ผลการให้การปรึกษากลุ่มทฤษฎีเกสตัลท์ร่วมกับดนตรีบำบัดต่อความวิตกกังวลของผู้ต้องขังชาย
ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย | ผลการให้การปรึกษากลุ่มทฤษฎีเกสตัลท์ร่วมกับดนตรีบำบัดต่อความวิตกกังวลของผู้ต้องขังชาย |
หน่วยงาน/ผู้วิจัย | จุติมา ด้วงนุ้ย |
ปีที่เผยแพร่ | 2558 |
แหล่งสืบค้น | |
หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย | ด้านการพัฒนาผู้ต้องขัง |
ประเภท | ดุษฎีนิพนธ์ |
บทคัดย่อ | |
วัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทือบผลการปรึกษากลุ่มทฤษฎีเกสตัลท์ร่วมกับดนตรีบำบัดต่อความวิตกกังวลของผู้ต้องขังชาย เรือนจำกลางชลบุรี ในระยะหลังการทดลองกับระยะก่อนการทดลอง และระยะติดตามผลกับระยะก่อนการทดลอง วิธีการศึกษาวิจัย ใช้วิธีคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบประเมินความวิตกกังวลขณะเผชิญ State-trait anxiety inventory foradults (Form Y-1) ของ สปิลบอร์เกอร์ และโปรแกรมการให้การปรึกษากลุ่มทฤษฎีเกสตัลท์ร่วมกับดนตรีบำบัด กลุ่มทดลองได้รับการปรึกษาสัปดาห์ละ 2 ครั้งติดต่อกัน 6 สัปดาห์รวมเป็น 12 ครั้ง ครั้งละ 90 นาที ระยะการเก็บข้อมูลแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะก่อนการทดลอง ระยะหลังการทดลองและระยะติดตามผล จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำ เมื่อพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จึงทดสอบความแตกต่างรายคู่โดยวิธีของบอนเฟอรอนนี โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาเป็นผู้ต้องขังชายต้องโทษและเข้ามาอยู่ในเรือนจำครั้งแรก ณ เรือนจำกลางชลบุรีในระหว่างวันที่ 19 - 29 มกราคม 2558 กำหนดโทษตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป มีคะแนนความวิตกกังวลขณะเผชิญ ในระดับค่อนข้างมาก (50 คะแนนขึ้นไป) สอบถามความสมัครใจในการเข้าร่วมการทดลอง ได้ผู้ต้องขังเข้าร่วมการทดลองทั้งสิ้น 10 คน ผลการวิจัยพบว่า ผู้ต้องขังที่ได้รับการปรึกษากลุ่มตามทฤษฎีเกสตัลท์ร่วมกับดนตรีบำบัด มีคะแนนเฉลี่ยความวิตกกังวลในระยะหลังการทดลองต่ำกว่าระยะก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 และในระยะติดตามผลต่ำกว่าระยะก่อนการทดลองอย่างมินัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 ข้อเสนอแนะ (1) จากผลการวิจัยพบว่าการปรึกษากลุ่มทฤษฎีเกสตัลท์ร่วมกับดนตรีบำบัด ช่วยให้ผู้ต้องขังชายมีความวิตกกังวลลดลง ทั้งในระยะหลังการทดลองและระยะติดตามผล ดังนั้นผู้ให้การปรึกษา หรือบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องขังสามารถนำโปรแกรมการปรึกษากลุ่มทฤษฎีเกสตัลท์ร่วมกับดนตรีบำบัดไปใช้กับผู้ต้องขัง เพื่อช่วยให้ผู้ต้องขังลดความวิตกกังวล และสามารถดำเนินชีวิตอยู่ภายในเรือนจำได้อย่างเหมาะสม (2) การปรึกษากลุ่มทฤษฎีเกสตัลท์ร่วมกับดนตรีบำบัด เป็นการปรึกษาที่ต้องใช้ความชำนาญในเรื่องการเลือกใช้เทคนิคการปรึกษา และการเลือกใช้ดนตรีบำบัดที่เหมาะสมกับผู้รับการปรึกษาแต่ละคน การสร้างสัมพันธภาพ การสังเกตการประเมินความรู้สึกของผู้รับการปรึกษา ดังนั้นผู้ที่จะนำการปรึกษากลุ่มทฤษฎีเกสตัลท์ไปใช้จะต้องศึกษา เทคนิด วิธีการประเมิน และเลือกใช้กิจกรรมทางดนตรีบำบัด ให้เหมาะสมกับผู้รับการปรึกษาแต่ละคน เพื่อให้ได้ผลการปรึกษาที่มีประสิทธิภาพ | |