ชื่อเรื่อง/โครงการวิจัย | การพัฒนาหลักสูตรป้องกันการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังหญิงที่กระทำผิดในคดีการเสพยาติดบนฐานทฤษฏีและแนวคิดทางจิตวิทยา |
หน่วยงาน/ผู้วิจัย | ชนัญชิดา ทุมมานนท์,ทิพยาพร ภาววิมล & ดุสิดา ทินมาลา และคณะ |
ปีที่เผยแพร่ | 2566 |
แหล่งสืบค้น | |
หมวดหมู่หัวข้องานวิจัย | ด้านการควบคุมผู้ต้องขัง |
ประเภท | งานวิจัย |
บทคัดย่อ | |
วัตถุประสงค์ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนาหลักสูตรการอบรมที่มีคุณสมบัติในการเพิ่มความเมตตา กรุณาต่อตนเอง ลดบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคม เพิ่มความรู้สึกผิด และเพิ่มความหวังของผู้ต้องขังหญิงที่กระทำผิดในคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดก่อนการพ้นโทษ เพื่อไม่ให้กลับไปกระทำผิดซ้ำ ตามทฤษฎีและแนวคิดทางจิตวิทยาการศึกษา จำนวน 5 แนวคิด และเพื่อศึกษาผลจากการนำหลักสูตรการอบรมไปใช้ในสภาพการณ์จริง และวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของผู้เข้าร่วมการอบรมก่อนและหลังการเข้าร่วมหลักสูตรการอบรม แบ่งขั้นตอน การดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ คือ 1) การสร้างและพัฒนาหลักสูตร มีเครื่องมือที่ใช้ คือ แบบบันทึกเนื้อหา การทบทวนวรรณกรรม แบบสังเคราะห์การทบทวนวรรณกรรม และแบบประเมินการออกแบบกิจกรรมตามทฤษฎี 2การศึกษาผลจากการนำหลักสูตรการอบรมไปใช้ในสภาพการณ์จริงกับผู้ต้องขังหญิงที่กระทำผิดในคดี ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จำนวน 41 คน ในจำนวนนี้เป็นตัวอย่างการวิจัย จำนวน 37 คน มีเครื่องมือที่ใช้ คือ หลักสูตรการอบรม แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป มาตรวัดความเมตตากรุณาต่อตนเอง มาตรวัดบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคม มาตรวัดความรู้สึกผิด มาตรวัดความหวัง แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และแบบประเมินความเข้าใจ กระบวนกรและตรวจสอบการดำเนินงานตามแผน ผลปรากฏว่า การดำเนินงานในระยะที่ 1 ได้ผลผลิต คือ หลักสูตรการอบรมโครงการ “ก่อร่างสร้างใจ” ที่ประกอบด้วยหัวข้อการจัดกิจกรรม จำนวน 30 ครั้ง และการดำเนินงานในระยะที่ 2 ผลการศึกษา พบว่า หลักสูตรการอบรมโครงการ “ก่อร่างสร้างใจ” สามารถเพิ่มความเมตตากรุณาต่อตนเอง (ก่อน, M=3.57, และหลัง, M=3.96) ลดบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคม (ก่อน, M=1.96, และหลัง, M=1.82) เพิ่มวามรู้สึกผิด (ก่อน, M = 3.34, และหลัง, M=3.67) และเพิ่มความหวัง (ก่อน, M=4.53, และหลัง, M=4.70) ได้ โดยภาพรวมสามารถดำเนินการจัดกิจกรรมได้ตามแผนการดำเนินการและ/หรือปรับรูปแบบของกิจกรรมให้เหมาะสม สอดคล้องกับสภาพการณ์ จริงเฉพาะหน้า แต่ยังคงวัตถุประสงค์ตามแผนการจัดหลักสูตรการอบรมไว้มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 80.00 และมีผู้เข้าร่วมการอบรมที่เข้าร่วมการอบรมมากกว่าร้อยละ80 จำนวน 34 คน ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป คือควรวิเคราะห์ธรรมชาติและข้อจำกัดของผู้ต้องขัง ออกแบบกิจกรรมให้มีความเป็นรูปธรรม มีการประเมินผลที่หลากหลาย และกำหนดเกณฑ์การให้คะแนนที่ชัดเจน เพิ่มความคงทนของการเรียนรู้ และควรมีการเตรียมความพร้อมสำหรับผู้นำหลักสูตรการอบรมไปใช้ | |