ความเครียดและการจัดการความเครียดของผู้ต้องขัง ในเรือนจําจังหวัดเชียงใหม่
ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย | ความเครียดและการจัดการความเครียดของผู้ต้องขัง ในเรือนจําจังหวัดเชียงใหม่ |
หน่วยงาน/ผู้วิจัย | ศุภฤกษ์ โนสุและคณะ |
ปีที่เผยแพร่ | 2566 |
แหล่งสืบค้น | |
หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย | ด้านการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง |
ประเภท | งานวิจัย |
บทคัดย่อ วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความเครียดและการจัดการความเครียดของผู้ต้องขังในเรือนจำแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ วิธีการศึกษา การศึกษาแบบภาคตัดขวาง (Cross-sectional Study) กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้ต้องขังจำนวน 322 คน ใช้วิธีการสุ่มตามความสะดวก (Convenience Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามโดยให้กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ตอบแบบสอบถามเองการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive statistics)ได้แก่ค่าความถี่ ค่าร้อยละค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ใช้สถิติ Independent T-test และ One way ANOVA ในการวิเคราะห์เปรียบเทียบความเครียดและการจัดการความเครียด และใช้สถิติ Person’s correlation ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความเครียดและการจัดการความเครียดของผู้ต้องขัง ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุเฉลี่ย 34.57 ปี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ส่วนใหญ่กระทำความผิดครั้งนี้เป็นครั้งที่แรก ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดโดยส่วนใหญ่ได้รับโทษ 3- 6 ปี และมีโทษคงเหลือก่อนพ้น โทษอยู่ระหว่าง 1–3 ปี ผลการศึกษาความเครียดของกลุ่มตัวอย่าง พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 46.9 มีระดับความเครียดปานกลาง รองลงมาร้อยละ 39.1 มีระดับความเครียดสูง ในส่วนของการจัดการความเครียดพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 72.4 มีระดับการจัดการความเครียดปานกลาง รองลงมาร้อยละ 22.0 มีระดับการจัดการความเครียดต่ำ เมื่อเปรียบเทียบความเครียดตามปัจจัยส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่างและปัจจัยเกี่ยวกับการต้องโทษของผู้ต้องขังพบว่าไม่มีความแตกต่างกันและเมื่อเปรียบเทียบการจัดการความเครียดตามปัจจัยส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง และปัจจัยเกี่ยวกับการต้องโทษ พบว่าปัจจัยส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่างและปัจจัยเกี่ยวกับการต้องโทยที่มีการจัดการความเครียดแตกต่างกันได้แก่ เพศ จำนวนครั้งที่ถูกต้องโทษ และหน้าที่และการงานในเรือนจำ (p < 0.001, 0.029 และ < 0.00 1 ตามลำดับ) เมื่อวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ ระหว่างระหว่างความเครียดและการจัดการความเครียดของผู้ต้องขังพบว่าความเครียดไม่มีความสัมพันธ์กับการจัดการความเครียด ข้อเสนอแนะ ผลที่ได้จากการศึกษาในครั้งนี้อาจใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการดำเนินการลดความเครียดของผู้ต้องขังในเรือนจำและการจัดกิจกรรมจัดการความเครียดที่เหมาะสมให้แก่กลุ่มผู้ต้องขังต่อไปได้ |