2569-38

การจัดทำโครงการแรกรับสำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำ

ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย

การจัดทำโครงการแรกรับสำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำ

หน่วยงาน/ผู้วิจัย

นางสาวเพลินใจ แต้เกษม สำนักวิจัยและพัฒนาระบบงานราชทัณฑ์

ปีที่เผยแพร่

2558

แหล่งสืบค้น

หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย

ด้านการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง

ประเภท

งานวิจัย

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์

เพื่อประเมินผลการดําเนินงานด้านการปฐมนิเทศผู้ต้องขังแรกรับ ตลอดจนปัญหาอุปสรรคของเรือนจําและทัณฑสถานในการอบรมแรกรับผู้ต้องขังเข้าใหม่ เพื่อสร้างโปรแกรมแรกรับผู้ต้องขังเข้าใหม่และเพื่อจัดทําคู่มือการอบรมผู้ต้องขังแรกรับให้กับเรือนจําและทัณฑสถานทั่วประเทศ

วิธีการศึกษา

โดยใช้วิธีการศึกษาแบบผสมผสานทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ประกอบด้วยการสำรวจการดำเนินงานด้านการปฐมนิเทศผู้ต้องขังเข้าใหม่จากเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ การใช้แบบสอบถาม (Questionnaires) เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากผู้ต้องขังเข้าใหม่ ตลอดจนการ จัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) ทั้งเจ้าหน้าที่เรือนจำและผู้ต้องขัง เพื่อนำไปสู่การกำหนดหลักสูตรการ ปฐมนิเทศผู้ต้องขัง การจัดทำวีดีทัศน์สำหรับผู้ต้องขังเข้าใหม่ และคู่มือการเข้าใหม่ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด้าน การปฐมนิเทศผู้ต้องขังเข้าใหม่

ผลการศึกษา

จากผลสํารวจการดําเนินงานด้านการปฐมนิเทศผู้ต้องขังของเรือนจํา/ทัณฑสถานทั่วประเทศส่วนใหญ่มอบหมายส่วน/ฝ่ายควบคุมผู้ต้องขังรับผิดชอบงานด้านการปฐมนิเทศผู้ต้องขังร้อยละ 54.1 มีจํานวนผู้ต้องขังเข้าใหม่โดยเฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 101 - 300 คน ร้อยละ 32.8 ความถี่ในการจัดปฐมนิเทศผู้ต้องขังเข้าใหม่ประมาณเดือนละ 1 ครั้ง ร้อยละ 43.4 จํานวนผู้ต้องขังที่เข้ารับการอบรมปฐมนิเทศในแต่ละรุ่นส่วนใหญ่ร้อยละ 58.2 มีจํานวน 16 – 50 คน ร้อยละ 45.1 มีระยะเวลาในการอบรมปฐมนิเทศ ครึ่งวัน – 1 วัน ปัญหาอุปสรรค พบว่า เรือนจํา/ทัณฑสถานส่วนใหญ่ ร้อยละ 60.6 ไม่มีแดนแรกรับในเรือนจําสำหรับแยกควบคุมผู้ต้องขังเข้าใหม่เรือนจําและทัณฑสถานส่วนใหญ่มีความเห็นว่าวิธีการในการจัดหลักสูตรปฐมนิเทศผู้ต้องขังเข้าใหม่ ควรจัดหลักสูตรเหมือนกันทุกแห่งทั่วประเทศ ร้อยละ 38.7 โดยมีระยะเวลาในการจัดปฐมนิเทศผู้ต้องขังเข้าใหม่ ประมาณ 1 - 2 วัน ร้อยละ 40.7 และเห็นว่ารูปแบบในการปฐมนิเทศผู้ต้องขังเข้าใหม่ ควรดําเนินการในรูปแบบใหม่ที่มีการใช้สื่อวีดีทัศน์ ร้อยละ 78.1 เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยเจ้าหน้าที่ในการชี้แจงให้ข้อมูลและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในเรือนจํากับผู้ต้องขังเข้าใหม่ การจัดทําโครงการแรกรับสําหรับผู้ต้องขังในเรือนจํา การเก็บข้อมูลผู้ต้องขังเข้าใหม่โดยใช้แบบสอบถามและการจัดประชุมกลุ่มย่อยผู้ต้องขังเข้าใหม่ พบว่า ส่วนใหญ่มีความเครียดและวิตกกังวลเรื่องครอบครัวมากที่สุด รองลงมา คือ เรื่องคดีความ และเรื่องการใช้ชีวิตในเรือนจํา ส่วนใหญ่ผู้ต้องขังเข้าใหม่ได้รับการอบรมช่วงปฐมนิเทศเพียง 1 วัน และไม่ได้ถูกควบคุมตัวในแดนแรกรับเป็นการเฉพาะ ส่วนใหญ่ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังมีความเห็นสอดคล้องกันว่าควรมีระยะเวลาการอบรมปฐมนิเทศประมาณ 5 วัน และต้องการให้มีวิทยากรทั้งภายในและภายนอกเรือนจําในการอบรมปฐมนิเทศผู้ต้องขังโดยเฉพาะนักกฎหมาย ทนายความ ที่มาให้ความรู้เรื่องกฎหมายและให้คําปรึกษาด้านคดีความ จํานวนผู้เข้าอบรมที่เหมาะสม คือ 30 – 50 คน และควรจัดปฐมนิเทศหลังเข้ามาอยู่ในเรือนจําประมาณ 1 สัปดาห์เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถปรับตัวจัดการความเรียบร้อยเรื่องสถานที่และความเป็นอยู่ โดยเห็นว่าผู้ต้องขังทุกคนทุกกลุ่มควรเข้ารับการอบรมปฐมนิเทศถึงแม้ว่าจะเป็นผู้ต้องขังที่กระทําผิดซ้ำหรือย้ายจากเรือนจําอื่นก็ถือว่าควรได้รับการปฐมนิเทศ เนื่องจากเรือนจําแต่ละแห่งมีสภาพแวดล้อมและกฎระเบียบที่แตกต่างกัน รูปแบบในการปฐมนิเทศผู้ต้องขังควรมีลักษณะผสมผสานระหว่างการอบรม โดยเจ้าหน้าที่และการใช้สื่อวีดีทัศน์ในการให้ความรู้ สําหรับกระบวนการแรกรับผู้ต้องขัง คณะวิจัยได้จัดทําเป็น 3 ขั้นตอน คือ

ขั้นตอนที่ 1 กระบวนการรับตัวผู้ต้องขัง

ขั้นตอนที่ 2 การอบรมปฐมนิเทศผู้ต้องขังและการดูแลใจผู้ต้องขังเข้าใหม่

ขั้นตอนที่ 3 การจําแนกลักษณะผู้ต้องขังและการวางแผนปฏิบัติต่อผู้ต้องขังเป็นรายบุคคล

การนําผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติงาน

(1.) ดําเนินการจัดทําวีดีทัศน์ในหัวข้อ “ข้อควรรู้เมื่อเข้าสู่ประตูเรือนจํา/ทัณฑสถาน” สําหรับฉายให้กับผู้ต้องขังเข้าใหม่ทุกคน โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับกฎระเบียบที่ต้องทราบในช่วงแรกรับ ซึ่งได้มอบหมายให้เรือนจําดําเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2558

(2.) จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานสําหรับเจ้าหน้าที่ด้านการปฐมนิเทศผู้ต้องขังเข้าใหม่ให้กับเรือนจําและทัณฑสถานทั่วประเทศ และได้จัดอบรมเจ้าหน้าที่เพื่อให้ความรู้ และทําความเข้าใจในกิจกรรมต่าง ๆ ตามหลักสูตรที่กําหนดขึ้น

(3.) จัดทําหลักสูตรปฐมนิเทศผู้ต้องขังซึ่งมีเนื้อหาทั้งหมด 5 หมวดหลัก โดยให้มีการใช้สื่อในการอบรม เช่น สื่อเสียง สื่อภาพ ใบความรู้ ฯลฯ และวิทยากรภายในที่ให้ความรู้จากฝ่ายต่าง ๆ ในเรือนจําและวิทยากรภายนอก เช่น นักกฎหมาย นักจิตวิทยา ผู้นําทางศาสนา ฯลฯ

(4.) กรมราชทัณฑ์ได้มีหนังสือขอความร่วมมือไปยังกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพขอความอนุเคราะห์ให้มอบหมายทนายความหรือที่ปรึกษากฎหมาย หรือพนักงานราชการประจําคลินิกยุติธรรม ณ สํานักงานยุติธรรมจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ เข้าไปให้ความรู้ด้านกฎหมายและให้คำปรึกษา แนะนําด้านคดีความแก่ผู้ต้องขังเข้าใหม่และผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีในเรือนจำและทัณฑสถานต่าง ๆ อย่างน้อยเดือนละครั้ง

ข้อเสนอแนะสําหรับการศึกษาในครั้งนี้

(1.) กรมราชทัณฑ์ควรจัดสรรงบประมาณในการดําเนินงานด้านการปฐมนิเทศผู้ต้องขังเข้าใหม่ให้เรือนจําและทัณฑสถานทั่วประเทศ ทั้งในด้านวิทยากร ด้านการจัดทําาสื่อ และสถานที่อบรม

(2.) กรมราชทัณฑ์ควรประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศาล อัยการ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สภาทนายความ ฯลฯ เพื่อขอสนับสนุนวิทยากรให้ความรู้ด้านกฎหมาย และให้คําปรึกษาด้านคดีความแก่ผู้ต้องขังในเรือนจําและทัณฑสถานทั่วประเทศ

(3.) ในการก่อสร้างเรือนจํากรมราชทัณฑ์ควรกําหนดให้มีแดนแรกรับที่เป็นสัดส่วนและมีห้องอบรมเพื่อจัดปฐมนิเทศให้ความรู้ และมีสถานที่ในการฝึกระเบียบวินัยแก่ผู้ต้องขัง

(4.) เรือนจําและทัณฑสถานควรมีการจัดปฐมนิเทศให้ญาติผู้ต้องขังด้วย เพื่อให้ญาติทราบกฎระเบียบการใช้ชีวิตในเรือนจําผู้ต้องขังจะมีสภาพความเป็นอยู่อย่างไร ญาติจะได้ลดความวิตกกังวลและให้ความร่วมมือกับเรือนจำ ในการอบรมแนะนําผู้ต้องขังให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของเรือนจํา

(5.) เรือนจําและทัณฑสถานควรให้ความสําคัญกับงานปฐมนิเทศผู้ต้องขังและมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทุกส่วน/ฝ่ายในเรือนจํารับผิดชอบในการอบรมให้ความรู้กับผู้ต้องขังเข้าใหม่เพื่อให้ผู้ต้องขังมีความรู้ความเข้าใจในกฎระเบียบของเรือนจํา สามารถติดต่อประสานงานเพื่อขอรับความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้องและปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัยของเรือนจํา

(6.) กรมราชทัณฑ์ควรกําหนดหน่วยงานหลักในการรับผิดชอบดําเนินงานด้านการปฐมนิเทศผู้ต้องขังเข้าใหม่ ตลอดจนการติดตามประเมินผลการดําเนินงานของเรือนจําและทัณฑสถานเพื่อสามารถปรับปรุงแก้ไขกระบวนการทํางานให้เกิดประสิทธิผลในทางปฏิบัติ

(7.) เรือนจําและทัณฑสถานควรฉายวีดีทัศน์ข้อควรรู้เมื่อเข้าสู่ประตูเรือนจําให้ผู้ต้องขังเข้าใหม่ได้รับทราบข้อมูลเป็นประจําอย่างต่อเนื่องในช่วงแรกรับ

(8.) เจ้าหน้าที่เรือนจําที่รับผิดชอบงานด้านการปฐมนิเทศผู้ต้องขังเข้าใหม่ ควรศึกษาคู่มือการปฏิบัติงานด้านการปฐมนิเทศที่กรมราชทัณฑ์ได้จัดทําขึ้น เพื่อให้ปฏิบัติงานได้อย่างประสิทธิภาพ

(9.) กรมราชทัณฑ์ควรกําหนดให้งานด้านการปฐมนิเทศผู้ต้องขัง เป็นตัวชี้วัดระดับเรือนจําเพื่อกระตุ้นให้เรือนจําทุกแห่ง ดําเนินภารกิจอย่างต่อเนื่องและเห็นความสําคัญของงานแรกรับผู้ต้องขังเข้าใหม่

Scroll to Top