การประเมินผลโครงการพัฒนาจิตใจผู้ต้องขัง "หลักสูตรสัคคสาสมาธิ " ตามแนวทางพระธรรมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินุธโร) โดยการนำรูปแบบ IPO มาประยุกต์ใช้ในการประเมินเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการ
ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย | การประเมินผลโครงการพัฒนาจิตใจผู้ต้องขัง“หลักสูตรสัคคสาสมาธิ”โดยการนำรูปแบบ IPO มาประยุกต์ใช้ในการประเมินเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการ |
หน่วยงาน/ผู้วิจัย | นายชาคริต คงทองและคณะสำนักทัณฑวิทยา กรมราชทัณฑ์ |
ปีที่เผยแพร่ | 2559 |
แหล่งสืบค้น | |
หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย | ด้านการพัฒนาผู้ต้องขัง |
ประเภท | งานวิจัย |
บทคัดย่อ | |
วัตถุประสงค์ (1) เพื่อประเมินผลโครงการกับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในรูปแบบ IPO Model ในด้านปัจจัยนำเข้า กระบวนการ และด้านผลผลิตของโครงการ (2) เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาการดำเนินโครงการพัฒนาจิตใจผู้ต้องขัง "หลักสูตรสัคคสาสมาธิ"ตามแนวทางพระธรรมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร] วิธีการวิจัย
เป็นการวิจัยเชิงประเมิน ประชากรที่ใช้ในการประเมินครั้งนี้ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการ จำนวน 137 คน ในเรือนจำ/ทัณฑสถานทั่วประเทศ ผู้ประเมินได้ดำเนินการเก็บข้อมูลด้วย การใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติการแจกแจงความถี่ (frequency) และค่าร้อยละ (percentage) การหาค่าเฉลี่ย (ม)และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (O) ผลการวิจัยพบว่า ทัศนะของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบหลักสูตร สัคคสาสมาธิส่วนใหญ่ มีความพึงพอใจด้านปัจจัยนำเข้า (Input) ในภาพรวม พบว่าอยู่ในระดับมาก ในด้านงบประมาณ บุคคล วัสดุอุปกรณ์ส่วนด้านอาคารสถานที่ พบว่าเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่มีความพึงทอใจอยู่ในระดับปานกลาง สำหรับด้านกระบวนการ (Process) ในภาพรวม พบว่าเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบส่วนใหญ่มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากในต้านการวางแผน การสื่อสาร การประสานงาน การบริหารจัดการ และการติดตามผล ส่วนด้านผลผลิต (Outcome) พบว่า เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในระดับมากในต้านเป้าหมายของโครงการและความพึงพอใจต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ แต่ทั้งนี้ในภาพรวมของการประเมินโครงการสัคคสาสมาธิพบว่ายังมีความต้องการขอรับการสนับสนุนในเรื่องสถานที่เพิ่มเติม โดยควรมีการจัดสถานที่อย่างเป็นระบบให้บริการกับผู้ต้องขังที่เข้าร่วมโครงการให้มีความสะดวกและเหมาะสมต่อการจัดฝึกอบรมให้มากกว่าเดิม ข้อเเสนอแนะ (1) ด้านปัจจัย (In put) (1.1) ควรมีการซักถามเพิ่มเติมกับผู้ที่ผ่านการอบรม ในประเด็นการค้นหาตัวเองว่า ภายหลังจาก ผ่านการอบรมแล้วผู้ต้องขังได้ประโยชน์อย่างไรจากการเข้าร่วมโครงการ และนำผลที่ได้เป็นแนวทางการประชาสัมพันธ์ให้สังคมภาย นอกรับรู้ถึงความสำเร็จตามนโยบาย (1.2) ควรจัดสรรจำนวนครูผู้สอน ในหลักสูตรดังกล่าวให้มากขึ้น และเปิดโอกาสให้ครูผู้สอนได้มี โอกาสเข้าอบรมหรือเพื่อเพิ่มพูนความรู้ให้เกิดความเชี่ยวชาญในการอบรมผู้ต้องขัง (1.3) ควรปรับปรุงด้านสถานที่ในการจัดกิจกรรมต่างๆ ให้มีความเหมาะสม เพื่อเอื้อต่อการเรียนรู้ ของผู้ต้องขัง (2) ด้านกระบวนการ (Process) (2.1) ควรมีการประเมินโครงการดังกล่าวเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ จากการดำเนินการให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น (2.2) ควรมีการนำผลประเมินโครงการ มาวางแผนและปรับปรุงพัฒนาการ ดำเนินงานในโครงการ อย่างต่อเนื่องเพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดทำโครงการต่อไป (3) ด้านผลผลิต (Out put) (3.1) ควรศึกษาสาเหตุ แรงจูงใจของการเข้ามารับการฝึกอบรมในหลักสูตรสัคคสาสมาธิเพื่อ เป็นแนวทางพัฒนาผู้เข้ารับการอบรมในหลักสูตรดังกล่าว ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (3.2) ควรมีประเมินความพึงพอใจของผู้เข้ารับการอบรม ว่ามีความคิดเห็นและทัศนคติ ก่อนและ ภายหลังจากเข้ารับการฝึกอบรมมีความคิดเห็น หรือทัศนะแตกต่างกันอย่างไร (3.3) ควรศึกษาปัจจัยที่ทำให้ผู้เข้ารับการอบรมประสบความสำเร็จในการควบคุมจิตใจตนเอง เพื่อ จะได้นำผลการศึกษานั้นไปขยายผลต่อผู้เข้ารับการอบรมในรุ่นต่อไป | |