขังหญิงส่วนใหญ่มีอายุน้อยกว่า 25 ปี มีสถานภาพสมรสแบบอยู่ด้วยกันแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส จบการศึกษาชั้นประถมศึกษา ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป มีรายได้เฉลี่ยของครอบครัวต่อเดือนอยู่ในช่วง 1,000 - 3,000 บาท และ 3,001 - 5,000 บาท เป็นผู้ต้องขังขั้นกลาง ในความผิดคดี พ.ร.บ.ยาเสพติด / สารระเหย ระยะเวลาต้องโทษ 1 - 12 เดือน มีโทษคงเหลือจำต่อไป 3 เดือน ต้องโทษครั้งนี้เป็นครั้งแรก 2. การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลกับความคาดหวังในการดำเนินชีวิตภายหลังการพ้นโทษ พบว่า อายุ ระดับการศึกษา และรายได้เฉลี่ยของครอบครัวต่อเดือน มีความสัมพันธ์กับความคาดหวังในการดำเนินชีวิตภายหลังการพ้นโทษ กล่าวคือ ผู้ต้องขังที่มีอายุมากกว่า 46 ปี มีความคาดหวังต่อสังคมสูงสุด ผู้ต้องขังที่มีการศึกษาระดับอนุปริญญาขึ้นไปมีความคาดหวังต่อสังคมสูงสุด และผู้ต้องขังที่มีรายได้เฉลี่ยของครอบครัวต่อเดือนมากกว่า 7,000 บาท ขึ้นไป มีความคาดหวังต่อครอบครัวสูงสุด 3. การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยความสัมพันธ์ทางครอบครัวและสังคมของผู้ต้องขังก่อนและขณะต้องโทษกับความคาดหวังในการดำเนินชีวิตภายหลังการพ้นโทษ พบว่าปัจจัยความสัมพันธ์ภายในครอบครัว ได้แก่ การได้รับการยอมรับ การได้รับการเยี่ยม และการได้รับโอกาสกลับตนเป็นคนดี และปัจจัยแวดล้อมขณะต้องโทษ ได้แก่ การได้รับการปฏิบัติในเรื่องกฎระเบียบ การได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ และการได้รับการส่งเสริมในการฝึกวิชาชีพ มีความสัมพันธ์ทางบวกกับความคาดหวังในการดำเนินชีวิตภายหลังการพ้นโทษทั้ง 3 ด้าน คือ ความคาดหวังต่อตนเอง ความคาดหวังต่อครอบครัวและความคาดหวังต่อสังคม 4.ข้อเสนอแนะ 4.1 ควรส่งเสริมให้มีกิจกรรมที่เสริมสร้างความรักความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิกในครอบครัวกับผู้ต้องขัง เช่น กิจกรรมครอบครัวสัมพันธ์ที่จัดให้แก่ผู้ต้องชังก่อนพ้นโทษ 1 เดือน 4.2 ควรจัดให้มีการแยกฝึกวิตาชีพให้แก่ผู้ต้องขังที่มีระยะเวลาต้องโทษน้อย ให้ได้รับการฝึกวิชาชีพระยะสั้น ส่วนผู้ต้องขังที่มีระยะเวลาต้องโทษนาน ให้ได้รับการฝึกวิชาชีพที่ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนทักษะมาก 4.3 ควรเน้นการดำเนินการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการมก็ไรฟื้นฟูผู้ต้องขังและการติดตามผลการให้การสงเคราะห์ภายหลังการพันโทษ 4.4 ควรมีการประสานงานกับสื่อมวลชนในด้านต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ฯลฯ เพื่อจัดให้มีการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบและกระบวนการแก้ไขและพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขังในรูปแบบของบทความ สารคดีสั้น เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและทัศนคติที่ดีของสังคมต่อผู้ที่เคยต้องโทษ |